โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Branded Residence บูมในอาเซียน ไทย ผงาดเจ้าตลาดอสังหาฯหรู ผุดบิ๊กโปรเจกต์ มูลค่ารวม 2 แสนล้าน

Thairath Money

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 07.57 น.
ภาพไฮไลต์

การเจอกันระหว่าง ความหรูหราของแบรนด์ดัง กับ โครงการที่อยู่อาศัย กลายเป็นโมเดลใหม่สุดฮอตในตลาดอสังหาฯ ขณะนี้ โดยในช่วงยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา แนวโน้มการพัฒนาBranded Residence ที่มีต้นกำเนิดจากตะวันตก จากเดิมที่ภูมิภาคอเมริกาเหนือเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ กำลังขยายตัวไปในตลาดทั่วโลกโดยเอเชีย

ในช่วงปีที่ผ่านมาตลาด Branded Residence ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตถึง 216% ด้วยโลเคชันที่มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดสำนักข่าว Nikkei Asia ฉายภาพรวมการเติบโตของตลาดอสังหาฯ ลักชัวรีที่กำลังเติบโตอย่างโดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน

นำโดย“ไทย” ที่มีมูลค่าตลาด Branded Residence สูงที่สุดกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ส่งเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่ไม่ใช่แค่มอบความสะดวกสบายฉบับคนเมืองให้กับผู้อยู่อาศัย แต่ยังเป็นจุดหมายการลงทุนด้านอสังหาฯ ชั้นดีอีกด้วย

อาเซียน หมุดหมายใหม่ ปั้น Branded Residence

ข้อมูลจาก Savills Global Residential Development Consultancy (GRDC) ระบุว่า ในปี 2024 โครงการ Branded Residence ทั่วโลกมีจำนวน 1,526 โครงการ โดยเอเชียมีสัดส่วน 21% และอาเซียนคิดเป็น 12% ในขณะที่อเมริกาเหนือยังคงครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 25% อย่างไรก็ตามข้อมูลชี้ให้เห็นว่า "แนวโน้มกำลังเปลี่ยนไปทางเอเชีย" และมีความเป็นไปได้ที่จะเทียบเท่าอเมริกาเหนือภายใน 10-12 ปีข้างหน้านี้

รายงานระบุว่า กระแสดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูง บวกกับ "การย้ายถิ่นระดับโลก" ของนักลงทุนหลังจากการระบาดใหญ่ของ Covid-19 และผู้ที่มองหาสถานที่พักผ่อนไปจนถึงลงหลักปักฐานหลังเกษียณ โดยมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2028 จำนวนนักลงทุนที่มีทรัพย์สินไม่น้อยกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1 ล้านบาทในเอเชีย จะเพิ่มขึ้น 38.3% จากปี 2023 แซงหน้าภูมิภาคตะวันออกกลางที่ 28.3% และอเมริกาเหนือที่ 25.7% โดยมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนามคาดว่าจะเติบโตมากกว่า 30% ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อสำคัญในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้กลยุทธ์ของเจ้าของ Brand Residence เองต้องการรักษาฐานลูกค้าระดับสูงของตนผ่านการนำเสนอที่พักอาศัยที่กลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญมากขึ้น ต่างจากโรงแรมที่ต้องพึ่งพาอัตราการเข้าพักที่ผันผวน โครงการเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงจากค่าธรรมเนียมการบริหารและการใช้แบรนด์ ซึ่งค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโรงแรมโดยทั่วไปอยู่ที่ 2% ของยอดขายสำหรับแบรนด์มาตรฐาน และสูงกว่า 5% สำหรับแบรนด์หรู และสูงถึง 10% สำหรับแบรนด์อัลตราลักชัวรี

หนึ่งในแบรนด์ที่กำลังมุ่งเน้นเจาะตลาดอาเซียนมากขึ้น ได้แก่ Four Seasons เครือโรงแรมและรีสอร์ทหรูจากโตรอนโต แคนาดา ซึ่งดำเนินโครงการที่อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้แล้ว 6 โครงการ รวมถึงโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2020 และยังมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนโครงการที่อยู่อาศัยในอาเซียนเป็นสองเท่าภายใน 5-10 ปี โดยระบุถึงดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี หรืออีกหลายแบรนด์ที่มีรากฐานจากประเทศไทยอย่างAmanpuri Resort และ Banyan Tree

