StarDream Cruises เปิดเส้นทางแหลมฉบัง-สมุย-สิงคโปร์ ดันไทยฮับเรือสำราญอาเซียน
ไมเคิล โก๊ะ ประธานบริษัท StarDream Cruises ผู้ดำเนินธุรกิจเรือสำราญรายใหญ่ กล่าวว่า ธุรกิจเรือสำราญ เป็นอีกหนึ่งการส่งเสริมด้านท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยปีที่ผ่านมา StarDream Cruises มีผู้โดยสารเฉพาะเส้นทางสิงคโปร์กว่า 6 แสนคน และที่ผ่านมาได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจีน ไต้หวัน อินเดีย และฮ่องกง
เบื้องต้น ได้เปิดเส้นทางการเดินเรือใหม่ คือ แหลมฉบัง-เกาะสมุย-สิงคโปร์ โดยใช้ประเทศไทยเป็นท่าเรือต้นทาง (Home Port) ครั้งแรก จากเดิมมีเฉพาะเส้นทางสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่นมากกว่า
“ประเทศไทยเป็นเดสติเนชั่นท่องเที่ยวยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจ เราได้ลงทุน 50 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.6 พันล้านบาท) รีโนเวตเรือสำราญ Star Voyager เจาะผู้บริโภคระดับกลาง-บน จุคนได้ราว 1,940 คน“
[caption id="attachment_1519143" align="alignnone" width="1567"]
ตัวอย่างห้องพักบนเรือ Star Voyager[/caption]
โดยเส้นทางดังกล่าวระหว่างไทย-สิงคโปร์ จะเปิด 2 รอบ คือ วันที่ 22 เม.ย. 68 และ 7 พ.ค. 68 ซึ่งรูทท่องเที่ยวแหลมฉบัง-สมุย-สิงคโปร์ ใช้เวลาประมาณ 6 วัน 5 คืน
“การเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการล่องเรือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มมายังไทย สนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโต”
ส่วนทาร์เก็ตหลักเส้นทางแหลมฉบัง-เกาะสมุย-สิงคโปร์ วางไว้เป็นคนไทย 40-50% และคนจากประเทศใกล้เคียงบริเวณนั้น ๆ
เจาะผู้บริโภคทั้งกลุ่มเพื่อน คู่รัก และครอบครัว เนื่องจากบนเรือมีกิจกรรมหลากหลาย เหมาะกับทุกกลุ่มอายุ เช่น
สวนสนุก Adventure Park, สวนน้ำ Aqua Park และสไลเดอร์
สวนน้ำสำหรับเด็ก และกำแพงปีนหน้าผาจำลอง
ลานโบว์ลิ่ง, ซิปไลน์ และกิจกรรมในธีมพิเศษต่าง ๆ
การแสดง Live Performances โรงละคร Zodiac Theatre
[caption id="attachment_1519144" align="alignnone" width="2365"]
ตัวอย่างกิจกรรมบนเรือสำราญ Star Voyager[/caption]
โดยประเมินว่า ท่าเรือประจำการแหลมฉบังจะเป็นกลไกลำคัญในการเปิดโอกาสให้สามารถต่อยอดการท่องเที่ยว จากกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางโดยเครื่องบินแล้วต่อด้วยการล่องเรือ (Fly-Cruise) ในไทยได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ StarDream Cruises ยังมีแผนขยายเส้นทางไปยังเมืองอื่น ๆ ในเอเชียเพิ่มเติม อาทิ ก่อนหน้านี้มีเปิดเส้นทางในดูไบ รูปแบบเป็นซีซั่น
โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีเรืออยู่ 3 ลำ ได้แก่
Star Voyager (เรือในเครือ StarCruises) ความจุ 1,940 คน เจาะเส้นทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Star Navigator (เรือในเครือ StarCruises) ความจุประมาณ 2,500 คน เน้นเส้นทางสิงคโปร์ และเตรียมส่งไปขยายเส้นทางไต้หวัน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ 8 เดือน
Genting Dream (เรือในเครือ Dream Cruises) มีขนาดใหญ่สุด ความจุ 4,500 คน เน้นบริการระดับพรีเมียม
ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวเรือสำราญมีการใช้จ่ายเงินค่อนข้างสูง ดังนั้นในเชิงการท่องเที่ยว การมีเรือสำราญเข้าเทียบท่าในแหลมฉบัง ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการเดินทางให้ต่างชาติเข้าไทยได้มากขึ้น
โดยที่ผ่านมา “ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของเรือสำราญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
สะท้อนจาก สถิติเรือสำราญขนาดใหญ่เข้าประเทศไทย ปี 2567 อ้างอิงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) พบว่า มีเรือสำราญเข้าไทย 162 เที่ยว เพิ่มขึ้น 21.8% คิดเป็นจำนวนผู้โดยสาร 379,036 คน เพิ่มขึ้น 6.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) สร้างรายได้เข้าไทย 1.89 พันล้านบาท
[caption id="attachment_1519146" align="alignnone" width="1538"]
สถิติเรือสำราญเข้าไทย ปี 2567[/caption]
สำหรับท่าเรือที่มีเรือสำราญเข้ามามากสุดได้แก่
อ่าวป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี
เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ท่าเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ต
ท่าเรือศรีราชา จังหวัดชลบุรี
โดย Top 5 นักท่องเที่ยวเรือสำราญเข้าไทยมากสุด คือ
สิงคโปร์ 82,467 คน (21.8%)
สหราชอาณาจักร 55,382 คน (14.6%)
มาเลเซีย 44,503 คน (11.7%)
สหรัฐอเมริกา 42,421 คน (11.2%)
เยอรมนี 32,727 คน (8.6%)