โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : การรักษา และป้องกัน โรคลิชมาเนีย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 เม.ย. 2568 เวลา 00.47 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2568 เวลา 17.47 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

“ลิชมาเนีย” โรคที่คนไทยรู้จักกันไม่มาก แต่ทำให้เสียชีวิตได้ และพบหลายพื้นที่ในประเทศไทย

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ศ.นพ.ดร.เผด็จ สิริยะเสถียร ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในอดีต “โรคลิชมาเนีย” (Leishmania) สามารถพบได้หลายพื้นที่ทั่วโลกในประเทศเขตร้อนและใกล้เขตร้อน ทำให้เสียชีวิตได้ แต่ก็ยังไม่พบในประเทศไทย

ผู้ป่วยโรคลิชมาเนียจะพบเฉพาะในคนต่างชาติ และ/หรือ คนไทยที่เดินทางไปทำงานแถบตะวันออกกลาง และเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย (มีบางคนอาจได้รับเชื้อโรคลิชมาเนียติดตัวมาด้วย)

ประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าพบคนไทยที่ไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศแต่ป่วยเป็นโรคลิชมาเนียได้เช่นเดียวกัน

“ลิชมาเนีย” โรคที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม NTD : Neglected tropical diseases คือ โรคเขตร้อนที่ถูกละเลย

ในความเป็นจริงแล้วอาการของโรคลิชมาเนียค่อนข้างรุนแรง การรักษาใช้เวลานาน โดยเฉพาะคนที่ภูมิคุ้มกันน้อยกว่าปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome : AIDS) ที่ติดเชื้อลิชมาเนียร่วมด้วย

เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568 เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเตือนภัยอันตรายของ “โรคติดเชื้อโปรโตซัวลิชมาเนีย” ซึ่งมีแมลงริ้นฝอยทรายเป็นพาหะนำโรค

ประเทศไทยพบผู้ป่วยช่าวต่างชาติที่เดินทางจากประเทศแถบตะวันออกกลางติดเชื้อโรคลิชมาเนีย (Leishmaniasis) เข้ามายังประเทศไทย และรวมถึงพบผู้ป่วยโรคลิชมาเนียที่ติดเชื้อในประเทศด้วย

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 จนถึงปัจจุบัน มีรายงานพบผู้ป่วยโรคลิชมาเนียในประเทศไทย 45 ราย เสียชีวิต 7 ราย และตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2568 พบผู้ป่วยโรคลิชมาเนีย 2 ราย

“ลิชมาเนีย” โรคติดต่อนำโดยแมลง

โรคลิชมาเนียเกิดจากเชื้อโปรโตซัวกลุ่มหนึ่ง พบได้ 2 ระยะคือ พบในแมลง และสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง เช่น คน สุนัข วัว หนู

แมลง “ริ้นฝอยทราย” (sand fly) และ “ริ้นน้ำเค็ม” (Biting midges) คือพาหะของโรคลิชมาเนีย

ริ้นฝอยทรายและริ้นน้ำเค็ม ออกหากินเวลาพลบค่ำหรือกลางคืน การออกไปกรีดยางเวลากลางคืน มีกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ ควรทาสารเคมีป้องกันแมลง จะช่วยให้ลดการถูกแมลงกัดได้มาก

นอกจากนี้ ยังไม่มั่นใจว่าตัวสัตว์ที่เป็น “รังโรค” และเพิ่มจำนวนของโรคจริง ๆ คืออะไร เพราะจากการตรวจพบดีเอ็นเอในหนู สุนัข แต่ต้องแสดงให้เห็นว่ามีเชื้อจริง ๆ ไม่ใช่มีแค่ดีเอ็นเอของเชื้อ

เชื้อโรคลิชมาเนียจัดอยูในกลุ่มโปรโตซัว มีขนาด 3 ไมครอน ต้องดูจากกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น ซึ่งจะต้องนำแมลงพาหะมาผ่าถึงจะมองเห็นตัวเชื้อนี้

ส่วนในผู้ป่วยที่มาด้วยแผล และนำแผลมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ก็มีโอกาสเห็นตัวเชื้อได้เหมือนกัน

คนที่ถูกแมลงพาหะกัดจะไม่แสดงอาการทันที อาจจะใช้เวลา 3-6 เดือน หรือ 1 ปี อาการจะปรากฏให้เห็น ซึ่งพบได้ทั้งผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันปกติหรือผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันน้อยกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม และพบในผู้ป่วยโรคเอดส์มากกว่าผู้ป่วยปกติ

