โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว vivo Y39 5G สมาร์ตโฟนหน้าจอ 120Hz แบตเตอรี่ 6500mAh ทนทานรอบด้าน เอาอยู่ ทุกความท้าทาย!

Insight Daily

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 19.14 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 11.57 น. • Insight Daily

vivo Y39 5G สมาร์ตโฟน 'Y Series' รุ่นล่าสุดของ vivo ประเทศไทย ที่เพิ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการรับต้นไตรมาส 2 ประจำปี 2568 พอดี โดยเตรียมมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าแฟนคลับของ vivo ที่กำลังมองหามือถือ vivo เครื่องใหม่สำหรับใช้งานในช่วงปีใหม่ของไทยด้วย

ในภาพรวม vivo Y39 5G ยังคงเอกลักษณ์ของ Y Series เช่นเคย กับความคุ้มค่า คุ้มราคา และเป็นสมาร์ตโฟนที่เน้นมอบประสบการณ์การใช้งานในทุกมิติให้กับลูกค้าเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่ได้มีการใส่ลูกเล่นหรือฟีเจอร์การใช้งานที่แพรวพราวเหมือนในรุ่นพี่ แต่จะมุ่งเน้นไปในจุดที่จำเป็นต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่า

อย่างเช่น เรื่องของแบตเตอรี่ที่ต้องเพียงพอและใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ความทนทานต่อการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รวมถึงหน้าจอแสดงผลที่ต้องตอบรับทุกโจทย์เวลาแสง สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันท่ามกลางแดดจัด หรือกลางคืนที่เน้นความเป็นส่วนตัว ซึ่งทั้งหมดที่เกริ่นมานี่แหละครับ คือตัวตนของ vivo Y39 5G สมาร์ตโฟนที่ 'เอาอยู่ ทุกความท้าทาย' ที่เรากำลังพาไปจะรู้จักกันในบทความรีวิวนี้

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. Design / งานออกแบบ
2. Battery / แบตเตอรี่
3. Durability / ความทนทาน
4. Entertainment / ความบันเทิง
5. Performance / ประสิทธิภาพ
6. Camera / กล้องถ่ายรูป
7. Conclusion / บทสรุป
8. Price & Availability / ราคาและการวางจำหน่าย

/ สเปกตัวเครื่องของ vivo Y39 5G

  • จอแสดงผล LCD ขนาด 6.68 นิ้ว ความละเอียด 1608 x 720 พิกเซล
    — Refresh rate 120Hz
    — NTSC 83%
    — PPI : 264PPI
    — Peak Brightness : 1000nits
  • CPU Snapdragon 4 Gen 2
    — Octa-core 2.2GHz
    — 4nm
  • GPU Adreno 613
  • RAM 8GB LPDDR4x
  • ROM 256GB UFS 3.1
  • Funtouch OS 15 (Android 15)
  • กล้องถ่ายรูป Dual Camera
    — กล้องหลัก ความละเอียด 50MP (F1.8)
    — กล้อง Bokeh ความละเอียด 2MP (F2.4)
    — โหมดถ่ายภาพกล้องหลัง : Photo, Night, Portrait, Video, Live Photo, Slo-mo, Time-lapse, Pro, Pano, Documents, 50MP, Dual View
  • กล้องหน้า ความละเอียด 8MP (F2.0)
    — โหมดถ่ายภาพกล้องหน้า : Photo, Night, Portrait, Video, Live Photo, Dual View
  • รองรับเครือข่าย 2G / 3G / 4G / 5G
    — 2G GSM : 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz
    — 3G WCDMA : B1 / B2 / B4 / B5 / B8
    — 4G FDD-LTE : B38 / B40 / B41
    — 4G TD-LTE : B1 / B2 / B3 / B4 / B5 / B7 / B8 / B18 / B19 / B20 / B26 / B28
    — 5G : n1 / n3 / n5 / n7 / n8 / n20 / n28 / n38 / n40 / n41 / n77 / n78
  • Dual SIM Dual Standby (DSDS) | 2 nano SIMs
  • Wi-Fi : 2.4GHz, 5GHz
  • Bluetooth 5.1
  • Port : USB-C 2.0
  • GPS : GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo, QZSS
  • ทนน้ำทนฝุ่นมาตรฐาน IP64
  • แบตเตอรี่ BlueVolt 6500mAh
    — FlashCharge 44W
  • ตัวเลือกสีและน้ำหนักตัวเครื่อง
    — สีฟ้า Ocean Blue (206 กรัม)
    — สีม่วง Galaxy Purple (205 กรัม)

