โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

คุยแล้วไม่ได้คบ ตอนจบก็อกหักเหมือนเดิม เข้าใจความเจ็บปวดของความสัมพันธ์ที่ไร้สถานะ

INN News

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 01.52 น. • INN News

“บางความสัมพันธ์…ไม่มีแม้แต่ชื่อเรียก ไม่มีวันครบรอบ ไม่มีการจับมือ ไม่มีการบอกลา ไม่มีสถานะ ไม่มีสัญญาใดๆ ระหว่างกัน แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันจริงเกินกว่าจะปฏิเสธได้”

เราต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าความสัมพันธ์ที่ไม่มีคำจำกัดความนั้น มันคลุมเครือกว่ายิ่งกว่าการไขปริศนาในคดีบางคดีเสียอีก เมื่อวานเราสองอาจเพิ่งยิ้มให้กัน หัวเราะด้วยกัน พูดคุยกันประหนึ่งว่าในโลกมีเพียงเราโดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง

แต่ใครจะไปรู้ว่า วันนี้คนหนึ่งคนในความสัมพันธ์อาจจะเงียบหายไปโดยไม่มีคำลา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของการหมดใจ เจอใครใหม่ หรือบางทีเขาอาจแค่เพิ่งรู้สึกผิดกับคนที่เขามีอยู่ก่อนแล้ว

และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร สิ่งเดียวที่เรารับรู้ได้ชัด คือการหายของเขา ไม่มีแม้แต่คำลา และ "ความเงียบ" กลายเป็นคำตอบที่เจ็บที่สุด

ก็แค่ “คนคุย” ไหม จะเสียใจอะไรนักหนา?

เพราะเขาไม่ใช่แค่ ‘คนคุย’ ไง ก็จริงอยู่ที่เราอาจไม่เคยได้สถานะอย่างคนรัก แต่เขาเคยเข้ามาเป็นความพิเศษในช่วงหนึ่งของชีวิต เคยเป็นข้อความที่ทำให้ยิ้ม เคยเป็นปลายสายที่ทำให้หัวใจเต้นแรง การจากลาที่ไม่มีคำบอกลาหรือคำพูดที่บอกว่า ‘เราเลิกกันเถอะ’ จึงยิ่งทำให้เราสับสน เหมือนเราถูกทิ้งไว้กลางทาง และได้แต่จมอยู่กับคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราสอง

"คาลานิต เบน-อาริ" (Kalanit Ben-Ari) นักบำบัดคู่สมรสและผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์กล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า การที่เราเลิกรากับความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก อาการหน่วงใจที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากการโหยหาตัวบุคคลเท่านั้น แต่มาจากการสูญเสียความหวัง และภาพฝันที่เคยวาดเอาไว้กับเขา เหมือนถูกกระชากออกจากความฝันที่แสนหวาน ให้ตื่นขึ้นมาพบกับความจริงอันแสนว่างเปล่า

เราไม่ได้เศร้าเพราะคิดถึงเขาเสมอไป แต่เรากำลังเศร้าเพราะคิดถึงช่วงเวลาที่เราคุยกันครั้งแรก คิดถึงความรู้สึกที่ได้รอข้อความตอบกลับ คิดถึงเสียงหวานๆ ของปลายสายตอนดึกๆ เพราะความรู้สึกทั้งหมดนั้นคือความทรงจำที่ไม่มีทางเอากลับคืนมาได้อีก และไม่ใช่ว่าความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นกับใครก็ได้

แต่สำหรับบางคน ความสัมพันธ์แบบไร้สถานะก็ใช่ว่าจะเลวร้ายเสมอไป

"แคโรไลน์ เวสต์" (Caroline West) นักจิตวิทยาด้านความสัมพันธ์เสนอไว้อย่างน่าสนใจว่า ในยุคนี้ผู้คนเริ่มมองความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะในเชิงบวกมากขึ้น พวกเขาใช้โอกาสนี้ในการ ‘ลอง’ ดูว่าความรู้สึกที่มีในใจมันจะพัฒนาไปได้ถึงไหน

