โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : ดื่มกาแฟส้มเป็นประจำ เสี่ยงไขมันพอกตับ จริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 16.36 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 09.36 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์แชร์เตือนว่า การดื่มกาแฟส้มทุกเช้า อาจทำให้เสี่ยงเป็นไขมันพอกตับได้โดยไม่รู้ตัว ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ดร.วนะพร ทองโฉม นักสุขศึกษา (นักกำหนดอาหารวิชาชีพ) งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

เรื่อง “ดื่มกาแฟส้มเป็นประจำ เสี่ยงไขมันพอกตับ” มีส่วนจริง

ไขมันพอกตับเกิดจากร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารที่มากเกินไป และเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในตับ

ไม่ว่าจะเป็นกาแฟส้มหรือเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ ที่มีน้ำตาลปริมาณมากก็เป็นเหตุทำให้มีไขมันพอกตับที่มากขึ้นได้

“กาแฟส้มเสี่ยงไขมันพอกตับ” สาเหตุไม่ได้เกี่ยวกับกาแฟที่ใส่

“กาแฟ” ไม่ได้มีส่วนทำให้ไขมันพอกตับ องค์ประกอบที่ใส่ในกาแฟส้มต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล น้ำผลไม้ หรือน้ำหวานต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดไขมันพอกตับและตับอักเสบขึ้นได้

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา หรือประมาณ 24 กรัม เท่านั้น

“น้ำตาล” เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยน้ำตาล 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี แต่คนไทยบริโภคน้ำตาลสูงถึง 25 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 100 กรัมต่อวัน)

โดยเฉลี่ยแล้ว น้ำหวาน 1 แก้ว ที่ดื่มกันบ่อย ๆ มีน้ำตาลมากกว่า 6 ช้อนชา

ดังนั้น ถ้าต้องการดื่มก็ควรสั่ง “หวานน้อย” และ/หรือ ไม่ควรเกิน 2 ช้อนชาต่อ 1 แก้ว

หลีกเลี่ยงน้ำตาล ใช้น้ำตาลเทียมและสารให้ความหวาน ช่วยได้หรือไม่ ?

มีการศึกษาเรื่อง “น้ำตาลเทียม” และ “สารให้ความหวานที่ไม่ได้ให้พลังงาน” พบว่า มีความสัมพันธ์กับการอักเสบที่ตับได้

ดังนั้น การได้รับน้ำตาลเทียมมากเกินไป ถึงแม้ว่าพลังงานจะน้อยก็ตาม แต่ก็เกิดการอักเสบที่ตับได้ รวมถึงไปก่อกวนจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารที่ดี และการเสียสมดุลของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารจากน้ำตาลเทียม

จำเป็นต้อง “เลิกดื่ม” กาแฟส้ม หรือไม่ ?

ถ้าตัดได้ “การเลิกดื่มกาแฟส้ม” จะส่งผลดีต่อสุขภาพ เพราะว่าเป็นการตัดโอกาสที่จะได้รับน้ำตาลมากเกินไป

การดื่มกาแฟไม่มีน้ำตาลเป็นสิ่งที่ดี คอกาแฟมีทางเลือกหลายทาง แต่ถ้ายังติดกาแฟส้ม ก็ควรสั่งแบบไม่ต้องใส่ไซรัป (Syrup) เพิ่มอีก และรวมถึงการปรับเปลี่ยนชนิดของอาหารเพื่อจะได้ไม่ต้องรับน้ำตาลเพิ่ม

ถ้าดื่มกาแฟส้มในวันนั้นแล้ว โควตาน้ำตาลเต็มแล้ว มื้ออื่น ๆ อาจจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นแหล่งน้ำตาลจะได้ไม่เป็นการเพิ่มน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย

ดังนั้น ใครมีไขมันพอกตับอยู่แล้ว สิ่งที่ควรปฏิบัติทันทีก็คือ

1. ถ้ามีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ (อ้วน) จะต้องลดน้ำหนักทันที

2. กินน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา ใครกินน้อยกว่าได้ยิ่งดี เป็นการลดและตัดปัจจัยเสี่ยง

3. ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่มุ่งตรงไปสะสมเป็นไขมันที่ตับ