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง vivo Y39 5G
  • เคสซิลิโคนใส (Soft Case)
  • คู่มือการใช้งานและการรับประกัน
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
  • สายชาร์จ USB-C
  • อแดปเตอร์ FlashCharge 44W

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ Design ดีไซน์สวย ทันสมัย พรีเมียม จับมุมไหน… ก็เอาอยู่

vivo Y39 5G มากับงานออกแบบตัวเครื่องตามปรัชญา "โฉบเฉี่ยว ทันสมัย" กับการผสมผสานงานศิลป์ระหว่างความแปลกใหม่กับความสวยพรีเมียมตามสไตล์ของ vivo ที่เป็นเอกลักษณ์เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียวครับ พอเห็นแล้วก็ชวนนึกถึง vivo V30e 5G สมาร์ตโฟน vivo ที่ออกแบบได้สวยและโฉบเฉี่ยวสไตล์เดียวกัน และก็รู้สึกถึงการพัฒนาและเติบโตขึ้นจากตอน vivo Y28 ด้วย ตอนนั้นก็รู้สึกว่าสวยแล้วนะ พอมาจับ vivo Y39 5G ตอนนี้ อื้ม… สวยขึ้นมากเลย

โดย vivo Y39 5G มาพร้อมกับออปชันสีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 สี คือ

  • สีฟ้า Ocean Blue สีฟ้าที่มีการไล่เฉดสีจากอ่อนไปถึงเข้ม มีความเปล่งประกายระยิบระยับในตัว คล้ายกับแสงแดดที่สะท้อนบนคลื่นน้ำ
  • สีม่วง Galaxy Purple สีม่วงเฉดเข้ม ที่ดูเปล่งประกาย ละมุนตา ผสานความหรูหราและความมีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว

ในด้านการถือจับใช้งานตัวเครื่องก็ต้องชมว่า vivo ทำการบ้านมาดีทีเดียว ออกแบบให้ตัวเครื่องเบาบาง เฟรมตัวเครื่องเป็นแบบเงา และฝาหลังโค้งเป็นมุมเล็กน้อยประมาณ 40% ทั้งสี่ด้าน ทำให้สามารถหยิบจับได้สบายมือ และถือตัวเครื่องในแนวตั้งหรือแนวนอนก็ทำได้ถนัดมั่นใจและกระชับมือดีเยี่ยม

ด้านหน้ามากับจอแสดงผล LCD ขนาด 6.68 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ เป็นจอแสดงผลแบบ Flat หรือแบนราบ

บริเวณปุ่มกดเปิด-ปิดเครื่องทาง vivo ออกแบบให้แนบลงไปกับตัวเครื่อง ทำให้รู้สึกพรีเมียมพอสมควร

ด้านหลังตัวเครื่องครั้งนี้ออกแบบโมดูลกล้องให้เป็นทรงกลมแบบเดียวกับสมาร์ตโฟนเรือธงของ vivo บริเวณรอบนอกตกแต่งด้วยลวดลายเพชรแบบ 2 ชั้น ที่มักพบบนนาฬิกาหรู ให้ความรู้สึกพรีเมียมและดูทันสมัยมากขึ้น ในขณะที่วงแหวนกล้องมีลักษณะคล้ายเซรามิก มีความเงางาม เพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวกล้อง

