EDM ไทยทำถึงดันยอดขายบัตร “สยามสงกรานต์” 68 พุ่งแล้ว 2.5 เท่า
ไทยเมืองแห่งความบันเทิง ศิลปินและดีเจระดับโลกตบเท้าจัดงานในไทย ต่างชาติกระเป๋าพร้อมเปย์หลักหมื่น-แสน “วัน เอเชีย เวนเจอร์ส” มองไทยมีโอกาสเป็น Festival Hub แทนผู้นำตลาดเดิม เกาหลี-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ เพิ่มงบอัพสเกล “สยามสงกรานต์” 68 พร้อมอัด 3 บิ๊กอีเวนต์ดันรายได้ทั้งปีโตเพิ่ม20% แตะ 600 ล้านบาท
นายรชต ธันยาวุฒิ บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจการท่องเที่ยวในเชิง “creative economy” มากขึ้นเนื่องจากไทยมีทั้งวัฒนธรรม สถานที่และ infrastructure ต่างๆรวมถึงนโยบายของภาครัฐที่ให้การสนับสนุนผู้จัดงาน รวมทั้งความพิเศษในเรื่องของการรับรองชาวต่างชาติหรือฮอตพิทาลิตี้ที่ค่อนข้างมีความเป็นผู้นำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยว Festival ต้องการการต้องรับที่ให้เกียรติ และสบายใจ ซึ่งไทยสามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี บวกกับไทยเป็นประเทศที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเรื่องของความบันเทิงเพราะฉะนั้นมีโอกาสสูงที่ไทยจะกลายเป็น Festival Hub ได้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่เคยเป็นผู้นำมาก่อนไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่นหรือแม้แต่สิงคโปร์
โดยเฉพาะสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะเป็นอันดับต้นๆ หากมองย้อนกลับไปในอดีตช่วงพีกที่สุดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในช่วงสงกรานต์ถึง 9.2 ล้านคน ขณะที่ปี 2567 ที่ผ่านมามีเม็ดเงินเงินสะพัดใน Music Festivalเฉพาะช่วงสงกรานต์ทางตรงประมาณ 1,000 ล้านบาท และทางอ้อมกว่า57,500 ล้านบาท เนื่องจาก เทศกาลดนตรีหรือMusic Festival มักจะเป็นอีเวนต์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มี spending Power ค่อนข้างสูงเข้ามาได้ง่าย
โดยเฉพาะ“EDM Festiva” ที่มีองค์ประกอบหลายๆภาคส่วนบวกกับการขายบัตรหลากหลายประเภทที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่ง Festival ทั่วไปจะไม่สามารถขายบัตรหลายๆโซนนิ่งได้มากเท่าEDM ทำให้สเปนดิ้งต่อหัวไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นบาทในส่วนของ low cost ไม่นับกลุ่มพรีเมี่ยมที่ค่าใช้จ่ายต่อหัวขึ้นหลักแสนบาทเนื่องจากนักท่องเที่ยวที่มา Festivalแนวนี้มักใช้เวลาในประเทศไทยเยอะเพราะต้องใช้เวลาพักฟื้นหลังจบงาน
“EDM สามารถขายตั๋วได้แพงและแยกโซนเพราะคนที่มาร่วมงานมีความคุ้นเคย EDM ในเมืองนอกที่มีการแยกขายตั๋วเป็นเรื่องปกติโดยไม่มีข้อกังขาว่าแพงเกินไป ดังนั้นแต่ละงานสามารถเทเลอร์ได้ตาม demographic ของกลุ่มลูกค้าได้มากกว่าเพราะคนยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ ทำให้ธุรกิจ EDM สามารถเพิ่มแวรูล-เพิ่มอีโมชันนอลเข้าไปได้เรื่อยๆเพื่อให้คนยอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้นได้
ประกอบกับเด็ก Gen-Z และมิลเลนเนียมที่เป็นลูกค้าหลักไม่ได้สนใจว่าจะต้องใช้ของแบรนด์เนมหรือใช้เงินกับสิ่งของที่จับต้องได้ แต่ต้องการประสบการณ์ที่มีค่ากับตัวเองมากกว่า
