หวิดโดนวาฬกลืน! หนุ่มคายัคถูกวาฬงับเข้าปาก ก่อนคายออกมาอย่างปลอดภัย
หวิดโดนวาฬกลืน! หนุ่มพายคายัคชิลีถูกวาฬหลังค่อมงับเข้าปาก ก่อนคายออกมาอย่างปลอดภัย
เหตุการณ์สุดระทึกเกิดขึ้นในน่านน้ำชิลี ขณะที่ อาเดรียน ซิมันกัส ชาวเวเนซุเอลากำลังพายคายัดอยู่กับพ่อเขา เดลล์ ซิมันกัส ที่อ่าวเอล อากีลา ใกล้ประภาคารซาน อิซิโดร ในช่องแคบมาเจลลัน ทันใดนั้น วาฬหลังค่อมขนาดมหึมาก็พุ่งขึ้นจากน้ำและอ้าปากกว้าง กลืนอาเดรียนและคายัคสีเหลืองของเขาเข้าไป ก่อนจะถูกคายออกมาอย่างปลอดภัยภายหลัง
ในช่วงที่อาเดรียนถูกกลืนลงไปนั้น เดลล์ พ่อของเขาที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่เมตร ได้จับภาพช่วงเวลาช็อกโลกนั้นไว้ได้หมด และยังตะโกนบอกลูกชายว่า "ใจเย็นไว้! ใจเย็นไว้!" ให้เขาตั้งสติ ซึ่งก็เป็นอย่างที่เห็นในคลิปวิดีโอ ไม่กี่วินาทีต่อมา วาฬก็คายอาเดรียนออกมาโดยไม่เป็นอันตราย
"ผมนึกว่าตัวเองตายแล้ว!" อาเดรียนเล่ากับสำนักข่าว Associated Press “ผมคิดว่ามันกลืนผมเข้าไปแล้วจริง ๆ นาทีนั้นโคตรสยอง!"
แต่พอวาฬคายเขาออกมา และผุดขึ้นมาจากน้ำ สิ่งที่เขากลัวกว่ากลับเป็นความปลอดภัยของพ่อ หรือการต้องติดอยู่ในน้ำที่เย็นจัด
เดลล์เอง แม้จะเป็นห่วงลูกชายสุด ๆ แต่ก็ยังตั้งสติ ถ่ายคลิปวิดีโอไปด้วย ปลอบลูกไปด้วย และหลังจากที่อาเดรียนโผล่ขึ้นมาจากปากวาฬ เขารีบว่ายไปหาเรือของพ่อ และทั้งคู่ก็กลับฝั่งอย่างปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนที่ดูวิดีโอตั้งคำถามว่า วาฬโจมตีคนบ่อยไหม? คำตอบคือเหตุการณ์แบบนี้หายากสุด ๆ การที่วาฬจะ "กลืน" คนเข้าไปไม่ใช่เรื่องปกติ และตามหลักกายวิภาคแล้ว วาฬไม่สามารถกลืนมนุษย์ได้ แม้ว่าปากมันจะใหญ่มาก แต่ลำคอของมันเล็กมาก ขนาดประมาณกำปั้นเท่านั้น แม้แต่ปลาทูน่าตัวใหญ่ ๆ วาฬก็กลืนไม่ลง
นักวิจัยคาดว่า วาฬน่าจะงับอาเดรียนเข้าไปโดยบังเอิญ เพราะกำลังกินฝูงปลาขนาดเล็ก และไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขา
แท้จริงแล้วในชีวิตประจำวัน วาฬก็เสี่ยงอันตรายเหมือนกัน เพราะปัจจุบัน วาฬต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากมายจากกิจกรรมของมนุษย์ ทั้งเสี่ยงถูกเรือชน ทุกปีจะมีวาฬเสียชีวิตหรือบาดเจ็บมากถึง 30,000 ตัวต่อปีจากเรือประมง เรือบรรทุกสินค้า และเรือชมวาฬ และปัญหาวาฬเกยตื้น ก็เพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาด้วย ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะของมหาสมุทรที่เสื่อมโทรม
วาฬไม่ได้เป็นแค่สัตว์ยักษ์แห่งท้องทะเล แต่เป็น "บารอมิเตอร์" ที่บอกถึงสุขภาพของระบบนิเวศ และมนุษย์เองก็มีบทบาทสำคัญในการรักษาธรรมชาติของพวกมันให้ปลอดภัย
ที่มา
https://www.bbc.com/news/articles/cly50k8zypmo