มีน พีรวิชญ์ เคลียร์ชัดสิ้นสุดสัญญา 11 ปี อดีตผจก. ไร้ปมแตกหักเรื่องเงิน
มีน พีรวิชญ์ เคลียร์ชัดสิ้นสุดสัญญา 11 ปี อดีตผจก. ไร้ปมแตกหักเรื่องเงิน ลั่นไม่เคยทำร้ายเนรคุณใคร ขอเลือกเส้นทางเป็นตัวเองในวัย 28
หลังประกาศสิ้นสุดสัญญา นักแสดงหนุ่มมีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา กับค่ายแจ้งเกิด “Ultimate Troop” เริ่มต้นเส้นทางใหม่ ออกมาดูแลตัวเองเต็มตัว หลังร่วมงานกับอดีตผู้จัดการมายาวนาน 11 ปี
ล่าสุดวันที่ 6 ก.พ. 69มีน พีรวิชญ์ ที่มาร่วมแถลงข่าวเปิดตัวรายการใหม่ “SURGERY WARS” (สงครามความงาม) ที่ CDC Ballroom พร้อมให้สัมภาษณ์ ถึงสาเหตุที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัด และผู้จัดการส่วนตัวที่ร่วมงานกันมายาวนานกว่า 11 ปี ยืนยันชัดไม่มีปัญหาเรื่องเงินหรือความขัดแย้ง เป็นเพียงการเลือกก้าวออกมาใช้ชีวิตอิสระ ทดลองเส้นทางใหม่ของตัวเอง พร้อมเผยวิสัยทัศน์ปีนี้ที่อยาก “เป็นตัวเองให้ชัดที่สุด” พร้อมย้ำความสัมพันธ์ยังแน่นแฟ้นเหมือนพี่น้อง และให้ผลงานในอนาคตเป็นคำตอบทุกอย่าง
สาเหตุที่ตัดสินใจ ไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัด และผู้จัดการส่วนตัว? “สาเหตุที่ตัดสินใจ จริงๆ ผมกับพี่สนุ๊กอยู่กันมาปีที่แล้วเป็นปีที่ 11 ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ทำสัญญาอะไรกัน ก็อยู่ด้วยกันด้วยสัญญาใจ สนิทกันมาเติบโตมาด้วยกันตลอด พอวันหนึ่งมันเกิดเป็นสังกัด UltimateTroop ขึ้นมา หรือว่าเราไปเข้าช่อง 3 ก็ตาม ก็เลยมีสัญญาร่วมกัน แล้ววันหนึ่งมันก็แค่หมดสัญญาสำหรับเรา ก่อนหน้านี้คุยกันมาสักระยะใหญ่ๆ ว่าเราอยากลองมาใช้ชีวิต ตัดสินใจ ลองเลือกลองทำในสิ่งที่เราอยากทำดู”
ตัดสินใจนานมั้ย? “คุยกันมา 2 ปีกับพี่สนุ๊ก เรื่องประเด็นนี้ ก็รู้กันอยู่แล้วว่าพอหมดสัญญานี้จะไปทดลองแล้วกัน เราก็ไม่รู้ว่าการทดลองของเรามันจะประสบความสำเร็จมั้ย หรือว่ามันอาจจะล้มเหลวหรือเปล่า ในวันที่พี่สนุ๊กไม่มีเรามันจะเป็นยังไง บริษัทนี้จะเป็นยังไงไม่มีทางรู้ ไม่ได้วางแพลนไว้ก่อน ก็คุยกันว่างั้นเดี๋ยวเรามาเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน ภาพฝันของผมคือเรารู้ว่าเราเติบโตมาด้วยกัน ปลายทางเราก็อยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ 2 คนมาคุยกันมาให้กำลังใจกัน”
ไม่ได้เกี่ยวกับว่าช่องใหญ่มาทาบทาม หรือมีปัญหาเรื่องเงินอย่างที่คนอื่นๆ ในวงการเจอ? “ไม่มีปัญหาเลย ปีนี้เป็นปีที่เรามีงานพรีเซ็นเตอร์ที่กำลังจะเปิดตัว มีงานโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่เป็นสัญญายาวหลายปี ที่รับไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วพี่สนุ๊กก็ยังคอยดูแลให้อยู่ ยังคอยส่งต่องานให้อยู่ แล้วเราก็ยังไปแจมกับโปรเจ็กต์ที่เขาผลิตขึ้นมาใหม่ในปีนี้อยู่ เพราะว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้มีปัญหากัน ไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่มีเรื่องเงินเลย”
ใจหายมั้ย อยู่ด้วยกันมานานเป็น 10 ปี เหมือนเป็นพี่น้อง? “ใช่ครับ ผมคิดว่าวันแรกที่เราคุยกันก็คงใจหายแหละ แต่เราก็มีเวลาเตรียมตัวด้วยกันทั้งคู่ครับ ค่อยๆ ปรับตัว ช่วงนี้วุ่นมากเลย (หัวเราะ) พอออกมาใช้ชีวิตเอง วุ่นมากเลย ก็มีหลายครั้งที่ยังปรึกษากัน”