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ Battery แบตเตอรี่ BlueVolt 6500mAh ใช้งานยาวนาน เอาอยู่ตลอดวัน

แบตเตอรี่เป็นจุดเด่นหลักของ vivo Y39 5G ในครั้งนี้เลยก็ว่าได้ครับ เพราะมากับขนาดความจุใหญ่ถึง 6500mAh ใช้เทคโนโลยี BlueVolt ของ vivo จึงทำให้ตัวเครื่องไม่ได้หนักและหนาตามขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่ และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป จากการใช้ Silicon Carbon โดยทาง vivo การันตีให้เลยว่าในระยะเวลา 5 ปีที่ใช้งาน สุขภาพแบตเตอรี่จะไม่น้อยกว่า 80% แน่นอน แม้จะผ่านการชาร์จไปมากถึง 1,500 รอบก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติลดความร้อนระหว่างการใช้งานด้วยแผ่นระบายความร้อนขนาดใหญ่ 30,000 ตารางมิลลิเมตร ที่ติดตั้งมากับตัวเครื่อง พร้อมกับมีระบบชาร์จ Smart Charging อัลกอริทึมช่วยถนอมแบตเตอรี่จากการชาร์จอัจฉริยะ และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการชาร์จข้ามคืน ปรับแรงดันไฟตามความเหมาะสม ยืดอายุการใช้งาน และควบคุมความร้อน ไปจนถึงการหยุดชาร์จเมื่ออุณหภูมิสูงเกินไป

ประสบการณ์การใช้งานจริงที่ผมลองทดสอบนำ vivo Y39 5G ออกไปใช้งานในหนึ่งวัน เริ่มต้นออกจากบ้านด้วยแบตเตอรี่เต็ม 100% จากนั้นก็ใช้นำทางไปถ่ายงานรีวิว เปิดเพลงสตรีมมิงและต่อ Bluetooth ให้กับรถยนต์ฟังเพลงระหว่างเดินทาง พอถึงหน้างานก็เริ่มใช้งานกล้องถ่ายรูปเป็นหลัก ตามด้วยเปิดเกมให้น้องนางแบบเล่นพักเบรกในช่วงที่อากาศกำลังร้อนระอุ

ทดสอบใช้งานแบตเตอรี่ vivo Y39 5G ใน 1 วัน

โดยตลอดการใช้งานทั้งหมดผมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi จาก Mobile Hotspot มือถืออีกเครื่องเป็นหลัก จนเลิกงานก็ขับรถกลับบ้าน มีใช้เปิดเพลงและนำทางกลับบ้านเหมือนเดิม จนถึงบ้านประมาณ 3-4 ทุ่ม แบตเตอรี่ก็เหลือให้ใช้งานมากถึง 73% เลยทีเดียวเป็นอะไรที่เยอะที่สุดตั้งแต่รีวิว vivo Y Series มานานหลายปีเลยครับ

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ Durability ตัวเครื่องทนทาน แข็งแกร่ง เอาอยู่รอบด้าน

vivo Y39 5G มากับโครงสร้างอลูมิเนียมที่มีคุณสมบัติในการดูดซับแรงกระแทก ช่วยลดความเสียหายของฮาร์ดแวร์ภายในตั้งแต่มุมของหน้าจอ เมมบอร์ด ไปจนถึงแบตเตอรี่ได้ เมื่อเกิดมีการตกหรือกระแทกขึ้นมา รวมทั้งตัวเครื่องยังทนทานต่อรอยขีดข่วนได้มากถึง 2,500 ครั้ง

