โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : วิวัฒนาการ ‘การสอบเข้ามหาวิทยาลัย’ ของเด็กไทย

Dek-D.com

อัพเดต 29 มี.ค. 2568 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 10.48 น. • DEK-D.com
เด็กรุ่นไหน? ต้องเจอกับระบบอะไรบ้าง?

ย้อนดูไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เด็กรุ่นไหน? ต้องเจอกับระบบอะไรบ้าง?

การสอบเข้ามหาวิทยาลัยถือว่าเป็นด่านหิน ด่านสุดโหดของชีวิตเด็กไทยทุกยุค ทุกสมัย เพราะกว่าจะสอบติดคณะที่ชอบ มหาวิทยาลัยในฝันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความพยายาม มุ่งมั่น ตั้งใจ และผ่านการสอบต่างๆ มากมาย วันนี้จะพาไปดูกันว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่ละรุ่นต้องเจอกับอะไรกันบ้าง?

ในยุคแรกเริ่มที่ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัย การรับนักศึกษาเข้ามาเรียนจะเป็นวิธีการ ‘รับตรง’ ที่แต่ละสถาบันจะเปิดสอบของตัวเอง มีหลักเกณฑ์ของตัวเองในการคัดเลือกเด็กเข้าไปเรียน

ปี 2504 - 2515 เอ็นทรานซ์ (ยุคแรก)

ในปี 2504 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดล) จัดสอบร่วมกัน โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงานในปีถัดมาก็มีอีก 4 สถาบันเข้าสู่ระบบสอบร่วมกัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยเทคนิคธนบุรี (เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี) ต่อมาก็มี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และวิทยาลัยโทรคมนาคมนนทบุรี (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) เข้าร่วมในภายหลัง

ปี 2516 - 2541 เอ็นทรานซ์ (ทบวงมหาวิทยาลัย)

เกิด “ทบวงมหาวิทยาลัย”ขึ้นมาเพื่อดำเนินงานสอบคัดเลือกเป็นระบบการสอบเอ็นทรานซ์ ที่จะมีการสอบ 1 ครั้งต่อปี และมีสิทธิ์เลือกคณะได้ 6 อันดับ

ปี 2542 - 2548 เอ็นทรานซ์ (ยุคใหม่)

“ทบวงมหาวิทยาลัย” ได้ตั้ง “คณะกรรมการศึกษา ตรวจสอบ และพัฒนาการ”นำเกรดเฉลี่ยนม.ปลาย มาใช้ร่วมกับคะแนนสอบเอ็นทรานซ์จึงเกิดเป็นระบบเอ็นทรานซ์แบบใหม่ คือ

  • เกรดเฉลี่ย GPA 10%
  • คะแนนสอบ 90%
  • สามารถสอบได้ปีละ 2 ครั้ง และนำคะแนนที่ดีที่สุดมาคำนวณเลือกคณะได้ 4 อันดับ

ปี 2549 - 2552 แอดมิชชั่น (O-NET/A-NET)

เปลี่ยนระบบจาก “เอ็นทรานซ์” มาเป็น“แอดมิชชั่น” หรือ“ระบบคัดเลือกเข้าอุดมศึกษากลาง”โดยมี สกอ. และ ทปอ. เป็นผู้ดูแล โดยมี

  • สอบ “O-NET” (แบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน)
  • สอบ “A-NET” (แบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง)
  • GPAX, GPA 30%
  • นำคะแนนแต่ละวิชามาคำนวณตามสัดส่วนที่คณะกำหนด และสามารถเลือกได้ 4 อันดับ

ปี 2553 - 2560 แอดมิชชั่น (GAT/PAT)

ยกเลิกการสอบ "A-NET" เปลี่ยนเป็นการสอบ "GAT/PAT" แทนโดยGAT ก็คือการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป และ PAT คือการสอบวัดความถนัดเฉพาะวิชาการและวิชาชีพ

  • GPAX 20%
  • O-NET 30%
  • GAT / PAT
  • นำคะแนนแต่ละวิชามาคำนวณตามสัดส่วนที่คณะกำหนดและสามารถเลือกได้ 4 อันดับ