ไทย Luxury และ Super Luxury เด่น แม้เศรษฐกิจซบเซา

ความโดดเด่นของประเทศไทย พบว่า ความพยายามในการดึงดูดแรงงานทักษะสูงและนักลงทุน โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ จีน รัสเซีย และสิงคโปร์ ผ่านโครงการวีซ่าพำนักระยะยาวและการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการอยู่อาศัย มีส่วนช่วยให้ธุรกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น

ข้อมูลจาก C9 Hotelworks Market Research ปัจจุบัน “ไทย” ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดอสังหาฯ ระดับลักชัวรี ในภูมิภาค โดยมีโครงการที่เปิดตัวแล้วจำนวน 12,656 ยูนิต มูลค่ารวม 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 32% ของอุปทานทั้งหมดในเอเชีย

ปัจจุบันโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกรุงเทพฯ ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน โดยมีชาวจีนเป็นกลุ่มนักลงทุนหลักในตลาดคอนโดมิเนียม คิดเป็น 40% ของธุรกรรมทั้งหมดที่ดำเนินการโดยชาวต่างชาติ ตามข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มธุรกรรมเหล่านี้ยังรวมถึงโครงการระดับกลางอีกด้วย

ชีวิตติดหรู “ประเทศไทย” ดินแดนของโรงแรม 5 ดาว

สำหรับโครงการในไทยที่หลายฝ่ายจับตาในปีนี้ หนึ่งในนั้น คือ การเปิดตัวของ Aman Nai Lert Bangkok โครงการที่พักอาศัยและโรงแรมมูลค่า 6 พันล้านบาทในกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นโรงแรมแบรนด์อมันแห่งแรกในไทย ภายใต้การพัฒนาของทายาทรุ่นที่ 4 ของ “นายเลิศกรุ๊ป”

นอกจากนี้ยังมีดีลใหญ่อย่าง Standard International แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในธุรกิจไลฟ์สไตล์โฮเทล ที่จับมือกับ แสนสิริ และ กลุ่มเซ็นทรัล เปิดตัว The Standard Residences บนทำเลเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่างหัวหินและภูเก็ต

ด้านโรงแรมหรู (Luxury Hotel) ที่มีการเปิดให้บริการระหว่างปี 2566-2567 ก็มีหลายแห่งเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นโรงแรมหรือรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น Hilton Garden Inn Bangkok Riverside, Dusit Thani Bangkok, The Ritz-Carlton Bangkok เป็นต้น

เช็คจำนวนล่าสุด โรงแรมและที่พักที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยระดับ 5 ดาว 39 แห่ง อ่านเพิ่มเติม ลิสต์ชื่อกลุ่มเครือธุรกิจโรงแรมระดับโลกและกลุ่มโรงแรมที่พักระดับ 5 ดาวภายใต้เครือธุรกิจ โดยผู้ประกอบการไทย

ทั้งนี้นอกจากประเทศไทยแล้ว กลุ่ม Branded Residence ยังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศอื่น ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เช่น เวียดนามและฟิลิปปินส์ โดยเวียดนามมีโครงการที่เปิดตัวแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนามากถึง 17,680 ยูนิต ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดในภูมิภาค ขณะที่ฟิลิปปินส์กำลังไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม C9 Hotelworks และผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตที่เตือนผู้ซื้อถึงการตรวจสอบสถานะของผู้พัฒนาและสัญญาการบริหารจัดการอย่างถี่ถ้วน ท่ามกลางการเก็งกำไรที่เพิ่มมากขึ้นในบางตลาด บางกรณีแบรนด์อาจถอนตัวออกจากโครงการหากผู้พัฒนาไม่สามารถจัดหาทุนที่เพียงพอสำหรับการบริหารและบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก และบางโครงการอาจเปลี่ยนการจัดการแม้กระทั่งก่อนที่การก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์

อ่านเพิ่มเติม

อ้างอิงข้อมูลจาก Nikkei Asia

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Branded Residence บูมในอาเซียน ไทย ผงาดเจ้าตลาดอสังหาฯหรู ผุดบิ๊กโปรเจกต์ มูลค่ารวม 2 แสนล้าน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...