โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

EDM ไทยทำถึงดันยอดขายบัตร “สยามสงกรานต์” 68 พุ่งแล้ว 2.5 เท่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มี.ค. 2568 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2568 เวลา 09.53 น.

ไทยเมืองแห่งความบันเทิง ศิลปินและดีเจระดับโลกตบเท้าจัดงานในไทย ต่างชาติกระเป๋าพร้อมเปย์หลักหมื่น-แสน “วัน เอเชีย เวนเจอร์ส” มองไทยมีโอกาสเป็น Festival Hub แทนผู้นำตลาดเดิม เกาหลี-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ เพิ่มงบอัพสเกล “สยามสงกรานต์” 68 พร้อมอัด 3 บิ๊กอีเวนต์ดันรายได้ทั้งปีโตเพิ่ม20% แตะ 600 ล้านบาท

นายรชต ธันยาวุฒิ บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจการท่องเที่ยวในเชิง “creative economy” มากขึ้นเนื่องจากไทยมีทั้งวัฒนธรรม สถานที่และ infrastructure ต่างๆรวมถึงนโยบายของภาครัฐที่ให้การสนับสนุนผู้จัดงาน รวมทั้งความพิเศษในเรื่องของการรับรองชาวต่างชาติหรือฮอตพิทาลิตี้ที่ค่อนข้างมีความเป็นผู้นำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยว Festival ต้องการการต้องรับที่ให้เกียรติ และสบายใจ ซึ่งไทยสามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี บวกกับไทยเป็นประเทศที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเรื่องของความบันเทิงเพราะฉะนั้นมีโอกาสสูงที่ไทยจะกลายเป็น Festival Hub ได้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่เคยเป็นผู้นำมาก่อนไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่นหรือแม้แต่สิงคโปร์

โดยเฉพาะสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะเป็นอันดับต้นๆ หากมองย้อนกลับไปในอดีตช่วงพีกที่สุดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในช่วงสงกรานต์ถึง 9.2 ล้านคน ขณะที่ปี 2567 ที่ผ่านมามีเม็ดเงินเงินสะพัดใน Music Festivalเฉพาะช่วงสงกรานต์ทางตรงประมาณ 1,000 ล้านบาท และทางอ้อมกว่า57,500 ล้านบาท เนื่องจาก เทศกาลดนตรีหรือMusic Festival มักจะเป็นอีเวนต์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มี spending Power ค่อนข้างสูงเข้ามาได้ง่าย

โดยเฉพาะ“EDM Festiva” ที่มีองค์ประกอบหลายๆภาคส่วนบวกกับการขายบัตรหลากหลายประเภทที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่ง Festival ทั่วไปจะไม่สามารถขายบัตรหลายๆโซนนิ่งได้มากเท่าEDM ทำให้สเปนดิ้งต่อหัวไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นบาทในส่วนของ low cost ไม่นับกลุ่มพรีเมี่ยมที่ค่าใช้จ่ายต่อหัวขึ้นหลักแสนบาทเนื่องจากนักท่องเที่ยวที่มา Festivalแนวนี้มักใช้เวลาในประเทศไทยเยอะเพราะต้องใช้เวลาพักฟื้นหลังจบงาน

“EDM สามารถขายตั๋วได้แพงและแยกโซนเพราะคนที่มาร่วมงานมีความคุ้นเคย EDM ในเมืองนอกที่มีการแยกขายตั๋วเป็นเรื่องปกติโดยไม่มีข้อกังขาว่าแพงเกินไป ดังนั้นแต่ละงานสามารถเทเลอร์ได้ตาม demographic ของกลุ่มลูกค้าได้มากกว่าเพราะคนยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ ทำให้ธุรกิจ EDM สามารถเพิ่มแวรูล-เพิ่มอีโมชันนอลเข้าไปได้เรื่อยๆเพื่อให้คนยอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้นได้

ประกอบกับเด็ก Gen-Z และมิลเลนเนียมที่เป็นลูกค้าหลักไม่ได้สนใจว่าจะต้องใช้ของแบรนด์เนมหรือใช้เงินกับสิ่งของที่จับต้องได้ แต่ต้องการประสบการณ์ที่มีค่ากับตัวเองมากกว่า