นอกจากนี้หลายๆ มหาวิทยาลัยยังเปิดรับตรงมากขึ้น รวมถึงกลุ่มสถาบันการแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) จัดสอบสอบวิชาการ 7 วิชา และเป็น 9 วิชาสามัญในภายหลัง

ปี 2561 - 2564 TCAS (ยุคแรก)

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงระบบครั้งใหญ่คือเปลี่ยนจาก "แอดมิชชั่น" เป็น "TCAS" แบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 รอบ

  • รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน(Portfolio) เป็นการสมัครโดยตรงกับมหาวิทยาลัย
  • รอบที่ 2 โควตาสมัครที่มหาวิทยาลัย เน้นการใช้คะแนนกลาง (O-NET, GAT PAT, วิชาสามัญ) แต่สามารถจัดสอบวิชาเฉพาะเพิ่มเองได้
  • รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน เป็นการรับตรงทั่วประเทศ
  • รอบที่ 4 แอดมิชชั่นใช้คะแนน GAT/PAT, O-NET, GPAX และสามารถเลือกได้เลือกได้ 4 อันดับ
  • รอบที่ 5 รับตรงอิสระ

ทั้งนี้ในแต่ละรอบถ้าสอบติดในรอบไหนแล้ว ก็จะไม่สามารถสมัครในรอบต่อไปได้

ปี 2565 TCAS (ยุคสอง)

ชื่อเหมือนเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมคือ ยกเลิกการใช้คะแนน O-NET และมีการคัดเลือก 4 รอบ

  • รอบที่ 1 Portfolio ไม่ใช้คะแนนสอบ ใช้แค่แฟ้มสะสมผลงาน สมัครโดยตรงกับเว็บมหาวิทยาลัย
  • รอบที่ 2 โควตามีการใช้คะแนนสอบ (แล้วแต่คณะ) สมัครโดยตรงกับเว็บมหาวิทยาลัย
  • รอบที่ 3 แอดมิชชั่นใช้คะแนน GAT/PAT, วิชาสามัญ, GPAX โดยเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ
  • รอบที่ 4 Direct Admissionสมัครโดยตรงกับเว็บมหาวิทยาลัย

เพิ่มขั้นตอนการยืนยันสิทธิ์ในระบบ myTCAS หลังสอบติดด้วย หากสอบติดแล้วไม่เข้าไปยืนยันสิทธิ์ ก็จะถือว่าไม่มีสิทธิ์เข้าศึกษา

ปี 2566 - 2568 TCAS (ยุคปัจจุบัน)

การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือเปลี่ยนการสอบ "GAT/PAT" เป็น "TGAT/TPAT" โดยจะเปิดรับสมัคร 4 รอบ

  • รอบที่ 1 Portfolioใช้แฟ้มสะสมผลงาน รวมถึงอาจใช้คะแนนวัดความถนัด เช่น GPAX, TGAT, TPAT สมัครโดยตรงกับเว็บมหาวิทยาลัย
  • รอบที่ 2 โควตา มีการใช้คะแนนสอบ ส่วนกลาง/มหาวิทยาลัยจัดขึ้นเอง เช่น GPAX, TGAT, TPAT, A-Level มหาวิทยาลัยดำเนินการรับสมัคร
  • รอบที่ 3 แอดมิชชั่นใช้คะแนน GPAX, TGAT, TPAT, A-Level ยื่นสมัครได้สูงสุด 10 อันดับ สามารถประมวลผลการคัดเลือกได้
  • รอบที่ 4 Direct Admission มหาวิทยาลัยมีอิสระในการกำหนดเกณฑ์การคัดเลือก ใช้คะแนน GPAX, TGAT, TPAT, A-Level

ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่ละยุคไม่เคยง่ายเลยสำหรับนักเรียน ต้องใช้ความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความพยายามอย่างมาก ในแต่ละการเปลี่ยนแปลงก็เชื่อว่าจะพัฒนาให้ระบบดีขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ Dek68 ในปีนี้ก็ขอเป็นกำลังใจนะคะ ขอให้น้องๆ ชาว Dek-D สอบติดคณะที่ใช่ มหาวิทยาลัยที่ชอบ สู้ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...