โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : LEO เดินหน้าแผน “LEO Go Green” ต่อยอด “Non-freight และ Non-Logistics” หวังสร้างรายได้เพิ่ม ดันผลงานปี 68 โต

Share2Trade

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 08.55 น. • Share2Trade
LEO เดินหน้าแผน “LEO Go Green”รายงานพิเศษ S2T (เว็บ)0.jpg

บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (LEO) โชว์ศักยภาพผู้นำโลจิสติกส์ เทรนด์ธุรกิจที่มาแรงในปี 2568 ชูยุทธศาสตร์ “LEO Go Green” เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับต่อยอดธุรกิจ Non-freight และ Non-Logistics ผลักดันผลงานเติบโตตามเป้าหมาย 20-25% สร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนในระยะยาว

โดยรายงานจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยถึง 2 เทรนด์สำคัญที่มีอิทธิพลต่อวงการอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย ในปี 2568 คือ 1. Digital Supply Chain การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้มีมูลค่าสูงขึ้น และ 2.Sustainable Technology ที่พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทยสู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยปี 2566-2570 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

LEO ประกาศลุยขยายธุรกิจทุกมิติ

บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (LEO) หนึ่งในผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรชั้นนำของไทยที่สามารถให้บริการได้ครอบคลุมทั่วโลก แบ่งกลุ่มธุรกิจหลักๆ ออกเป็น 1.SEA Freight 2.AIR Freight 3.Integrated Logistics Services 4.Self storage & Container Depot และยังคงมองหาโอกาสของธุรกิจใหม่ๆ เน้นการลงทุนในธุรกิจที่เป็น Non Freight มาช่วยทดแทนรายได้ค่าระวางเรือที่เริ่มปรับตัวลดลงตามแนวโน้มอุตสาหกรรมได้ในอนาคต พร้อมผลักดันยุทธศาสตร์ “LEO Go Green” ยกระดับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรอย่างยั่งยืนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์อย่างแท้จริง

"เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ปีนี้ LEO เชื่อมั่นว่ารายได้และกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาจากการขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่างประเทศไทยกับจีน รวมทั้งธุรกิจของ Non - Logistics Business จะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมลุยขยายธุรกิจในทุกมิติแบบครบวงจร

ชูยุทธศาสตร์ “LEO Go Green” โลจิสติกส์อย่างยั่งยืน

ในปี 2568 LEO เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ “LEO Go Green” ยกระดับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดธุรกิจ Non-freight และ Non-Logistics สร้างรายได้เพิ่มจากการบริการจัดการด้าน Warehouse / Distribution Center ผลักดันผลงานปี 2568 เติบโตตามเป้าหมาย 20-25%

ยุทธศาสตร์ “LEO Go Green” ประกอบด้วยเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนทั้งหมด 5 มิติ ได้แก่

- G. Growth in all aspects : สร้างยอดขายให้เติบโตจากธุรกิจหลักของ LEO ครอบคลุมถึงการสร้างยอดขายในธุรกิจใหม่และธุรกิจร่วมทุน การดำเนินธุรกิจตามแผนยุทธศาสตร์ในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจ Non-Freight และ Non-Logistics

- R. Robust Performance: ผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าหมายในการทำกำไรสุทธิจากยอดขายให้ได้มากกว่า 8% จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับ 5-6%

- E. ESG Focused : การดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

- E. Empowerment และ N. New Generation & New Technology : การส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ผ่านการศึกษาและพัฒนานวัตกรรมรูปแบบใหม่ อาทิ ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือโปรแกรมใหม่ๆ เพื่อให้บริการลูกค้าของบริษัทฯ

ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 20-25%

การตามแผนยุทธศาสตร์ “LEO Go Green” คาดว่าจะทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตกำไรขั้นต้นและผลประกอบการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 20-25% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้จากหน่วยธุรกิจใหม่ๆ (New Business Units) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ Self-Storage และ Wine Storage สาขา ถนนพระราม 4 รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่ได้มีการจัดตั้งในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ การขนส่งทางรางไปยังประเทศจีน-ลาว ของบริษัท LaneXang Express การขนส่งสินค้าทางรางภายในประเทศของบริษัท Sritrang LEO Multimodal Logistics

