โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมช้างหรือวาฬไม่เป็นมะเร็ง งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นสัตว์ใหญ่เหล่านี้มีวิวัฒนาการอันยอดเยี่ยมในการปกป้องตัวเองให้พ้นจากโรคร้าย

Environman

เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 13.00 น.

ทำไมช้างหรือวาฬไม่เป็นมะเร็ง งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นสัตว์ใหญ่เหล่านี้มีวิวัฒนาการอันยอดเยี่ยมในการปกป้องตัวเองให้พ้นจากโรคร้าย

ในทางทฤษฏีแล้ว สัตว์ขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งมากกว่าสัตว์ขนาดเล็ก เนื่องจากยิ่งมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ก็หมายความว่ามันมีเซลล์มากยิ่งขึ้นเท่านั้น เซลล์ที่มากขึ้นก็หมายความว่ามีโอกาสที่จะทำงานผิดปกติบ่อยขึ้นซึ่งนำไปสู่โอกาสการเป็นมะเร็งมากขึ้นในทุก ๆ ครั้งที่เซลล์มีการแบ่งตัวและเกิดการกลายพันธุ์

อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปในธรรมชาติแล้วนักวิทยาศาสตร์กลับงุนงงต่อสิ่งที่พวกเขาเห็น ช้างหรือวาฬต่างมีเซลล์มากกว่าเราหลายเท่านั้น ทว่าสัตว์ใหญ่เหล่านั้นก็ดูเหมือนจะไม่เป็นมะเร็งเลยจนกลายเป็นข้อขัดแย้งที่ชื่อว่า Peto's paradox ซึ่งเป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบัน

“ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นที่พวกเขาเห็นนั้นน้อยมาก และไม่เป็นสัดส่วนกับขนาดร่างกายเลย” Vera Gorbunova นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ กล่าว “หากคุณพิจารณาสัตว์ขนาดเล็กเช่น หนู และมนุษย์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 100 เท่า หรือช้างที่มีขนาดใหญ่กว่า 1,000 เท่า แต่ความแตกต่างของอัตราการเกิดมะเร็งนั้นจะไม่สู่เกิน 100 เท่าในมนุษย์ หรือสูงกว่า 1,000 เท่าในช้าง(เมื่อเทียบกับหนู)”

ข้อขัดแย้งนี้สร้างความลึกลับและการถกเถียงมาอย่างยาวนานว่า ‘ทำไมสัตว์ใหญ่ไม่เป็นมะเร็ง?’ แต่ งานวิจัยใหม่ที่เผยแพร่บนวารสาร PNAS เผยให้เห็นว่าคำถามดังกล่าวดูจะเป็นการถามที่ผิดประเด็นไปหน่อย สัตว์ใหญ่ก็เป็นมะเร็งเช่นเดียวกับเราแต่พวกมันมีความพิเศษมากกว่าเรา

ทีมวิจัยได้เปรียบเทียบอัตราการเกิดมะเร็งในสัตว์ 263 สายพันธุ์รวมถึงสัตว์ขนาดใหญ่เช่น ช้าง ยีราฟ และสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่หลายตัว จากนั้นนำมาวิเคราะห์และแยกความแตกต่างกันไประหว่างประเภทต่าง ๆ เช่นสัตว์ที่เติบโตต่อได้เมื่ออายุมากขึ้นกับสัตว์ที่จะหยุดเติบโตเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ และอื่น ๆ เป็นต้น

ผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่าสัตว์ขนาดใหญ่มีอัตราการเกิดมะเร็งที่สูงกว่าตามทฤษฏี เพราะสัตว์เช่นช้างมีจำนวนเซลล์มากกว่าทำให้มีโอกาสผิดปกติมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามแม้อัตราการเป็นมะเร็งของช้างจะสูงกว่าหนู

แต่ช้างไม่ได้เป็นมะเร็งมากกว่าหลายเท่า ทว่ากลับใกล้เคียงกับสัตว์ที่เล็กลงมาเช่นเสือ ดังนั้นมันจะต้องมีอะไรบ้างอย่างที่คอยปกป้องช้างไว้ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าสิ่งนั้นคือลักษณะเฉาะของสายพันธุ์วิวัฒนาการขึ้นในได้ในช่วงเวลาอันสั้น แม้จะยังไม่รู้ว่าคืออะไร แต่พวกเขาคาดว่าน่าจะมีอยู่จริง

“เราไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า (ช้างเอเชีย) มีอัตราการเกิดมะเร็งต่ำเป็นพิเศษ แม้ว่ามันจะถูกยกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดีของ Peto's paradox ก็ตาม” Chris Venditti ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเรดดิ้ง ผู้นำทีมวิจัยกล่าว

ขณะที่ ดร. Joanna Baker หนึ่งในทีมวิจัยเสริมว่า “เมื่อสายพันธุ์จำเป็นต้องเติบโตให้ใหญ่ขึ้น พวกมันก็พัฒนากลไกบางอย่างในการป้องกันมะเร็งได้อย่างน่าทึ่ง ช้างไม่จำเป็นต้องกลัวขนาดของมัน พวกมันมีกลไกทางชีววิทยาที่ซับซ้อนเพื่อควบคุมมะเร็ง นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าวิวัฒนาการสามารถค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างไร”

นอกจากนี้ทีมวิจัยยังพบว่าบางสายพันธุ์เองก็ถูกเข้าใจผิดมาตลอดเช่น นกหงส์หยกที่มีขนาดเล็กจิ๋วและถูกคาดว่าน่าจะเป็นมะเร็งน้อยลงไปตามขนาดตัว กลับมีอัตราการเกิดมะเร็งมากถึง 40 เท่า และความเชื่อที่ว่าตุ่นหนูไร้ขนไม่เคยเป็นมะเร็งนั้นก็ไม่จริง แต่ก็ยังถือว่าเป็นมะเร็งน้อยมาก ความเข้าใจเหล่านี้จะช่วยให้การต่อสู้กับโรคมะเร็งในมนุษย์ก้าวหน้าขึ้น

“การค้นพบว่าสัตว์ชนิดใดสามารถต่อสู่กับมะเร็งได้ดีกว่าตามธรรมชาตินั้นเปิดเส้นทางใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับการวิจัย การศึกษาสายพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ทำให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นว่ามะเร็งพัฒนาไปได้อย่างไร และอาจค้นพบวิธีใหม่ในการต่อสู้กับโรคเหล่านี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การรักษาที่ก้าวล้ำในอนาคต” ดร. George Butler จากยูนิเวอร์ซิตี้คอลเลจลอนดอน กล่าว

ที่มา

https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2422861122

https://www.newscientist.com/…/2469720-big-animals…/

https://www.iflscience.com/why-dont-elephants-get-cancer…

Photo: nadezhdaz,drewsulock/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...