โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเส้นทางสู่เศรษฐีหมื่นล้านของท๊อป จิรายุส Bitkub

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 05.00 น. • ทันข่าว Today

Highlight

ในยุคของเทคโนโลยีและดิจิตอลอย่างในปัจจุบัน นอกจากเรื่องของความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแล้ว ความมั่งคั่งของเศรษฐีรุ่นใหม่ ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้ว่า ในวันที่ 26 ตุลาคม เพียงวันเดียว อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของโลก รวยขึ้นจากหุ้นเทสล่ากว่า 1.1 ล้านล้านบาท หรืออย่างในเมืองไทยก็เช่นกัน ชื่อของท๊อป จิรายุส หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Bitkub แพลทฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีความมั่งคั่งเกือบหมื่นล้านบาท เมื่อ SCBX เข้าซื้อหุ้น 51% ทันข่าว Today มีเรื่องนี้มาฝากกัน

หลังจากที่ “กลุ่มเอสซีบี เอกซ์” ประกาศเข้าลงทุนใน “บิทคับ ออนไลน์” ด้วยการเข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 17,850 ล้านบาท ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) ที่สำคัญ ดีลนี้ยังส่งผลให้ Bitkub ก้าวขึ้นสู่สถานะ “ยูนิคอร์น” เบอร์สองของไทยอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ การเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นจะอยู่ภายใต้การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยมีเงื่อนไขว่าผลการสอบทานธุรกิจ (Due Diligence) ของ Bitkub ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญต้องเป็นที่น่าพอใจ และคู่สัญญาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาซื้อขายหุ้นครบถ้วน โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสแรกของปี 2565
ท๊อป จิรายุส ในฐานะหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “Bitkub” ถือหุ้นอยู่ 23.87% ใน“บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์”  หมายความว่า “จิรายุส” จะมีมูลค่าหุ้นที่ถือในบริษัทราว 8,354 ล้านบาท จากบริษัทที่สูงถึง 35,000 ล้านบาท และเมื่อ SCBS ประกาศซื้อหุ้น 51% ของบริษัท นั่นหมายความว่า เขาจะได้เงินสดจาก SCBS ทันที 4,260 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าสัดส่วนหุ้นที่เหลือที่ยังไม่ได้ขายก็น่าจะทำให้เขายังมีบทบาทในบริษัทต่อไป
ส่วนทางด้าน "โครงสร้างผู้บริหารของ Bitkub Online" ยังไม่มีการเปลี่ยน รวมถึงโร้ดแมพของบริษัทยังดำเนินงานตามแผนและเป้าหมายเดิมที่วางไว้ก่อนหน้านี้  แต่ Bitkub ก็ยืนยันว่ายังมีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลด้านต่างๆผ่านโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ร่วมกับทาง SCBS  ซึ่งหลังจากนี้บริษัทยังต้องหารือกับทาง SCBS ก่อน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ 
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา (เกิด 8 ก.พ. 2533)  อายุ 31 ปี เกิดที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ชื่อเล่นชื่อ "ท๊อป" เป็นนักธุรกิจผู้ก่อตั้งบริษัทบิทคับ ศูนย์แลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี 
ในวัยเด็ก ท๊อปมีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอล โดยที่มีไอดอลคือ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน โดยที่ไม่เคยสนใจในการเรียนและมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนอยู่เป็นประจำจนถูกเชิญออกจากโรงเรียน 
หลังจากนั้น ก็ถูกพ่อแม่ ส่งไปอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ จุดประสงค์เพื่อดัดนิสัย ให้เป็นผู้เป็นคนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังไม่ได้มีความคิดที่จะตั้งใจเรียนแต่อย่างใดโดย 6 ปีที่ นิวซีแลนด์ ก็จบมาแบบทุลักทุเล
จุดเปลี่ยนแรกของชีวิต เกิดขึ้นภายหลังจากที่เรียนจบจากนิวซีแลนด์ และกลับมาสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศไทย แต่ไม่ว่าจะไปสมัครสอบที่ไหนก็ไม่ติดเลยสักทีเดียว โดยเจ้าตัวเคยพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า "มันเคยเป็นปมด้อยในใจว่าทำไมถึงไม่ตั้งใจเรียนให้ดีกว่านี้" 
จนกระทั่งความผิดหวังครั้งนี้ส่งผลให้เขาฝึกฝนตัวเองและพยายามที่จะเปลี่ยนเป้าหมายด้วยการไปสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ประเทศอังกฤษให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องยากมากๆ แต่ด้วยความพยายามอยู่ 9 เดือนเต็ม ก็สำเร็จ 
โดยเจ้าตัวเลือกที่จะไปสมัครสอบที่ UniverCity of manchester หรือมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ นอกจากมันจะเป็นเมืองที่เขารู้จักเพราะเป็นแฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วนั้นยังเคยเมืองเดียวกับที่ไอดอลของเขาเคยค้าแข้งอยู่ (ในเวลานั้น) โดยเข้าไปเรียนในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
