“สหรัฐ-รัสเซีย-ยูเครน” บรรลุข้อตกลงสงบศึกทางทะเล-ห้ามโจมตีด้านพลังงาน เตรียมผ่อนคลายคว่ำบาตรบางส่วน
ข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ "สหรัฐ-รัสเซีย-ยูเครน" บรรลุข้อตกลงสงบศึกทางทะเล-ห้ามโจมตีด้านพลังงาน เตรียมผ่อนคลายคว่ำบาตรบางส่วน
วันที่ 26 มีนาคม 2568 เวลา 10.58 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า สหรัฐบรรลุข้อตกลงกับรัสเซียและยูเครน เพื่อหยุดยั้งการโจมตีในทะเลดำและการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงาน โดยในข้อตกลงกับรัสเซีย สหรัฐได้ตกลงที่จะผลักดันให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการยุติสงครามยูเครน และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อตกลงเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อใดหรือในลักษณะใด แต่ถือเป็นพันธะทางการอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทั้งสองฝ่ายนับตั้งแต่ทรัมป์รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ
ฝั่งรัสเซีย เรียกร้องเพิ่มเติมว่าข้อตกลงจะไม่มีผลบังคับใช้ เว้นแต่ธนาคารบางแห่งของรัสเซียจะได้รับการเชื่อมโยงกลับเข้าสู่ระบบการเงินระหว่างประเทศ ขณะที่ยูเครน ยืนยันว่าข้อตกลงไม่มีเงื่อนไขเรื่องคว่ำบาตร และควรมีผลทันที พร้อมกล่าวหารัสเซียว่าบิดเบือนและพยายามหลอกลวงโลก
ทั้งยูเครนและรัสเซียกล่าวว่าจะพึ่งพาสหรัฐในการดูแลให้ข้อตกลงเป็นไปตามที่กำหนด อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายยังคงไม่ไว้ใจกัน โดย รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ ย้ำว่าจำเป็นต้องมีหลักประกันชัดเจนจากวอชิงตัน ขณะที่ ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ระบุว่าหากรัสเซียละเมิดข้อตกลง เขาจะขอให้ทรัมป์เพิ่มการคว่ำบาตรและจัดหาอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครน
ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาคู่ขนานที่ซาอุดีอาระเบีย และการพูดคุยทางโทรศัพท์แยกกันระหว่างทรัมป์กับผู้นำทั้งสองประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยทรัมป์เสนอข้อตกลงหยุดยิงทั่วไปรวม 30 วัน แต่ปูตินปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว แม้ยูเครนจะสนับสนุนก็ตาม
ทรัมป์กล่าวว่ามีความคืบหน้ามากมาย แม้จะยอมรับว่าการเจรจาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความตึงเครียด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สหรัฐก็เริ่มเปลี่ยนท่าทีต่อรัสเซีย โดยทูตพิเศษของทรัมป์ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ระบุว่า ไม่มองว่าปูตินเป็นคนเลว ซึ่งสร้างความวิตกให้กับพันธมิตรยุโรป
ทั้งนี้ยูเครนและพันธมิตรแสดงความกังวลว่าทรัมป์อาจเร่งบรรลุข้อตกลงกับปูตินโดยที่แลกเปลี่ยนกับข้อเรียกร้องของรัสเซีย เช่น ให้ยูเครนละทิ้งเป้าหมายเข้าร่วม NATO หรือยอมสละดินแดน
ข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงานจะมีผลนาน 30 วัน เริ่มตั้งแต่ 18 มีนาคม ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงทางทะเลมีเป้าหมายเพื่อยุติการโจมตีท่าเรือและเส้นทางส่งออกของยูเครน โดยยูเครนยืนยันว่าจะถือว่าการเคลื่อนที่ของเรือรบรัสเซียนอกเขตทะเลดำตะวันออกเป็นภัยคุกคามและมีสิทธิ์ตอบโต้ทันที ซึ่งรัสเซียกล่าวว่าข้อตกลงจะมีผลเฉพาะเมื่อมีการคืนสถานะการเชื่อมต่อทางการเงินกับธนาคารเกษตรของรัสเซียผ่านระบบ SWIFT ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศในยุโรป
อ้างอิง : asia.nikkei.com