โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แก้หนี้เสีย “คุณสู้เราช่วย” ไม่เข้าเป้า “ประเมินศก.-ลูกหนี้” พลาด

The Better

อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 11.30 น. • THE BETTER
ยอดลงทะเบียนแก้หนี้ โครงการ “คุณสู้เราช่วย”  5 แสนราย จากกลุ่มเป้าหมาย 2 ล้านราย บทเรียนไม่ประสบความสำเร็จ เพราะ “ประเมินเศรษฐกิจ - สภาพลูกหนี้” พลาด

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำในประเทศ ทั้งภาคธนาคารพาณิชย์ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ภายใต้โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” 2 มาตรการ ดังนี้

มาตรการที่ 1 “จ่ายตรง คงทรัพย์” ช่วยลูกหนี้สินเชื่อบ้าน รถ และ SMEs ขนาดเล็กที่มีวงเงินไม่สูง ให้สามารถคงทรัพย์สินที่ใช้ในการดำรงชีพและประกอบอาชีพเอาไว้ได้ โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยปรับโครงสร้างหนี้และลดค่างวดในปีที่ 1 เหลือ 50% ในปีที่ 2 เหลือ 70% ในปีที่ 3 เหลือ 90% และพักภาระดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยค่างวดที่จ่ายจะนำไปตัดชำระเงินต้นทั้งหมด ขณะที่ดอกเบี้ยที่พักไว้ตลอดระยะเวลา 3 ปี จะได้รับการยกเว้น ตามเงื่อนไข

มาตรการที่ 2 “จ่าย ปิด จบ” ช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่ NPL แต่มียอดคงค้างหนี้ไม่สูง (ไม่เกิน 5,000 บาท) โดยเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ชำระหนี้ขั้นต่ำเพียง 10% ของยอดหนี้คงค้างเพื่อปิดหนี้ได้ทันที

ทั้งนี้ มีลูกหนี้แสดงความประสงค์ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและอยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ์แล้ว จำนวน 497,552 ราย จำนวน 576,496 บัญชี ซึ่งยังไม่นับรวมส่วนที่ลงทะเบียนตรงกับสถาบันการเงิน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการลงทะเบียนจะสิ้นสุดเดือน ก.พ. 68 นี้ ก็เชื่อว่ามียอดลูกหนี้ไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 ล้านราย เพราะผ่านมากกว่าครึ่งทางมีลูกหนี้ลงทะเบียนเพียง 25% ของกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้เท่านั้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่า โครงการคุณสู้เราช่วย เป็นทางเลือกของเอสเอ็มอีที่เป็นหนี้เสียไม่เกิน 1 ปี เมื่อมีเอสเอ็มอีมาลงทะเบียนน้อย ก็บ่งชี้ได้ 2 อย่างที่สำคัญ

ประการแรก คือ เอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ แสดงว่าโครงการนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อเอสเอ็มอี ในมุมมองของเอสเอ็มอีเอง เพราะคิดว่าอาจจะยังไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ เพราะเอสเอ็มอียังต้องจ่ายเงินต้นอยู่ จึงไม่เห็นประเด็นที่จะเข้าร่วมโครงการ หากจะสืบค้นหาข้อเท็จจริงต่อ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงโครงการในอนาคต หรือเห็นสภาพความเป็นจริงของเอสเอ็มอี

ประการที่สอง ที่เอสเอ็มอีไม่เข้าร่วมโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็มาจากข้อเท็จจริงที่เอสเอ็มอีไม่มีความสามารถชำระหนี้จริงๆ แม้กระทั้งเป็นเงินต้นที่ลดลง และยกเว้นดอกเบี้ยไว้ให้ก่อนก็ตาม ซึ่งกรณีนี้อาจชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยอาจมีความบอบช้ำมากกว่าที่รัฐบาลประเมิน และสภาพการเงินของเอสเอ็มอีอาจจะมีปัญหามากกว่าที่รัฐบาลคิดไว้ ว่าหากมีมาตราออกแบบนี้แล้วจะทำให้เอสเอ็มอีชำระหนี้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็กลับไปที่ประการแรก คือ เงื่อนไขการชำระหนี้อาจยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ที่รัฐบาลอาจจะปรับปรุงในอนาคต

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีที่มาลงทะเบียนแล้ว 25% ของกลุ่มเป้าหมาย ก็ทำให้เห็นว่าโครงการนี้ยังเกิดประโยชน์กับเอสเอ็มอี ที่ยังพอมีศักยภาพ เมื่อมองในมุมบวกทำให้เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพเดินหน้าได้ต่อ ลดภาระการจ่ายดอกเบี้ย และเงินต้นได้ในช่วงแรก และมีความพร้อมที่จะกลับมาทำธุรกิจ

“โครงการคุณสู้เราช่วย เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ แต่ก็มีมุมที่สำคัญที่รัฐบาลอาจต้องกลับมาประเมินสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงใหม่ ว่าเศรษฐกิจมีปัญหามากกว่าที่คิด และเอสเอ็มอีมีปัญหาทางการเงินกว่าที่รัฐบาลคิดไว้จนไม่สามารถเข้าโครงการได้ หรือเงื่อนไขไม่จูงใจ เป็นการบ้านที่รัฐบาลต้องทำงานกันต่อในอนาคต” นายธนวรรธน์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...