ตลอดเวลาที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย (ป.ตรี) เขาแทบจะได้ชื่อว่าเป็นที่ 1 เคล็ดลับของเขาคือการเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือถึงวันละ 10-12 ชั่วโมงแทบทุกวัน ช่วงคริสต์มาสก็ไม่กลับไทย โดยที่เจ้าตัวเคยเผยว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะต้องมาขอลอกการบ้าน ผลลัพธ์ที่ได้คือเขาเรียนจบใน 3 ปี พร้อมได้รับรางวัลเกียรตินิยมเหรียญทอง 
หลังจากนั้น เขากลายเป็นที่ต้องการตัวของมหาวิทยาลัยดังๆ ทั่วโลกที่พร้อมจะอ้าแขนรับเข้าไปเรียน โดยเจ้าตัวตัดสินใจที่จะเข้าไปเรียนปริญญาโทต่อที่ มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ในคณะเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากอีก 1 ไอดอลของเขาอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย ก็ศึกษาที่นี่ และแน่นอนว่าเจ้าตัวก็สามารถสำเร็จการศึกษาได้เช่นกันดังที่คาดหวังไว้ แม้ว่าในภายหลังเจ้าตัวจะบอกว่าแบบฉิวเฉียดเลยทีเดียว 
ภายหลังจากจบที่ชั้นปริญญาโท ชีวิตของหนุ่มวัย 23 ปีก็เริ่มต้นด้วยการเปิดบริษัทเป็นของตัวเองโดยอาศัยชั้นลอยของบ้าน ที่ทำธุรกิจร้านเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ เป็นสำนักงานแห่งแรก ของ "Coin.co.th" โดยมีพนักงานเป็นตัวเขาคนเดียวในตำแหน่ง CEO ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะรับเพิ่มอีก 2 คน ซึ่งก็คือญาติของเขาที่กำลังว่างอยู่ในเวลานั้น
แน่นอนว่าการทำธุรกิจมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะในช่วงนั้นของชีวิตเขาต้องคอยตอบคำถามจากธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ไปชี้แจงถึงแนวทางการทำธุรกิจของเขา 
อีกทั้งในวันที่คริปโตเคอร์เรนซี ยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแลเหมือนปัจจุบันนี้ ข้อกล่าวหาต่างๆ … แชร์ลูกโซ่ ฟอกเงิน เข้าสู่ตัว CEO วัย 23 ปี จนทำให้พ่อแม่ของเขาอยากจะให้ปิดบริษัทนี้แล้วล้มเลิกซะ 
อย่างไรก็ดี หนุ่มไฟแรงวัย 23 ปี ก็เลือกที่จะปฏิเสธคำของพ่อแม่ที่จะให้ปิดบริษัท และต้องการจะแสดงให้คนทั้งโลกเห็นว่า สกุลเงินดิจิทัลนั้นจะมีบทบาทกับโลกในอนาคตอย่างแน่นอนโดยเขาเริ่มจากการเดินสายบรรยายให้ผู้คนที่เข้าสู่วงการนี้แรกๆ เข้าใจถึงสิ่งที่เขาทำและเข้าใจถึงแก่นแทนของ สกุลเงินยุคใหม่ 
เขาเริ่มทำตั้งแต่ 0 จากที่ไม่มีใครรู้จักว่าสิ่งที่เขาทำคืออะไร จนนำไปสู่การมี พ.ร.บ.สินทรัพย์ดิจิทัล โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.ซึ่งเปรียบเสมือนกฎหมายที่ใช้ในการกำกับดูแล สิ่งที่เคยเป็นสีเทา ก็กลายเป็นมีความจริงบนโลกนี้
ต่อมาเขาได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ ที่มีชื่อว่า “Bitkub capital group holdings” ในปี 2561 ก่อนที่ในปี  2562 เขาได้ร่วมเป็นกรรมการสมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย ได้มีบทบาทในการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเงินสกุลดิจิทัลในประเทศไทย รวมถึงการจัดงานประชุมในด้านสกุลเงินดิจิทัลและบล็อกเชน ทั้งกับทางภาคเอกชน และภาครัฐร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เครือข่ายยูโรเปียนบล็อกเชนฮับ และองค์กรนานาชาติที่ไม่แสวงผลกำไรโดยเขาได้รับรางวัล 1 ใน 100 คนของโลกที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ร่วมกับ ปรมินทร์ อินโสม ผู้พัฒนา ZCoin
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมานี้ "Bitkub"  บริษัทมีรายได้โตเกิน 1,000 % ต่อปี คาดว่าภายในสิ้นปี 2564 มีรายได้แตะ 4,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2561มีรายได้เพียง 3 ล้านบาทและจะมีกำไรเติบโตก้าวกระโดดภายในสิ้นปีนี้คาดกำไรจะอยู่ที่2,000 ล้านบาท จากปีก่อนมี กำไร 100 ล้านบาทเท่านั้น ปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ของลูกค้าดูแลทั้งสิ้น 50,000ล้านบาท
ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้(ม.ค.-ก.ย.2564) "Bitkub" มีมูลค่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่รายงานต่อ ก.ล.ต. รวมประมาณ 1.03 ล้านล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 92% โดย Bitkub มีรายได้รวม 3,279 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,533 ล้านบาท (อ้างอิงจากงบการเงินยังไม่สอบทาน)
ทั้งนี้ "จิรายุส " มองเห็นอนาคต ในระยะ 3 -5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นโลกของ “ไฟแนนซ์เชียลแพลทฟอร์ม” บริษัทตั้งเป้าหมายจะเป็นธุรกิจที่ติดอันดับ 1 ใน10 ของธุรกิจรายใหญ่ของประเทศไทย ทั้งในแง่มูลค่าธุรกิจและมูลค่าที่สร้างต่อเศรษฐกิจของประเทศ
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...