ดังนั้น ถ้ามีแผลและใช้เวลารักษานานแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น แผลขยายใหญ่ขึ้น รวมทั้งผู้ป่วยอาศัยอยู่ในแหล่งระบาด ควรส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเชื้อโรคลิชมาเนีย (ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยภูมิคุ้มกันปกติหรือภูมิคุ้มกันน้อยกว่าปกติ)

เชื้อโรคลิชมาเนียที่พบในประเทศไทย

สำหรับเชื้อโรคลิชมาเนียที่พบมี 2 ตัวหลัก คือ 1.พบได้ทั่วโลก 2.พบได้เฉพาะในประเทศไทย เรียกว่า โรคลิชมาเนียโอเรียนทาลิส (Leishmania orientalis)

โรคลิชมาเนียโอเรียนทาลิสอาจจะทำให้เกิดแผลบริเวณใบหน้ารุนแรงได้ในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเอดส์ก็มีเสียชีวิตไปแล้ว 1 รายด้วยเชื้อชนิดนี้

เชื้อโรคลิชมาเนียคงจะมีอยู่แล้วในประเทศไทย แต่ในอดีตไม่มีปัญหาโรคเอดส์เข้ามาในประเทศไทย แต่ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเอดส์จำนวนมากขึ้น เชื้อโรคสามารถกระจายผ่านแมลงได้ การวินิจฉัยมีความแม่นยำและรวดเร็วมากด้วย

ส่วนใหญ่พบโรคลิชมาเนียทางภาคใต้และภาคเหนือของประเทศไทย สาเหตุหนึ่งจากแมลงพาหะชอบอากาศชื้น เช่น ตัวอ่อนริ้นน้ำเค็มเจริญเติบโตได้นานและดีในดินโคลนที่มีความชื้นตลอด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วย ยกเว้นเคยพบในกลุ่มนักศึกษาที่เคยไปฝึกงานประเทศอิสราเอลติดโรคกลับมา

อาการของโรคลิชมาเนีย

โรคลิชมาเนียมีอาการ 3 รูปแบบ ขึ้นกับภูมิคุ้มกันร่างกายของผู้ป่วยและชนิดของเชื้อ

แบบที่ 1 ไม่รุนแรงมาก เรียกลิชมาเนียที่ผิวหนังคล้ายแผล ขึ้นกับว่าครั้งแรกที่ติดเชื้อแมลงกัดกี่ตำแหน่ง

แบบที่ 2 บริเวณเยื่อบุต่าง ๆ อาจจะทำลายริมฝีปาก ผนังกั้นช่องจมูก

แบบที่ 3 รุนแรงมากที่สุด พบในอวัยวะภายใน ตับ ม้าม ไขกระดูก ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

การป้องกันโรคลิชมาเนีย

เส้นทางการติดต่อสู่คนของเชื้อโรคลิชมาเนีย โดยแมลงเป็นพาหะ

ระยะที่พบเชื้อในแมลงสามารถเคลื่อนที่ได้ โดยแมลงใช้อวัยวะที่เรียกว่า flagella ขณะที่แมลงกัดดูดเลือดคนหรือสัตว์ เ

ชื้อลิชมาเนียจะเข้าไปเพิ่มจำนวนในตัวแมลงและย้ายไปอยู่ใกล้ ๆ ปากแมลง เมื่อแมลงไปกัดคนหรือสัตว์เพื่อดูดเลือดครั้งต่อไป ก็จะถ่ายทอดตัวลิชมาเนียเข้าสู่ร่างกายของคนหรือสัตว์

ขณะที่เชื้อลิชมาเนียเข้าสู่ร่างกายคนจะถูกเม็ดเลือดขาวกิน ที่เรียกว่า แมกโครฟาจ (macrophage) แต่เชื้อลิชมาเนียสามารถหลบหลีกแมกโครฟาจได้และยังไปเพิ่มจำนวนในเซลล์แมกโครฟาจเรื่อย ๆ จนเซลล์แมกโครฟาจแตกแล้วไปติดเซลล์แมกโครฟาจอื่น ๆ ในร่างกาย รวมถึงสามารถเดินทางไปยังอวัยวะสำคัญ (เช่น ตับ ม้าม ไขกระดูก) ของคนเรา

เชื้อลิชมาเนียสามารถกดการทำงานของไขกระดูก ทำให้ผู้ป่วยซีด เกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ ลดลง