ตอนนี้งานเฟสติวัลต่างประเทศเริ่มเข้ามาจัดในประเทศไทยค่อนข้างเยอะและส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างจะ ซัคเซส ปีที่แล้วมี EDM เข้ามาจัดในไทยประมาณ 8 งานเห็นได้ชัดคืองาน “EDC ภูเก็ต” ที่บัตร Sold Out และโรงแรมถูกจองเต็มแม้ว่าราคาห้องพักจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากช่วงปกติก็ตาม”

ในส่วนของ วัน เอเชีย เวนเจอร์ส เติบโตจากการเป็นเอเจนซี่ Booking ศิลปินมากว่า 10 ปี พร้อมกับผลักดันศิลปินไทยให้สามารถขึ้นโชว์ในเวทีใหญ่ๆ หรือคอลแลบส์เพลงกับศิลปินระดับโลกได้ซึ่งทำให้ศิลปินต่างชาติอยากเข้ามาร่วมงานกับ วัน เอเชีย เวนเจอร์ส เพราะความใส่ใจศิลปิน

“เราอยากพัฒนาศิลปินไทยให้ไปถึงสากลได้มากขึ้น รวมถึงดึงดูด Festival ระดับโลกงานอื่นๆเข้ามาจัดในประเทศไทยมากขึ้นด้วย แต่เราไม่ต้องการดึงศิลปินเข้ามาโดยการจ่ายค่าไลน์เซ่นส์และศิลปินนำเงินส่วนแบ่งกลับไป แต่ต้องการดึงให้ศิลปินหรือเจ้าของงานเข้ามาเปิดบริษัทที่ไทยหรือมาลงทุนที่ไทยโดยถือหุ้นร่วมกับวัน เอเชีย เวนเจอร์ส ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการทำสัญญาและน่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 3-4 เดือนนี้”

สำหรับแผนการลงทุนในปี 2024 วัน เอเชีย เวนเจอร์ส ลงทุน 350 ล้านบาทจัด 4 งานใหญ่ ซึ่งในปี 2025 นี้ วัน เอเชีย เวนเจอร์ส ตั้งเป้าลงทุนประมาณ 500 ล้านบาทเพื่อจัด 4 งานใหญ่ โดยจะเน้นไปที่โซโล่ศิลปินคอนเสิร์ตมากขึ้น เบื้องต้นคอนเฟิร์มงานที่จัดแน่ๆคือ SIAM Songkran Music Festival 2025 บริษัทเตรียมลงทุนครั้งใหญ่ในงาน และ UNSEEN FESTIVAL ส่วนอีก 2 งานอยู่ระหว่างรอศิลปินคอนเฟิร์ม

เบื้องต้นบริษัทคาดหวังรายได้ปี 2025 เติบโต 20% หรือประมาณ 600 ล้านบาท และดึงดูดผู้เข้าร่วมทั้งในและต่างประเทศจากทั้ง 4 งาน มากกว่า 150,000 คน แบ่งเป็นชาวไทย 50% และต่างชาติ 50% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน มาเลเซีย เกาหลี และญี่ปุ่น

“ปีที่แล้ว สยามสงกรานต์ เราลงทุนไป 200 ล้านบาทส่วนปีนี้จะลงทุน 250 ล้านบาท โดยคาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 100,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 70,000 คนในปีที่ผ่านมา และเพิ่มสัดส่วนผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศประมาณ 50%

ปัจจุบันมีการเติบโตของยอดขายบัตร SIAM Songkran Music Festival 2025 มากกว่า 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เราโชคดีที่โลเคชั่นในการจัดงานอยู่ใน RCA ซึ่งเป็นพื้นที่ใหญ่ที่อยู่ในฮับที่คนอยากมาเล่นสงกรานต์อยู่แล้ว ดังนั้นแม้ว่าช่วงสงกรานต์จะมีงาน Music Festival เกิดขึ้นหลายงานแต่ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา 12 ล้านคนเพียงพอที่จะแบ่งแชร์กันได้

นอกจากนี้ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวจีนเข้าร่วมงาน SIAM Songkran Music Festival 2025 เยอะที่สุดแต่ปีนี้จาก Data การขายบัตรพบว่า “มาเลเซีย” แซงหน้านทท.จีนไปแล้ว”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...