ในขณะที่กระจกหน้าจอของ vivo Y39 5G ทาง vivo เลือกใช้กระจก SCHOTT Xensation® α กระจกกันกระแทกจากผู้ผลิตสัญชาติเยอรมัน ซึ่งได้รับการรับรองในด้านการต้านทานการร่วงหล่นจาก SGS ระดับ 5 ดาว (SGS Five-Star Overall Unit Drop Resistance Certification) และผ่านการทดสอบจากมาตรฐานการตกกระแทกทางทหารสหรัฐ (Military-Grade Certification) ด้วย การันตีเรื่องความแข็งแรง ทนทานได้เลยครับ

และนอกจากจะมาพร้อมฮาร์ดแวร์ในด้านการป้องกันและโครงสร้างที่แข็งแกร่งแล้ว ตัวเครื่องยังผ่านมาตรฐานการทนน้ำทนฝุ่น IP64 และสามารถแตะสัมผัสใช้งานหน้าจอได้ในขณะที่หน้าจอแสดงผลยังเปียกน้ำหรือนิ้วมือมีคราบน้ำมันหรือมีเหงื่อออกอยู่ด้วย เรียกว่าครอบคลุมทุกโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมาก ๆ ครับ โดยเฉพาะพี่ ๆ ไรเดอร์ที่ต้องใช้งานสมาร์ตโฟนนอกสถานที่บ่อย อาจเจอทั้งฝุ่น ฝน หรือบางครั้งหยิบมือถือมาตอบงานถ่ายรูปอาจมีทำร่วงบ้าง ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และยืดอายุการใช้งานตัวเครื่องได้ยาวนานขึ้นด้วยนั่นเองครับ

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ Entertainment ครบเครื่องทั้งภาพและเสียง เอาอยู่ทุกโจทย์ความบันเทิง

ลำโพงสเตอริโอ ปรับเสียงดังสุด 400%

vivo Y39 5G มาพร้อมลำโพงเสียงสเตอริโอคู่คุณภาพ Hi-Res Audio และสามารถปรับระดับเสียงได้ดังสุดถึง 400% Volume โดยเราสามารถเร่งระดับเสียงบนตัวเครื่องให้ดังกว่าปกติ (100%) ขึ้นได้อีก 2 ระดับ คือ 200% และไปสุดที่ 400% ได้ ซึ่งเสียงที่ขับออกมาผ่าน ลำโพงคู่สเตอริโอ ไม่มีอาการเสียงแตกแต่อย่างใด แต่มิติและรายละเอียดของเสียงจะดรอปลงจากระดับเสียง 100% เล็กน้อย ก็เป็นอีกฟีเจอร์ที่หลายคนน่าจะชอบกันครับโดยเฉพาะใครที่ชอบเปิดเพลงทำงานไปด้วย

หน้าจอลื่น 120Hz สู้แสง พร้อมมาตรฐานการปกป้องดวงตา

จอแสดงผลของ vivo Y39 5G เป็นอีกจุดเด่นที่ตอบโจทย์การใช้งานกลางแจ้งได้ดีทีเดียวครับ เพราะนอกจากจะเป็นจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.68 นิ้ว HD+ มีค่ารีเฟรชเรท 120Hz แล้ว ช่วงให้การมองข้อความเยอะ ๆ สมูธตาขึ้น อ่านง่ายแล้ว ตัวจอแสดงผลยังมีคุณสมบัติสู้แสง (High-brightness Display) ด้วย โดยมีค่าความสว่างสูงสุดที่ 1000nits เป็นค่าความสว่างที่สามารถใช้งานหน้าจอท่ามกลางแดดสุดเดือดของเมืองไทยแล้วยังคงมองคอนเทนต์บนหน้าจอเห็นอยู่

นอกจากนี้ตัวจอของ vivo Y39 5G ยังผ่านมาตรฐานแสงสีฟ้าต่ำจาก TÜV Rheinland ในด้านการป้องกันดวงตา และยังมาพร้อมเทคโนโลยีปกป้องดวงตาที่ช่วยลดแสงสีฟ้าและอาการเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อใช้งานระยะเวลานานได้ ซึ่งประกอบด้วย

