Deutsche Bank ชี้นักลงทุนจีนทยอยขาย “พันธบัตรสหรัฐ” หนีความเสี่ยงสงครามการค้า
Deutsche Bank เผยนักลงทุนจีนเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์ดอลลาร์ หันลงทุนพันธบัตรยุโรป ญี่ปุ่น และทองคำแทน ท่ามกลางความผันผวนจากนโยบายการค้าสหรัฐ
วันที่ 18 เมษายน 2568 เวลา 11.35 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Deutsche Bank ระบุว่า นักลงทุนชาวจีนบางส่วนได้เริ่มลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และหันไปลงทุนในตราสารหนี้ยุโรปมากขึ้น หลังจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จุดชนวนความผันผวนในตลาด และกระตุ้นให้เกิดการไหลออกจากสินทรัพย์สหรัฐ
Lillian Tao หัวหน้าฝ่ายขายตลาดจีนและตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกของ Deutsche Bank ให้สัมภาษณ์ว่า "เห็นการกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์สหรัฐในพอร์ตของนักลงทุนจีน และความสนใจในตลาดอื่น ๆ โดยเฉพาะในยุโรปเพิ่มขึ้น"
พร้อมระบุว่าพันธบัตรยุโรประดับคุณภาพสูง พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น และทองคำ น่าจะกลายเป็นตัวเลือกสำคัญใหม่ ๆ สำหรับนักลงทุนจีน แทนที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
สินทรัพย์ที่มีสกุลเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐถูกเทขายอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่สถานะสินทรัพย์ปลอดภัยของดอลลาร์ถูกตั้งคำถามมากขึ้น จากการที่ทรัมป์เปิดสงครามการค้ากับหลายประเทศทั่วโลก
โดยสถานะของจีน ในฐานะผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงหลัง เนื่องจากนักวิเคราะห์ถกเถียงกันว่าจีนมีบทบาทอย่างไรต่อความปั่นป่วนของตลาด
Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เพิ่งออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ว่ารัฐบาลต่างชาติเทขายพันธบัตรสหรัฐเป็นวงกว้าง
Lillian Tao กล่าวเพิ่มเติมว่านักลงทุนจีนบางรายมองว่าระดับผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงหลังการเทขายทำให้พันธบัตรสหรัฐน่าสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตามนักลงทุนเหล่านี้ยังระมัดระวังอย่างยิ่งว่า "นี่เป็นโอกาสที่ดี" หรือเป็นเพียงการซื้อสินทรัพย์ที่ยังอาจร่วงหนักลงอีก เพราะนโยบายสหรัฐภายใต้ทรัมป์มีลักษณะไม่แน่นอนสูง
ท่ามกลางความผันผวน นักลงทุนจีนจำนวนเพิ่มขึ้นเริ่มหันไปพิจารณาตลาดที่ไม่เคยให้ความสำคัญมากนักมาก่อน เช่น: พันธบัตรเยอรมัน ตลาดพันธบัตรสเปนและอิตาลี
ปัจจัยที่ทำให้แนวโน้มตลาดยุโรปดีขึ้น คือ เยอรมนีอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (landmark spending package) มีโอกาสที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
Tao สรุปว่า "ด้วยปัจจัยมหภาคเหล่านี้ นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนจีนต้อง ทบทวนการจัดสรรพอร์ตใหม่ เพื่อมองหาประเทศที่มีโอกาสลงทุนมากกว่า"
อ้างอิง : bloomberg.com