ตอนนี้งานเฟสติวัลต่างประเทศเริ่มเข้ามาจัดในประเทศไทยค่อนข้างเยอะและส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างจะ ซัคเซส ปีที่แล้วมี EDM เข้ามาจัดในไทยประมาณ 8 งานเห็นได้ชัดคืองาน “EDC ภูเก็ต” ที่บัตร Sold Out และโรงแรมถูกจองเต็มแม้ว่าราคาห้องพักจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากช่วงปกติก็ตาม”
ในส่วนของ วัน เอเชีย เวนเจอร์ส เติบโตจากการเป็นเอเจนซี่ Booking ศิลปินมากว่า 10 ปี พร้อมกับผลักดันศิลปินไทยให้สามารถขึ้นโชว์ในเวทีใหญ่ๆ หรือคอลแลบส์เพลงกับศิลปินระดับโลกได้ซึ่งทำให้ศิลปินต่างชาติอยากเข้ามาร่วมงานกับ วัน เอเชีย เวนเจอร์ส เพราะความใส่ใจศิลปิน
“เราอยากพัฒนาศิลปินไทยให้ไปถึงสากลได้มากขึ้น รวมถึงดึงดูด Festival ระดับโลกงานอื่นๆเข้ามาจัดในประเทศไทยมากขึ้นด้วย แต่เราไม่ต้องการดึงศิลปินเข้ามาโดยการจ่ายค่าไลน์เซ่นส์และศิลปินนำเงินส่วนแบ่งกลับไป แต่ต้องการดึงให้ศิลปินหรือเจ้าของงานเข้ามาเปิดบริษัทที่ไทยหรือมาลงทุนที่ไทยโดยถือหุ้นร่วมกับวัน เอเชีย เวนเจอร์ส ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการทำสัญญาและน่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 3-4 เดือนนี้”
สำหรับแผนการลงทุนในปี 2024 วัน เอเชีย เวนเจอร์ส ลงทุน 350 ล้านบาทจัด 4 งานใหญ่ ซึ่งในปี 2025 นี้ วัน เอเชีย เวนเจอร์ส ตั้งเป้าลงทุนประมาณ 500 ล้านบาทเพื่อจัด 4 งานใหญ่ โดยจะเน้นไปที่โซโล่ศิลปินคอนเสิร์ตมากขึ้น เบื้องต้นคอนเฟิร์มงานที่จัดแน่ๆคือ SIAM Songkran Music Festival 2025 บริษัทเตรียมลงทุนครั้งใหญ่ในงาน และ UNSEEN FESTIVAL ส่วนอีก 2 งานอยู่ระหว่างรอศิลปินคอนเฟิร์ม
เบื้องต้นบริษัทคาดหวังรายได้ปี 2025 เติบโต 20% หรือประมาณ 600 ล้านบาท และดึงดูดผู้เข้าร่วมทั้งในและต่างประเทศจากทั้ง 4 งาน มากกว่า 150,000 คน แบ่งเป็นชาวไทย 50% และต่างชาติ 50% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน มาเลเซีย เกาหลี และญี่ปุ่น
“ปีที่แล้ว สยามสงกรานต์ เราลงทุนไป 200 ล้านบาทส่วนปีนี้จะลงทุน 250 ล้านบาท โดยคาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 100,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 70,000 คนในปีที่ผ่านมา และเพิ่มสัดส่วนผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศประมาณ 50%
ปัจจุบันมีการเติบโตของยอดขายบัตร SIAM Songkran Music Festival 2025 มากกว่า 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เราโชคดีที่โลเคชั่นในการจัดงานอยู่ใน RCA ซึ่งเป็นพื้นที่ใหญ่ที่อยู่ในฮับที่คนอยากมาเล่นสงกรานต์อยู่แล้ว ดังนั้นแม้ว่าช่วงสงกรานต์จะมีงาน Music Festival เกิดขึ้นหลายงานแต่ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา 12 ล้านคนเพียงพอที่จะแบ่งแชร์กันได้
นอกจากนี้ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวจีนเข้าร่วมงาน SIAM Songkran Music Festival 2025 เยอะที่สุดแต่ปีนี้จาก Data การขายบัตรพบว่า “มาเลเซีย” แซงหน้านทท.จีนไปแล้ว”