โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สนุกเราแต่เค้าไม่โอเค! : สงกรานต์สีลม เทศกาลสุดเดือด กับปัญหาของผู้ชายที่โดน “ล่วงละเมิดทางเพศ”

Bangkok Pride

เผยแพร่ 12 เม.ย. 2568 เวลา 09.30 น. • ณตภณ ดิษฐบรรจง
สนุกเราแต่เค้าไม่โอเค! : สงกรานต์สีลม เทศกาลสุดเดือด กับปัญหาของผู้ชายที่โดน “ล่วงละเมิดทางเพศ”

เทศกาลสงกรานต์ถนนสีลม เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ซึ่งโด่งดังในฐานะพื้นที่เล่นน้ำสุดคึกคักและเป็นมิตรกับทุกเพศ แต่ในช่วงระยะหลังเทศกาลสงกรานต์สีลมกลับต้องเผชิญปัญหาฉาวโฉ่จากพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการแต๊ะอั๋งหรือล้วงอวัยวะเพศท่ามกลางฝูงชน จนมีภาพปรากฏในสื่อบ่อยครั้ง

แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ต้นเหตุและที่มา รวมถึงผลกระทบที่ทุกคนต่างเจอคืออะไรกัน? วันนี้เราจะพาไปเข้าใจสถานการณ์และบทเรียนจากเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กัน

> บริบทสงกรานต์สีลมกับพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ

สงกรานต์ถนนสีลมถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เล่นน้ำยอดนิยมกลางกรุงเทพฯ แต่กลับขึ้นชื่อด้านพฤติกรรมคุกคามทางเพศในฝูงชนเช่นเดียวกับถนนข้าวสาร ผลสำรวจปี 2560 โดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลชี้ว่าผู้หญิงไทยกว่า 59% เคยถูกลวนลามหรือฉวยโอกาสคุกคามทางเพศในช่วงสงกรานต์ พฤติกรรมที่พบมีตั้งแต่การจ้องมองแทะโลม ปะแป้งลูบไล้เนื้อตัว ไปจนถึงการสัมผัสร่างกายหรือล้วงอวัยวะเพศ โดยมีสัดส่วนราว 9.6% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยถูกล่วงละเมิดร้ายแรงระดับนี้ นอกจากนี้เกือบ 1 ใน 3 ยอมรับว่าประสบการณ์เลวร้ายดังกล่าวทำให้พวกเธอ “เข็ด” จนไม่อยากออกไปเล่นน้ำสงกรานต์อีกเลย

> เหตุการณ์ล่วงละเมิดในสงกรานต์สีลมเกิดขึ้นได้อย่างไร?

บรรยากาศที่คนหนาแน่น เบียดเสียด เคลื่อนตัวลำบาก เอื้อให้บางคนฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งผู้อื่นได้ง่าย เมื่อกระทำแล้วสามารถกลืนหายไปกับฝูงชนโดยยากจะติดตามตัว ขณะเดียวกันผู้ถูกกระทำก็ร้องขอความช่วยเหลือหรือติดตามเอาผิดได้ลำบากท่ามกลางคนมหาศาล นอกจากนี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญ โดยพบว่าส่วนใหญ่เหตุลวนลามล้วนเกี่ยวข้องกับภาวะมึนเมา อีกทั้งบรรยากาศ “วันเทศกาล” ทำให้บางคนขาดความยับยั้งชั่งใจ คึกคะนองไปกับเพื่อนฝูง ผู้ก่อเหตุหลายรายมักรวมกลุ่มกันสร้างสถานการณ์ลวนลาม เพิ่มอำนาจข่มเหยื่อให้ยิ่งรู้สึกอ่อนแอ

> ใครเป็นผู้กระทำและใครคือเหยื่อ?

จากกรณีที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ ผู้ก่อเหตุมีทั้งชายหนุ่มชาวไทยและต่างชาติ บางส่วนมาเป็นแก๊งหรือกลุ่มเพื่อนที่คึกคะนอง บ้างอาศัยช่วงชุลมุนลวนลามคนแปลกหน้าโดยคิดว่า “ไม่เป็นไร” ขณะที่เหยื่อที่ถูกกระทำมีหลากหลาย ตั้งแต่วัยรุ่นหญิงไปจนถึงเด็กเยาวชน และที่น่าสนใจคือ ผู้ชายเองก็อาจตกเป็นเหยื่อได้เช่นกัน ซึ่งกรณีหลังนี้เริ่มปรากฏเป็นข่าวและไวรัลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

> ภาพลักษณ์เทศกาลสีรุ้งกับการเหมารวมกลุ่ม LGBTQIAN+

ถนนสีลมช่วงสงกรานต์ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สงกรานต์สีรุ้ง” เพราะดึงดูดผู้คนหลากหลายเพศ รวมถึงการจัดพาเหรดและการประกวดของกลุ่ม LGBTQIAN+ ที่สร้างสีสันให้เทศกาล อย่างไรก็ตาม เหตุล่วงละเมิดบางกรณีที่เกิดในย่านนี้กลับถูกโยงให้กระทบภาพลักษณ์ชุมชนหลากหลายทางเพศโดยไม่เป็นธรรม ตัวอย่างเช่น ในเว็บบอร์ดและโซเชียลมีเดียไทย มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าบริเวณซอย 4 สีลม มักเกิดเหตุ “กะเทยล้วง” ผู้ชายที่เข้ามาเล่นน้ำจนเป็นที่เลื่องลือ หากใครไม่อยากถูกลวนลามก็อย่าเข้าไปบริเวณนั้น เป็นต้น