แต่ก็ยังให้โอกาสตัวเองในการสร้างความสัมพันธ์อื่นอยู่ ซึ่งการที่ยังไม่ตกลงเรื่องสถานะจะช่วยให้เราสามารถชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและข้อเสียในตัวอีกคนและตัดสินใจได้เด็ดขาดขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลื่อนสถานะ

แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งสำคัญที่สุดของความสัมพันธ์เช่นนี้ ไม่ใช่แค่การปล่อยให้ความรู้สึกดำเนินไปโดยไร้ทิศทาง แต่คือการกล้าหันหน้าคุยกันอย่างตรงไปตรงมาว่า “สรุปแล้วเราเป็นอะไรกัน” บางคนอาจกลัวคำตอบของอีกฝ่าย กลัวการเปลี่ยนแปลง หรือกลัวการจากลา แต่เชื่อเถอะว่าคำถามเหล่านี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเราควรจริงจังกับความสัมพันธ์นี้ไหม

อย่างน้อย หากจะไม่มีวันได้รักกันแบบคู่รักคู่อื่นๆ ก็ขอให้มีคำบอกลา อย่าให้ใครต้องจมอยู่กับความสงสัยเพียงลำพัง เพราะความสับสนที่ไม่มีคำอธิบาย อาจทำร้ายมากกว่าการเลิกราเสียอีก

แต่หากคุณเพิ่งผ่านเหตุการณ์ของคนที่กำลังคุยๆอยู่หายไป โดยไม่มีคำบอกลา อย่าเพิ่งโทษตัวเองว่าเป็นเราหรือเปล่าที่ทำให้เขาหายไป เราสามารถเสียใจได้ เพราะความเสียใจนี่แหละเป็นเครื่องยืนยันว่ามันคือความรู้สึกจริงๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง ย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่งเราเคยรู้สึกกับคนคนหนึ่งจริงๆ มันไม่ใช่คำว่า ‘แค่คนคุย’ ก็เรารักของเรา จะเสียใจขนาดนี้มันไม่แปลกหรอก

แล้วถ้าเขาหายไปโดยไม่มีคำลา…เราควรทำอย่างไรกับความรู้สึกที่ยังค้างคาอยู่?

ในทางจิตวิทยา การเยียวยาหัวใจต้องเริ่มต้นจากการยอมรับความจริง ไม่ใช่การยึดติดกับความทรงจำ การที่คุณรักเขาอย่างไม่มีสถานะ ไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอ แต่มันแสดงว่าคุณกล้ารักในขณะที่คุณเองก็ยังไม่มั่นใจในผลลัพธ์ นั่นคือความเข้มแข็งอย่างหนึ่ง

ต่อมาคุณจงให้เวลารักษาหัวใจตัวเอง ถอดฟิลเตอร์สีชมพูออก และมองทุกอย่างอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่อย่างที่เราเคยหวังให้เป็น ยอมรับว่าเราอาจเคยหวังมากเกินไป และให้อภัยตัวเอง เมื่อถึงวันที่คุณกลับมารักตัวเองได้อีกครั้ง คุณจะพบว่า ความเงียบที่เขาทิ้งไว้ มันไม่สามารถทำร้ายคุณได้อีกต่อไป ความคิดถึงจะจางลง ความสับสนจะถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจ

และในบางครั้ง เส้นทางของเรากับใครบางคน อาจแค่พาดผ่านกันชั่วครู่ และไม่มีวันหวนกลับมาอีก แต่การได้เจอกันในช่วงเวลาหนึ่ง ก็อาจเพียงพอแล้วสำหรับการเรียนรู้ และเติบโตเป็นคนที่รักตัวเองได้มากกว่าเดิม 🩷🌷

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...