การให้บริการศูนย์โลจิสติกส์และกระจายสินค้าของบริษัท Advantis LEO และการส่งออกสินค้าทุเรียนไปยังประเทศจีนจากบริษัท LEO Sourcing & Supply Chain ซึ่งบริษัทดังกล่าวเหล่านี้จะทำให้เกิดรายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ ในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจ Non-Freight และ Non-Logistics ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีสัดส่วนของรายได้มาเป็น 30-35% จากยอดรวมของบริษัทฯ ใน 1-2 ปีข้างหน้า รวมถึงโครงการ JV และ M&A อีกหลายโครงการที่อยู่ในแผนธุรกิจในปี2568

เร่งให้บริการ "Green Logistics"

ในฐานะที่ LEO เป็น End-to-End Logistics Services Provider มีแผนร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่จะให้บริการในลักษณะของ Green Logistics พัฒนาให้บริการขนส่งและการกระจายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้รถพลังงานไฟฟ้า ลดการใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดมลพิษหรือก่อให้เกิดขยะ มุ่งเน้นการลดมลพิษทางอากาศจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

รวมถึงพัฒนาระบบการให้บริการให้อยู่ในระบบดิจิทัล เพื่อลดการสิ้นเปลืองในการใช้กระดาษ โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้สามารถลดภาวะโลกร้อนและเปลี่ยนให้เป็น Carbon Credit ให้กับลูกค้าของเรา และทำให้ลูกค้าของเราได้รับการยอมรับในการดำเนินธุรกิจในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG และการลด Carbon Footprint เป็นอย่างมาก

“บริษัทฯ มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับกิจกรรมและบริการโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เพื่อตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมของ LEO จึงได้ประกาศแผนกลยุทธ์ที่พร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “LEO Go Green” สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในฐานะผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์อย่างแท้จริง”

พัฒนาระบบขนส่งรถไฟจีน-ไทย ให้เป็น Round trip

อีกหนึ่งในแผนการสำคัญของ LEO ในปี 2568 คือการพัฒนาระบบขนส่งรถไฟจีน-ไทย ด้วยตู้ Reefer Containers ให้เป็นระบบแบบขนส่ง Round trip มีสินค้าขาไปและขากลับ ระหว่างประเทศจีน-ไทย โดย LEO จะเป็นผู้จัดหาสินค้าส่งออกจากประเทศไทยมายังจีน และทางฝ่ายจีนก็จะช่วยหาสินค้าส่งออกจากประเทศจีนกลับมายังประเทศไทย โดย LEO มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการ End-to-End Global Logistics Service Provider และเครือข่ายของ LaneXang Express ในประเทศจีนและไทยจะสามารถช่วยยกระดับการให้บริการเข้าสู่มาตรฐานสากล ผลักดันให้การขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่างจีน-ไทย ให้ประสบความสำเร็จ และสามารถลดต้นทุนค่าขนส่งให้กับผู้ส่งออกและนำเข้าทั้งในประเทศไทยและจีน

ผู้บริหารมั่นใจพื้นฐานแกร่ง

จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ระบุว่า บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (LEO) แจ้งการซื้อขายหุ้นของ LEO ตามที่ได้ปรากฏในรายการซื้อขายหุ้น LEO ผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์บนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) จำนวนรวม 8,469,700 หุ้น หรือคิดเป็น 2.65% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ LEO โดยรายการดังกล่าวเกิดจากการขายหุ้นซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ LEO (ที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการ) ให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมที่เป็นผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทและปัจจุบันเป็นคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัท และกลุ่มคณะกรรมการของบริษัทท่านอื่นๆ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพธุรกิจ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และผู้ถือหุ้น สะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการบริหารงาน เดินหน้าผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

“ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นใหญ่ของ LEO ผมยืนยันว่ายังมีความเชื่อมั่นในศักยภาพและความมั่นคงของบริษัทฯ และที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจของ LEO ได้รับการยอมรับในฐานะผู้ให้บริการขนส่งโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของเมืองไทย มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง การขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรชั้นนำช่วยเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคง และแสดงถึงความพร้อมของบริษัทฯ ในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนในระยะยาว” นายเกตติวิทย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...