  • เทคโนโลยี Auto Dimming ช่วยหรี่แสงจออัตโนมัติช่วยลดอาการล้าของดวงตา
  • Global DC ปรับแสง Global DC บนตัวเครื่องช่วยลดการกระพริบของหน้าจอ
  • Dark Mode โหมดสำหรับการอ่านหรือใช้งานในที่แสงน้อย

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ Performance ชิปประมวลผล Snapdragon 4 Gen 2 หนักแค่ไหนก็เอาอยู่

หัวใจหลักของการประมวลผลทำงานในครั้งนี้ ทาง vivo เลือกใช้งาน CPU Snapdragon 4 Gen 2 ซึ่งเป็นชิปประมวลผล Octa-core ความเร็ว 2.2GHz ผลิตด้วยเทคโนโลยี 4nm ทำงานร่วมกับ RAM 8GB LPDDR4x และ ROM ขนาด 256GB UFS 3.1 ซึ่งตัว Type ของ ROM ครั้งแรกที่เห็นสเปกก็ตกใจเลย ไม่คิดว่าทาง vivo จะใส่ UFS 3.1 ที่มีค่า Read-write ที่สูงมาให้ใน Y Series

อินเตอร์เฟซ Funtouch OS 15 บน vivo Y39 5G

ดังนั้นแน่นอนว่า การประมวลผลบนตัวเครื่องตั้งแต่ระดับการใช้งานพื้นฐานไปจนถึงระดับแอดวานซ์อย่าง เล่นเกม, สตรีมมิ่ง หรือตัดคลิปสั้น FHD ทำได้สบาย สามารถประมวลผลแอปพลิเคชันพื้นหลังได้มากขึ้นและสลับใช้งานแอปฯ ต่าง ๆ ได้ต่อเนื่อง ดังนั้นประสบการณ์ในภาพรวมของการใช้งานเทียบกับสเปกตัวเครื่องก็นับว่า 'ทำได้สมราคา' และอาจมีเกินราคาไปเล็กน้อยด้วยครับ

กล่าวถึงการทำงานต่าง ๆ บนตัวเครื่องไปแล้ว ก็มาเล่าประสบการณ์ในมุมการเล่นเกมบน vivo Y39 5G กันบ้างครับ จากที่ได้ทดสอบเล่นเกมยอดนิยมอย่าง PUBG, Free Fire หรือ ROV บนตัวเครื่องไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร ตัวเครื่องสามารถปรับการแสดงผลกราฟิกได้ในระดับ HD และมอบประสบการณ์การเล่นเกมได้สนุก การแตะการสัมผัสหน้าจอขณะเล่นมีอาการดีเลย์น้อยมาก ๆ ซึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้เราเล่นเกมได้สนุกและไม่หัวร้อนครับ

นอกจากนี้ ยังมี Ultra Game Mode มาให้เราเลือกปรับแต่งทรัพยากรได้เองด้วย ซึ่งก็ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถรีดเค้นประสิทธิภาพตอนเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

คะแนนทดสอบประสิทธิภาพด้วย Benchmark

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ Camera กล้องถ่ายรูป 50MP เอาอยู่ทุกช็อต ถ่ายสนุกทุกโมเมนต์

กล้องถ่ายรูปของ vivo Y39 5G ครั้งนี้มาแบบ Dual Camera ซึ่งประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 50MP มีค่ารูรับแสง F1.8 และมีโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง Ultra HD 50MP ให้ใช้งาน ในขณะที่เมื่อต้องถ่ายภาพพอร์ตเทรตก็จะทำงานร่วมกับกล้องตัวที่สองที่เป็นกล้อง Bokeh ความละเอียด 2MP ค่ารูรับแสง F2.4 ในการละลายพื้นหลังให้เกิด Bokeh และมิติของแบบให้สวย นอกจากนี้ยังมีไฟแฟลช LED แสงสีขาวติดตั้งมาช่วยเพิ่มมิติในการถ่ายรูปมาให้ด้วย

