รู้หรือไม่? อากาศร้อนทำให้คนใจร้อนไปด้วย
รู้หรือไม่? โลกร้อน ทำให้คนใจร้อนไปด้วย
ถึงแม้ว่าฤดูร้อนในเดือนเมษาจะเป็นเรื่องปกติที่คนไทยรู้กันดี แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอากาศเมืองไทยร้อนขึ้นทุกปี เหมือนทั้งปีมีแค่ 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนกับฤดูร้อนมากอย่างนั้นแหละ
สาเหตุหลักเลยก็เป็นเพราะ 'ภาวะโลกร้อน' ที่ตอนนี้ UN ประกาศว่าโลกเราได้กลายเป็น 'ภาวะโลกเดือด' อย่างสมบูรณ์แล้ว แน่นอนว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงนี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนทั้งโลก ที่สำคัญเลย คือ ภาวะโลกเดือดนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเราได้ด้วย
มีหลายงานวิจัยเลยที่พูดถึงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ยกตัวอย่างเช่นงานวิจัยจาก Anderson ในปี 2001 ที่ชี้ให้เห็นว่า 'เมื่อเราอยู่ในสภาพอากาศร้อน คนเราจะยิ่งใจร้อน ไม่ค่อยเป็นมิตร และเริ่มแสดงความก้าวร้าวมากขึ้น'
มากไปกว่านั้นก็มีงานวิจัยเมื่อปี 2024 ที่บอกว่าอากาศร้อนจะส่งผลต่อกระบวนการทำงานของสมองด้วย โดยเมื่อเราต้องอยู่ในที่ร้อน ๆ เป็นเวลานาน ก็ทำให้ 'กระบวนการตัดสินใจของเราช้าลง สมาธิลดลง เหมือนเวลาที่โทรศัพท์เราร้อนแล้วทำงานช้าลง' ซึ่งก็ส่งผลต่อความเหนื่อยล้าทางกายและใจด้วยเหมือนกัน เพราะเมื่อเราอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน ร่างกายของเราจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อระบายความร้อนในร่างกาย
ดังนั้นโลกร้อน (จนเดือด) ไม่เพียงแต่จะทำให้คนใจร้อน แต่ยังทำให้สุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของเราแย่ลงได้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นสังคมที่ก้าวร้าวมากขึ้น หรือการเหนื่อยล้าจากการทำงานที่มากขึ้นเพราะความร้อน การดูแลสุขภาพจิตให้ดีจึงไม่สามารถทำได้ด้วยการดูแลในมิติเดียว แต่จำเป็นมากที่จะต้องทำควบคู่กันไปในหลาย ๆ ด้าน ช่วยกันจากหลาย ๆ องค์กร ในหลาย ๆ ระดับ
ในหน้าร้อนนี้ น้อง MIND อยากชวนทุกคนมาหมั่นสำรวจหัวใจตัวเองกันว่า อารมณ์ ความรู้สึก ความคิดของเรา เปลี่ยนแปลงไปไหม เราแสดงความก้าวร้าวมากขึ้นบ้างหรือเปล่า ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้เรารู้เท่าทันก่อนจะทำร้ายตัวเองและคนข้าง ๆ เพราะโลกร้อนขึ้น
จดบันทึกความรู้สึกและความคิดของตัวเองในแต่ละวันได้ด้วย 'Mood Tracker บนสติแอป' ใช้ได้ฟรี ดาวน์โหลดแอป Sati ได้เลยทั้งบนระบบ iOS และ Android
Reference
- Heat and Violence. (2001). https://doi.org/10.1111/1467-8721.00109
- Effect of extreme high temperature on cognitive function at different time scales: A national difference-in-differences analysis. (2024). https://doi.org/10.1016/j.ecoenv.2024.116238