ตึกสตง. ทำประกันคุ้มครอง 2,200 ล้านบาท เร่งจ่ายชดเชยผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย แถลงถึงมาตรการ ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาด้านประกันภัย จากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบของ คปภ. พบว่า อาคารสำนักงาน สตง. ที่ถล่มลงมา ทำประกันไว้กับ 4 บริษัท ทิพยประกันภัย กรุงเทพประกันภัย อินทรประกันภัย และ วิริยะประกันภัย วงเงินคุ้มครอง 2,200 ล้านบาท และมีการทำประกันต่อในต่างประเทศ เพื่อบริหารความเสี่ยง ขณะเดียวกันได้ประสานข้อมูลรายชื่อและเอกสารของผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่ม รวมทั้งจะตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านประกันภัย ณ จุดเกิดเหตุและที่สำนักงาน คปภ.เพื่อให้การเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ ให้รวดเร็วที่
ขณะที่การเยียวยาและเคลมประกันสำหรับอาคาร หรือที่อยู่อาศัย ที่ได้รับความเสียหาย จากแผ่นดินไหว และทำประกันอัคคีภัย รวมถึงประกันภัยอาคารชุด ได้ประสานไปยังนิติบุคคล เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายของผู้อยู่อาศัย ซึ่งพบว่ามีการทำประกันอัคคีภัย ทั่วประเทศกว่า 5.4 ล้านฉบับ เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑลมีกว่า 2.2ล้านฉบับ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งกรณีไฟไหม้และแผ่นดินไหว ได้รับความคุ้มครอง 20,000 บาทต่อกรมธรรม์ และประชานที่ที่พักเสียหาย และเสี่ยงเกิดอันตรายสามารถดำเนินการซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัยได้ก่อน โดยไม่ต้องรอการประเมินจากประกัน ต้องบันทึกภาพความเสียหายไว้ประกอบการขอชดเชย
ทั้งนี้ภาคธุรกิจประกันภัยประเมินว่า มีอาคารและที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานครที่ทำประกันเอาไว้ ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้จำนวนมาก จึงได้ระดมเจ้าหน้าที่สำรวจภัยและสถาปนิกในการเข้าไปสำรวจความเสียหาย และเปิดสายด่วน 1186 ในการประสานเรื่องการเคลมประกันความเสียหายตลอด 24 ชั่วโมง
ทางคปภ. ระบุอีกว่า จากการประเมินความเสียหายของอาคารที่ทำการสตง.แห่งใหม่ที่ถล่ม ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่แท้จริงได้ แต่ยืนยันว่ากรณีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต้องได้รับการชดเชยภายใน 15 วัน ส่วนที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าหากตรวจสอบพบว่าการก่อสร้างไม่ถูกต้อง หรือใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐาน จะมีผลต่อความรับผิดชอบของบริษัทประกันหรือไม่ ภาคธุรกิจประกันภัย ระบุว่า ต้องยึดตามเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์เป็นหลัก ต้องรอการสอบสวนสาเหตุจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