ในขณะที่โหมดถ่ายภาพบนตัวเครื่องจะเป็นโหมดถ่ายภาพมาตรฐานทั้งหมด เช่น Night, Portrait, Video หรือ โหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 50MP เป็นต้นครับ แต่ที่พิเศษคือ ทาง vivo ใส่คุณสมบัติ AI ในการแก้ไขภาพหลังถ่ายมาให้ด้วยสองอย่าง คือ AI Erase และ AI Enhance

หน้าอินเทอร์เฟสและเมนูกล้องถ่ายรูป

สำหรับภาพรวมของประสบการณ์การถ่ายรูปด้วยกล้อง vivo Y39 5G สำหรับผมรู้สึกว่า ผลงานภาพถ่ายที่ออกมาสามารถคาดหวังได้และทำได้สวยสมราคา เป็นไปตามมาตรฐานแบรนด์ vivo ที่เราไว้ใจได้เรื่องภาพนิ่งครับ ถึงแม้จะไม่ใช่รุ่นดังของแบรนด์ แต่ทาง vivo ก็ไม่ได้ทิ้งให้น้องวายต้องโดดเดียว เพราะทำกล้องออกมาได้ดี ให้สีสัน รายละเอียด และความคมของภาพที่ถือว่าทำได้ดีและสมราคา เอาเป็นลองไปชมและพิจารณาด้วยตัวเองผ่านตัวอย่างภาพถ่ายที่ผมเก็บมาฝากกันครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง vivo Y39 5G

» โหมดภาพถ่าย «

» โหมดภาพคน «

» โหมดภาพคน พร้อมลูกเล่นฟิลเตอร์ «

» โหมดกลางคืน «

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า vivo Y39 5G

» โหมดภาพถ่าย «

» โหมดภาพคน «

ฟีเจอร์กล้องที่น่าสนใจ

LIVE Photo โหมดถ่ายภาพที่ตัวกล้องจะทำการบันทึกภาพ ก่อนเรากดชัตเตอร์ถ่ายประมาณ 1-3 วินาที ซึ่งจะมอบประสบการณ์ Short VDO + Photo พร้อมกัน เมื่อมาดูย้อนหลังก็จะทำให้นึกถึงช่วงเวลานั้น ๆ ได้ง่ายและกินใจมากขึ้น

Dual View VDO โหมดถ่ายภาพวิดีโอที่จะใช้งานบันทึกภาพวิดีโอจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันในเฟรมเดียว เหมาะสำหรับใช้บันทึกภาพวิดีโอแนว Daily VLOG, Trip หรือโมเมนต์สำคัญที่อยากให้มีทั้งคนและบรรยากาศรอบข้าง

AI Erase ฟีเจอร์แก้ไขภาพหลังถ่าย โดยจะใช้คุณสมบัติของ AI มาช่วยลบวัตถุที่เราไม่ต้องการในภาพถ่ายออกไป การใช้ฟีเจอร์นี้จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย

AI Photo Enhance อีกหนึ่งฟีเจอร์ AI ที่ใช้แก้ไขภาพหลังถ่าย โดยฟีเจอร์นี้จะใช้คุณสมบัติของ AI มาปรับปรุงและเพิ่มความคมชัดของภาพ รวมถึงฟื้นฟูรายละเอียดสำคัญในภาพ เช่น ดวงตา ปาก และสี ให้คมชัดขึ้น เหมาะสำหรับใช้งานกับไฟล์ภาพถ่ายเก่า ๆ ที่เราต้องการให้ภาพคมสวยขึ้น รวมถึงภาพถ่ายที่เรา Crop ภาพมาก็สามารถนำมาปรับปรุงรายละเอียดให้ชัดขึ้นได้เช่นกัน การใช้ฟีเจอร์นี้จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ Conclusion บทสรุปของมือถือที่ 'เอาอยู่ ทุกความท้าทาย'