ตัวเชื้อลิชมาเนียเล็กมาก จะต้องส่องกล้องดูถึงจะมองเห็น ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ถ้าอยู่ในพื้นที่ระบาด เช่น จังหวัดทางภาคใต้ หรือภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย) จะต้องให้บุคลากรทางสาธารณสุขนึกถึงโรคนี้มากขึ้น เพราะอดีตเรามักคิดกันว่าโรคลิชมาเนียไม่มีอยู่ในประเทศไทย ทำให้ปล่อยปะละเลย

ดังนั้น ใครที่ต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่ระบาดของเชื้อโรคลิชมาเนีย ง่ายที่สุดก็คือการทาสารเคมีที่ใช้ไล่แมลง (ชนิดเดียวกับที่ใช้ไล่ยุง) ป้องกันไม่ให้แมลงเหล่านี้มากัด

ถ้าพบผู้ป่วย 1 คน ทีมสอบสวนโรคก็จะต้องลงพื้นที่ไปควบคุมไม่ให้แมลงไปกัดคนอื่นเพิ่ม และต้องศึกษาเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับสัตว์ที่เป็นรังโรค (สุนัข แมว วัว) บริเวณบ้านของผู้ป่วย จากนั้นนำแมลงรอบ ๆ บ้านผู้ป่วยมาดูว่ามีเชื้อลิชมาเนียอยู่หรือไม่

สำหรับคนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ระบาดจะต้องระมัดระวังตัวเอง เช่น ถ้ามีแผลหรือมีไข้เรื้อรัง อาจจะต้องแจ้งแพทย์ว่าบริเวณที่พักอาศัยมีผู้ป่วยลิชมาเนียมาก่อน จะทำให้แพทย์นึกถึงโรคนี้ได้มากขึ้น หรือผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันไม่ปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ มีตับและม้ามโตแพทย์ควรนึกถึงโรคนี้ไปด้วย เพราะลิชมาเนียมักจะเป็นโรคที่ถูกละเลยไม่ได้รับการวินิจฉัย

การรักษาโรคลิชมาเนีย

เนื่องจากเดิมประเทศไทยไม่คิดว่าจะเป็นแหล่งระบาดของโรคนี้ ยาที่ใช้รักษาโรคลิชมาเนียจึงมีเพียงบางกลุ่มเท่านั้น เช่น นำยากลุ่มฆ่าเชื้อรามาใช้กับโรคนี้

โรคลิชมาเนียที่พบในคนไทยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ภูมิคุ้มกันน้อยกว่าปกติ อาจจะต้องใช้เวลารักษา และมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งเสียชีวิต รวมถึงมีผู้ป่วยบางคนกลับมาเป็นซ้ำอีก

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สามารถแยกเชื้อจากผู้ป่วยโรคลิชมาเนียได้ประมาณ 10 สายพันธุ์ ใช้สำหรับการศึกษา วิจัย อนาคตก็ศึกษาความไวของแต่ละสายพันธุ์กับยาที่มีอยู่ หรือยาที่คิดว่าจะต้องนำเข้ามาใช้

บางสายพันธุ์ที่ได้จากผู้ป่วยที่กลับเป็นซ้ำ จะได้ทดสอบว่าควรปรับปริมาณยาหรือการใช้ยาที่ยาวขึ้น

สำหรับในพื้นที่พบผู้ป่วยโรคลิชมาเนีย ทีมงานก็จะรีบแจ้งกระทรวงสาธารณสุข จากนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขก็จะลงไปฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลง

เนื่องจากไม่รู้ชัดเจนว่าสัตว์ตัวไหนคือรังโรคลิชมาเนีย ดังนั้นการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงจึงเป็นแนวทางป้องกันที่เหมาะสม

ในความเป็นจริง มีแมลงพาหะหลายชนิดกัดคนแล้วนำโรค เช่น ยุง ริ้นฝอยทราย ริ้นน้ำเค็ม ไม่เฉพาะลิชมาเนีย มีการนำเชื้อไวรัส เช่น ยุงนำโรคไข้เลือดออก (Dengue fever) โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (Chikungunya หรือ Chikungunya fever) โรคไข้ซิกา (Zika fever) นำไวรัสไปติดเชื้อที่สมอง

แนวทาง “การป้องกัน” สำคัญมาก คือ การป้องกันตัวไม่ให้ถูกแมลงกัดเป็นเรื่องที่สำคัญ ทำลายแห่งเพาะพันธุ์ยุงทำให้โรคที่มาสู่ตัวเราลดน้อยลง

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เขียนและเรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ

1. ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : โรคลิชมาเนีย : เชื้อร้ายที่มากับ “ริ้นฝอยทราย”

2. ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : โรคลิชมาเนีย : รักษาและป้องกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...