ทำไมช้างหรือวาฬไม่เป็นมะเร็ง งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นสัตว์ใหญ่เหล่านี้มีวิวัฒนาการอันยอดเยี่ยมในการปกป้องตัวเองให้พ้นจากโรคร้าย
ทำไมช้างหรือวาฬไม่เป็นมะเร็ง งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นสัตว์ใหญ่เหล่านี้มีวิวัฒนาการอันยอดเยี่ยมในการปกป้องตัวเองให้พ้นจากโรคร้าย
ในทางทฤษฏีแล้ว สัตว์ขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งมากกว่าสัตว์ขนาดเล็ก เนื่องจากยิ่งมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ก็หมายความว่ามันมีเซลล์มากยิ่งขึ้นเท่านั้น เซลล์ที่มากขึ้นก็หมายความว่ามีโอกาสที่จะทำงานผิดปกติบ่อยขึ้นซึ่งนำไปสู่โอกาสการเป็นมะเร็งมากขึ้นในทุก ๆ ครั้งที่เซลล์มีการแบ่งตัวและเกิดการกลายพันธุ์
อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปในธรรมชาติแล้วนักวิทยาศาสตร์กลับงุนงงต่อสิ่งที่พวกเขาเห็น ช้างหรือวาฬต่างมีเซลล์มากกว่าเราหลายเท่านั้น ทว่าสัตว์ใหญ่เหล่านั้นก็ดูเหมือนจะไม่เป็นมะเร็งเลยจนกลายเป็นข้อขัดแย้งที่ชื่อว่า Peto's paradox ซึ่งเป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบัน
“ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นที่พวกเขาเห็นนั้นน้อยมาก และไม่เป็นสัดส่วนกับขนาดร่างกายเลย” Vera Gorbunova นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ กล่าว “หากคุณพิจารณาสัตว์ขนาดเล็กเช่น หนู และมนุษย์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 100 เท่า หรือช้างที่มีขนาดใหญ่กว่า 1,000 เท่า แต่ความแตกต่างของอัตราการเกิดมะเร็งนั้นจะไม่สู่เกิน 100 เท่าในมนุษย์ หรือสูงกว่า 1,000 เท่าในช้าง(เมื่อเทียบกับหนู)”
ข้อขัดแย้งนี้สร้างความลึกลับและการถกเถียงมาอย่างยาวนานว่า ‘ทำไมสัตว์ใหญ่ไม่เป็นมะเร็ง?’ แต่ งานวิจัยใหม่ที่เผยแพร่บนวารสาร PNAS เผยให้เห็นว่าคำถามดังกล่าวดูจะเป็นการถามที่ผิดประเด็นไปหน่อย สัตว์ใหญ่ก็เป็นมะเร็งเช่นเดียวกับเราแต่พวกมันมีความพิเศษมากกว่าเรา
ทีมวิจัยได้เปรียบเทียบอัตราการเกิดมะเร็งในสัตว์ 263 สายพันธุ์รวมถึงสัตว์ขนาดใหญ่เช่น ช้าง ยีราฟ และสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่หลายตัว จากนั้นนำมาวิเคราะห์และแยกความแตกต่างกันไประหว่างประเภทต่าง ๆ เช่นสัตว์ที่เติบโตต่อได้เมื่ออายุมากขึ้นกับสัตว์ที่จะหยุดเติบโตเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ และอื่น ๆ เป็นต้น
ผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่าสัตว์ขนาดใหญ่มีอัตราการเกิดมะเร็งที่สูงกว่าตามทฤษฏี เพราะสัตว์เช่นช้างมีจำนวนเซลล์มากกว่าทำให้มีโอกาสผิดปกติมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามแม้อัตราการเป็นมะเร็งของช้างจะสูงกว่าหนู
แต่ช้างไม่ได้เป็นมะเร็งมากกว่าหลายเท่า ทว่ากลับใกล้เคียงกับสัตว์ที่เล็กลงมาเช่นเสือ ดังนั้นมันจะต้องมีอะไรบ้างอย่างที่คอยปกป้องช้างไว้ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าสิ่งนั้นคือลักษณะเฉาะของสายพันธุ์วิวัฒนาการขึ้นในได้ในช่วงเวลาอันสั้น แม้จะยังไม่รู้ว่าคืออะไร แต่พวกเขาคาดว่าน่าจะมีอยู่จริง
“เราไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า (ช้างเอเชีย) มีอัตราการเกิดมะเร็งต่ำเป็นพิเศษ แม้ว่ามันจะถูกยกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดีของ Peto's paradox ก็ตาม” Chris Venditti ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเรดดิ้ง ผู้นำทีมวิจัยกล่าว
ขณะที่ ดร. Joanna Baker หนึ่งในทีมวิจัยเสริมว่า “เมื่อสายพันธุ์จำเป็นต้องเติบโตให้ใหญ่ขึ้น พวกมันก็พัฒนากลไกบางอย่างในการป้องกันมะเร็งได้อย่างน่าทึ่ง ช้างไม่จำเป็นต้องกลัวขนาดของมัน พวกมันมีกลไกทางชีววิทยาที่ซับซ้อนเพื่อควบคุมมะเร็ง นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าวิวัฒนาการสามารถค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างไร”
นอกจากนี้ทีมวิจัยยังพบว่าบางสายพันธุ์เองก็ถูกเข้าใจผิดมาตลอดเช่น นกหงส์หยกที่มีขนาดเล็กจิ๋วและถูกคาดว่าน่าจะเป็นมะเร็งน้อยลงไปตามขนาดตัว กลับมีอัตราการเกิดมะเร็งมากถึง 40 เท่า และความเชื่อที่ว่าตุ่นหนูไร้ขนไม่เคยเป็นมะเร็งนั้นก็ไม่จริง แต่ก็ยังถือว่าเป็นมะเร็งน้อยมาก ความเข้าใจเหล่านี้จะช่วยให้การต่อสู้กับโรคมะเร็งในมนุษย์ก้าวหน้าขึ้น
“การค้นพบว่าสัตว์ชนิดใดสามารถต่อสู่กับมะเร็งได้ดีกว่าตามธรรมชาตินั้นเปิดเส้นทางใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับการวิจัย การศึกษาสายพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ทำให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นว่ามะเร็งพัฒนาไปได้อย่างไร และอาจค้นพบวิธีใหม่ในการต่อสู้กับโรคเหล่านี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การรักษาที่ก้าวล้ำในอนาคต” ดร. George Butler จากยูนิเวอร์ซิตี้คอลเลจลอนดอน กล่าว
ที่มา
https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2422861122
https://www.newscientist.com/…/2469720-big-animals…/
https://www.iflscience.com/why-dont-elephants-get-cancer…
Photo: nadezhdaz,drewsulock/Envato