โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พายุฤดูร้อนพัดถล่มสวนทุเรียนครบุรี โคราชหักโค่น

INN News

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 04.13 น. • INN News

สวนทุเรียนครบุรีโคราช สุดซ้ำ พายุฤดูร้อนพัดถล่ม หักโค่นเสียหายจำนวนมาก

เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (3 มีนาคม 2568) ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายพื้นที่ของ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านซับระวิง หมู่ที่ 2 ต.ลำเพียก อ.ครบุรี ที่เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงนานนับชั่วโมง ส่งผลทำให้สวนทุเรียนของเกษตรกรที่กำลังออกดอกติดผล ถูกลมพายุพัดหักโค่นเสียหายเป็นจำนวนมาก

โดยนายทินกร เลือดทหาร อายุ 18 ปี ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูความเสียหายภายในสวนทุเรียนของนายสุนทรและยายเครือวัลย์ เลือดทหาร เป็นตาและยายของตนเอง ซึ่งปลูกทุเรียนเอาไว้ รวม 220 ต้น และในจำนวนนี้เป็นต้นทุเรียนที่มีอายุประมาณ 8 ปีแล้ว กำลังออกดอกเตรียมจะติดผลประมาณ 110 ต้น ส่วนที่เหลือเป็นต้นทุเรียนที่ปลูกเข้าปีที่ 4 และเมื่อตรวจสอบพบว่า มีทุเรียนต้นใหญ่ที่กำลังติดผล ได้ถูกลมพายุพัดจนหักโค่นเสียหายไปนับสิบต้น และยังมีทุเรียนต้นเล็กหักโค่นอีกจำนวนหนึ่ง คาดว่า น่าจะมีทุเรียนที่ได้รับความเสียหายหักโค่น ไม่น้อยกว่า 30 ต้น นอกจากนี้ ยังมีผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่ต้นหักโค่นอีกจำนวนหนึ่ง

ซึ่งนายทินกร เลือดทหาร หรือ น้องแบงค์ เล่าให้ฟังว่า “เมื่อเวลาประมาณบ่าย 3 โมงเศษ เกิดพายุและลมกระโชกแรง ประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง ทำให้ต้นทุเรียนที่กำลังออกดอกติดผล รวมถึง ต้นผลไม้อื่นๆ ภายในสวน ทั้งอะโวคาโด ลำไย และขนุน หักโค่นเสียหาย รวมประมาณ 40 ต้น แต่ที่เสียใจมากที่สุดก็คือ ต้นทุเรียนที่กำลังออกดอกดกเต็มต้น เพราะกำลังจะติดผลอยู่แล้ว

ซึ่งในแต่ละปี ทุเรียนแต่ละต้นจะติดลูกให้ผลผลิตประมาณ 30 – 40 ลูก คิดเป็นมูลค่าหลักหมื่นบาทต่อต้น แต่กลับถูกลมพายุพัดเสียหายเมื่อวานนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งหมายถึงเงินที่ควรจะได้ ก็หายวับไปกับตา ซึ่งพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในแถบนี้

และยังมีรายงานผลกระทบจากพายุฤดูร้อนในหลายหมู่บ้านของ ต.ลำเพียก อ.ครบุรีด้วย ซึ่งหลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งออกสำรวจความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนประชาชน รวมถึงผลผลิตทางการเกษตร เพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...