ความเห็นลักษณะนี้สะท้อนการเหมารวมเชิงลบต่อกลุ่ม LGBTQIAN+ ว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา ทั้งที่ในความเป็นจริงผู้กระทำความผิดมีหลากหลาย ไม่จำกัดเพศหรืออัตลักษณ์ใด นอกจากนี้การเน้นย้ำภาพข่าวกะเทยล้วงอวัยวะเพศชาย ก็อาจสร้างอคติให้สังคมเหมารวมคนข้ามเพศทั้งกลุ่มว่าเป็นนักฉวยโอกาส ไม่ต่างจากสมัยที่สังคมเคยตีตราว่ากะเทยคือมิจฉาชีพล้วงกระเป๋า เป็นต้น

นักกิจกรรมเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศชี้ว่า ไม่ควรนำพฤติกรรมของคนบางคนมาเหมารวมตีตราทั้งชุมชน พร้อมย้ำว่าการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องผิด ไม่ว่าจะกระทำโดยใครต่อใครก็ตาม “การคุกคามก็คือการคุกคาม ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งสิ้น” ในสายตาของชุมชน LGBTQIAN+ ส่วนใหญ่ สงกรานต์สีรุ้งคือพื้นที่แห่งความสนุกและการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ การที่เหตุฉาวบางกรณีจะถูกใช้เป็นข้ออ้างกีดกันหรือตำหนิคนหลากเพศจึงไม่เป็นธรรมต่อคนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้

> เมื่อผู้ชายตกเป็นเหยื่อ: มุมมองและผลกระทบ

แม้เหยื่อคุกคามทางเพศในเทศกาลมักเป็นผู้หญิง แต่กรณีที่ผู้ชายถูกล่วงละเมิดก็เกิดขึ้นจริงและควรได้รับการตระหนักมากขึ้น ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงมาก คือ เทศกาลสงกรานต์สีลม 2567 ซึ่งมีภาพถ่ายชายหนุ่มถอดเสื้อถูกหญิงสาวเสื้อชมพูเอื้อมมือจับหน้าอกเผยแพร่บนโซเชียล ทำให้เกิดถกเถียงเรื่องสองมาตรฐานทางเพศว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการลวนลามผู้ชายหรือไม่

หลายความคิดเห็นชี้ว่าหากสลับเป็นผู้หญิงถูกจับหน้าอกคงถูกรุมประณามและเอาผิดตามกฎหมายทันที ในขณะที่บางคนกลับมองขำๆ หรือคิดว่า “ผู้ชายคงไม่เป็นไรหรอก” ซึ่งสะท้อนทัศนคติที่ยังไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ชายเท่าที่ควร

อีกเหตุการณ์หนึ่งในปี 2566 นักข่าวภาคสนามชายรายหนึ่งเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่าขณะรายงานสดบรรยากาศสงกรานต์สีลม เขาถูกชายแปลกหน้า 4 คนรุมลวนลามถึงเนื้อตัว และต่อมายังมีชายชาวต่างชาติเมาสุราเข้ามาเลียหูของเขาอีกด้วย โดยนักข่าวคนดังกล่าวระบุว่า “หากผมเป็นผู้หญิงคงอันตรายไปแล้ว” คำพูดนี้ตอกย้ำว่าผู้ชายเองเมื่อเจอสถานการณ์ดังกล่าวก็รู้สึกถึงภัยไม่ต่างจากผู้หญิง และตั้งคำถามว่าทำไมสังคมจึงไม่ตระหนักว่าใครๆ ก็เป็นเหยื่อได้

ผลกระทบทางจิตใจต่อเหยื่อผู้ชาย อาจรวมถึงความรู้สึกอับอาย สูญเสียความมั่นใจ และโกรธที่ตนถูกละเมิด บ่อยครั้งพวกเขาเลือกที่จะไม่เอาเรื่องหรือนิ่งเงียบ เพราะเกรงว่าจะถูกล้อเลียนหรือไม่ถูกจริงจัง เช่น กรณีนักข่าวข้างต้น แม้หลายคนชื่นชมความเป็นมืออาชีพของเขาที่ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อ แต่ก็มีบางความคิดเห็นที่มองว่า “ถ้าเป็นผู้หญิงคงไม่รอด” ในเชิงล้อเลียนผู้โพสต์ ทำให้เห็นว่าผู้ชายที่พูดเรื่องนี้อาจไม่ถูกเห็นใจเท่าที่ควร

บทความต่อไปจะมาเล่าถึงอุปสรรคทางกฎหมายที่มีปัญหา รวมถึงกรณีศึกษาที่น่าสนใจอีกด้วย โปรดติดตามกันต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...