4. การออกกำลังกาย ในคนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินเกณฑ์หรืออ้วน ถ้าปรับเรื่องการกินอาหารอย่างเดียวจะทำได้ระยะหนึ่ง แต่ถ้ามีการออกกำลังกายร่วมด้วยจะช่วยลดน้ำหนัก เมื่อน้ำหนักลดลง ไขมันพอกตับก็จะลดลงได้ด้วยเช่นกัน

เรื่องดื่มกาแฟส้มเสี่ยงไขมันพอกตับสามารถแชร์ต่อได้ และอย่าลืมระมัดระวังเครื่องดื่มชนิดอื่นที่มีน้ำตาลมากเช่นเดียวกัน เพราะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากไม่ได้มีเฉพาะกาแฟส้มเท่านั้น

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ นายแพทย์อัครวิทย์ พูลสมบัติ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคทางเดินอาหารและตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

เรื่องที่แชร์กันว่า “ดื่มกาแฟส้มเป็นประจำ เสี่ยงไขมันพอกตับ” เป็นเรื่องจริง เพราะในน้ำส้มมีน้ำตาลฟรักโทส (Fructose) มาก การดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลปริมาณมาก คือการเพิ่มโอกาสไขมันพอกตับมากขึ้น

ไม่ใช่เฉพาะ “กาแฟส้ม” ที่เสี่ยงไขมันพอกตับได้ ยังมีเครื่องดื่มอีกหลายชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมาก ก็จะมีความเสี่ยงได้รับ “น้ำตาลมากเกิน” ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงมากขึ้นและตามมาด้วยไขมันพอกตับ

รู้จักอันตรายจาก “ไขมันพอกตับ”

ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) หมายถึง ภาวะที่มีการสะสมของไขมัน (ในรูปของ Triglyceride) ในเซลล์ตับ

ไขมันพอกตับเป็นสาเหตุของ “โรคตับแข็ง” (Liver Cirrhosis) และมีโอกาสเป็น “มะเร็งตับ” (Liver Cancer) ได้

โรคตับแข็งเป็นผลมาจากเนื้อเยื่อตับถูกทำลายจากหลายสาเหตุต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง เกิดพังผืดในเนื้อตับ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจะกลายเป็นตับแข็งในที่สุด

ดังนั้น การรักษาไขมันพอกตับ เพื่อ “ป้องกัน” ไม่ให้เกิดตับแข็งและมะเร็งตับ

ดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ลดไขมันพอกตับได้ จริงหรือ ?

มีข้อมูลเรื่องกาแฟกับไขมันพอกตับระบุไว้ว่า การดื่มกาแฟ (ที่ไม่ใส่น้ำตาล) อย่างน้อยวันละ 8 แก้วขึ้นไป สามารถแก้ปัญหาไขมันพอกตับได้

การดื่มกาแฟปริมาณมาก (8 แก้วต่อวัน) อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับไม่แนะนำให้ดื่มกาแฟปริมาณมากเพื่อหวังลดปัญหาไขมันพอกตับ

การแก้ไขปัญหาไขมันพอกตับที่ได้ผลดี ปลอดภัย และยั่งยืน ก็คือการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และมีพฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวันที่เหมาะสม เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไขมันพอกตับที่ได้ผลดี

ส่วนเรื่อง “กาแฟส้ม” ก็ไม่ได้ห้ามดื่ม ใครต้องการดื่มก็ได้ แต่ต้องไม่ดื่มมากเกินไป ซึ่งรวมถึงน้ำหวานชนิดอื่นทั้งหลายด้วย เพราะตราบใดที่ดื่มน้ำหวานมากก็จะทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงมากขึ้น ไขมันพอกตับก็จะตามมาเช่นเดียวกัน

เรื่อง “กาแฟส้มเสี่ยงไขมันพอกตับ” แชร์ได้ เพราะกาแฟที่มีส่วนผสมของน้ำตาลปริมาณมาก ทำให้มีความเสี่ยงไขมันพอกตับโดยไม่รู้ตัว

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เขียนและเรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : ดื่มกาแฟส้มเป็นประจำ เสี่ยงไขมันพอกตับ จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...