โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ชี้ ลักษณะท่านั่งและนอน อาจทำให้เกิดกรดไหลย้อน เสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 11 เท่า

Khaosod

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 04.29 น.

แพทย์ชี้ ลักษณะท่านั่งและนอน รวมถึงโรคใกล้ตัว อาจทำให้เกิดกรดไหลย้อน วิจัยพบมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 11 เท่า

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อนมีหลายประการ โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารมากเกินไปทั้งรับประทานของหวาน และการรับประทานอาหารทอด แต่ล่าสุดดร.เฉียน เจิ้งหง แพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ ออกมาเผยแพร่องค์ความรู้ทางการแพทย์เกี่ยวกับ 1 ท่าทางที่สามารถทำให้เสี่ยงเกิดกรดไหลย้อนเพิ่มขึ้น

ตามรายงาน ดร.เฉียน เจิ้งหงระบุในเฟซบุ๊ก 錢政弘 胃腸肝膽科醫師 ว่าหนึ่งในสาเหตุหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสังเกตในการเกิดกรดไหลย้อน คือ"กระดูกสันหลังคด" การวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคอิโอของญี่ปุ่นพบว่า คนที่มีกระดูกสันหลังส่วนอกและส่วนเอว "โค้งไปทางซ้าย" จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน ยิ่งมุมของการคดมากเท่าไร อาการกรดไหลย้อนยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาจรุนแรงถึง 11 เท่า

ดร.เฉียน เจิ้งหงให้เหตุผลว่า "นี่เป็นเพราะกล้ามเนื้อกะบังลมที่อยู่ใกล้กับหูรูดกระเพาะอาหาร (จุดเชื่อมต่อระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร) ยึดติดกับจุดเชื่อมต่อระหว่างกระดูกสันหลังส่วนอกและส่วนเอว เมื่อกระดูกสันหลัง "โค้งไปทางซ้าย" จะทำให้ช่องท้องถูกบีบอัด ส่งผลให้กระเพาะอาหารและช่องเปิดหลอดอาหารเคลื่อนตัวและผิดรูป ทำให้เกิดกรดไหลย้อนและไส้เลื่อนที่ช่องหลอดอาหาร"

ดร.เฉียน เจิ้งหง เล่าว่า เขาสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนบางรายมีนิสัยชอบนั่งผิดท่า เมื่อนอนบนโซฟา ผู้ป่วยมักจะก้มตัวไปทางซ้ายหรือนอนตะแคงซ้าย เมื่อเวลาผ่านไป อาการนี้ทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคดและหูรูดกระเพาะอาหารหย่อนได้ง่าย ซึ่งส่งผลให้โรคกรดไหลย้อนตามมา

ดร.เฉียน เจิ้งหงแนะนำว่าผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนหรือท้องอืดควรฝึกนิสัยการนั่งตัวตรง ไม่ควรนอนลงบนโซฟาทันทีหลังรับประทานอาหาร โดยสามารถนั่งตัวตรง ยืน หรือเดินได้ เพื่อช่วยย่อยอาหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรหลีกเลี่ยงการก้มตัวไปด้านซ้ายหรือนอนตะแคงซ้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์ชี้ ลักษณะท่านั่งและนอน อาจทำให้เกิดกรดไหลย้อน เสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 11 เท่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...