มาถึงบทสรุปสำหรับผมกับ vivo Y39 5G กันแล้วครับ ส่วนตัวที่ได้ใช้ชีวิตกับน้องเขามาประมาณ 1 สัปดาห์ ความประทับใจแรกที่เกิดขึ้นก็คือ เรื่องของการงานออกแบบที่ทาง vivo ทำได้ขึ้นมาก ๆ ถ้าเทียบกับตอนจับ vivo Y28 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของสีของตัวเครื่องที่ทำได้พรีเมียมและสวยขึ้นมาก ย้อนกลับไปตอนได้จับ vivo Y28 สีพีชว่ากินใจแล้ว ครั้งนี้เจอสีฟ้า Ocean Blue เข้าไป ตกหลุมรักเลย นอกจากนี้ ในเรื่องของขนาดและการออกแบบตัวเครื่องมาให้สามารถจับถือได้อยางมั่นใจ กระชับมือมากขึ้น ก็เป็นอีกจุดที่น่าประทับใจครับ

ต่อมาก็คือเรื่องของสเปกฮาร์ดแวร์ที่ใส่มาให้คุ้มราคา โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่น่าจะโดดเด่นที่สุดในช่วงราคานี้แล้วล่ะครับ ด้วยการนำเทคโนโลยี BlueVolt ลงมาใส่ให้ vivo Y Series ด้วย เราจึงได้เห็นขนาดแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 6500mAh บนตัวเครื่องที่บางและเบาของ vivo Y39 5G ซึ่งไม่ได้หนักและหนาขึ้นตามขนาดแบตเตอรี่เหมือนในรุ่นอื่น ๆ

และเมื่อนำองค์ประกอบทั้งหมดมารวมกัน ผมคิดว่ามือถือรุ่นนี้ น่าจะเหมาะกับใครที่กำลังอยากได้มือถือเครื่องใหม่ ที่มีความทนทาน สมบุกสมบัน พร้อมกับแบตเตอรี่อึด ๆ ที่สามารถเอาไปรับงานหรือสแตนบายขายของได้สบาย ๆ รวมทั้งสเปกที่ครบเครื่อง ไปได้กับทุกโจทย์ใช้งานและงานออกแบบที่สวย ในราคาที่จับต้องได้

โดยเฉพาะพี่ ๆ หรือน้อง ๆ ไรเดอร์ ที่มักจะสอบถามกันเข้ามาเยอะเลยว่า มีมือถือรุ่นไหนที่จอสู้แสงและให้แบตเตอรี่มาเยอะๆ บ้าง อยากได้ไปวิ่งงานตลอดวัน ซึ่งผมก็แนะนำรุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกได้เลยครับ อาจจะมีจุดสังเกตตรงระบบ GPS หรือการนำทาง จากที่ผมลองใช้นำทางมาหลายครั้ง ก็ยังพบมีหลุดมีเพี้ยนบางเล็กน้อย เช่น เราอยู่อีกฝั่งของถนนแล้ว แต่ระบบยังคิดว่าเรายังไม่ได้ข้ามมา เป็นต้น แต่ก็สามารถรี Position กลับมานำทางให้ตรงได้ไวอยู่เหมือนกันครับ

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ Price & Availability ราคาและการวางจำหน่าย

vivo Y39 5G สมาร์ตโฟนที่ 'เอาอยู่ ทุกความท้าทาย' พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในรุ่นความจุ 8GB + 256GB พร้อมสองตัวเลือกสีสุดสดใส สีฟ้า Ocean Blue และสีม่วง Galaxy Purple ในราคาเพียง 7,999 บาท เป็นเจ้าของได้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา, vivo Official Store บน Lazada, Shopee, Tiktok Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

#vivoY395G #เอาอยู่ทุกความท้าทาย

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...