เขาเขียนข้อความประทับใจในตัวมีน เขาเป็นคนที่ทำให้เราได้มายืนอยู่ตรงนี้? “ใช่ อย่างมีนเข้าวงการมาเพราะพี่สนุ๊ก เป็นผู้จัดการคนแรกของมีน แล้วตัวพี่สนุ๊กเองก่อนหน้านี้ก็ทำหลายอย่าง ไม่ได้เป็นผู้จัดการจริงจัง เพิ่งมาดูแลมีนจริงจังเป็นคนแรก ก็คิดว่าเราโตมาด้วยกันครับ มันผ่านเรื่องราว ความสุข ความทุกข์ ความเหนื่อย ความสำเร็จมาด้วยกันเยอะมากๆ แล้ว เราคิดว่าความสัมพันธ์นี้มันไม่มีทางหายไป มันไม่มีทางที่จะลืมได้แน่นอน แต่ว่าอนาคตครั้งใหม่เราจะเติบโตกันทั้งคู่ ผมคิดว่ามันก็เป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้น น่าสนุก วันหนึ่งการที่เราโตไปด้วยกัน แยกย้ายกันไปเติบโตแล้วมันได้มองย้อนกลับมาเป็นเรื่องที่ดี”
วันที่ประกาศสิ้นสุดสัญญา มีคนเข้าใจผิด เข้ามาถามกันเยอะมั้ย? “มีคนถามเข้ามาเยอะ แต่ว่าส่วนใหญ่เราก็ตอบเหมือนกันหมดว่าจริงๆ ไม่ได้มีปัญหากัน เพราะถ้ามีปัญหากัน ต้องไปอยู่ที่ศาล ไม่ได้ไปอยู่ที่วงสัมภาษณ์ร่วมกัน เราก็เลยค่อนข้างสบาย มันก็คือการผ่านเรื่องราวหนึ่งไปสู่เรื่องราวหนึ่ง แล้วเราก็ยังรู้จักกันสนิทกันคุยกันไม่ได้มีปัญหาทะเลาะกัน พยายามทำทุกอย่างให้มันสมูทที่สุด ง่ายที่สุด”
ก็มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่ไม่เข้าใจมองว่า เนรคุณ ดังแล้วแยกวง? “ผมมองว่าเราก็เคารพสัญญา แล้วก็เคารพการทำงานทุกอย่าง ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเราก็แฟร์กับทุกเรื่อง ส่วนตัวผมคิดว่าในเมื่อความสัมพันธ์ความเป็นพี่น้องมันยังอยู่ มันเปลี่ยนไปแค่วิธีการทำงานเฉยๆ อาจจะมองเป็นความเนรคุณ เราไม่ได้มองเป็นแบบนั้นแล้วกัน ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร เราคิดว่าเดี๋ยวสุดท้ายแล้วเรื่องของงาน การพัฒนาตัวเอง อนาคตมันก็จะเป็นคำตอบแหละ ว่าเราเป็นยังไง ว่าเรายังแคร์กันอยู่มั้ย เราเนรคุณใครหรือเปล่า แต่คิดว่าชีวิตที่ผ่านมาทั้งชีวิตนี้ ไม่เคยเผลอหลงลืมใคร ไม่เคยทำร้ายใคร”
ตอนนี้ดูแลตัวเอง? “ก็กำลังเซ็ตอัพทีมอยู่ กำลังวุ่น วุ่นถึงขั้นที่ว่าเชื่อมั้ยผมไม่เคยเชื่อเรื่องเบอร์มงคลเลย หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ โทรหาหมอดูว่าขอเปลี่ยนเบอร์มงคลได้มั้ย (หัวเราะ) รู้สึกว่ามีสายติดต่อเข้ามามีเรื่องต้องคุยเยอะ เปลี่ยนเบอร์เลย”
แตกต่างแค่ไหนพอออกมาทำเองเต็มตัว? “เรียกว่าวุ่นดีกว่า มันมีหลายโพรเซสที่เราไม่เคยรู้ว่ามันต้องมี หลายอย่างที่เราไม่เคยทำ คนที่เข้ามาช่วยเหลือเรา ก็เป็นทีมที่เราตั้งใจเซ็ตอัพมาใหม่ก็ยังไม่ได้จูนกันเท่าไหร่นักในช่วงแรก เราก็เลยวุ่นๆ กันอยู่แต่คิดว่าใกล้จะลงตัวแล้วครับ”
ทิศทางการทำงานของเราต่อไป? “เราอยู่กับพี่สนุ๊กมา 11 ปี ตอนนี้มีน 27 กำลังจะ 28 แล้ว คิดว่าเหลือเวลาให้สนุกกับอาชีพนี้อีกไม่เยอะที่จะสามารถสนุกได้เต็มที่ ลุยได้ทุกเรื่อง สามารถเลือกในสิ่งที่เราอยากเลือกได้ทุกอย่าง คิดว่าวิชชั่นของเราในปีนี้ก็คงจะเป็นตัวเอง เลือกงานที่เป็นเรา แล้วก็ให้คนทั่วประเทศทั่วโลกเห็นว่าเราเป็นใครในปีนี้ วัยรุ่นสร้างตัวหรอ”
พูดเหมือนเราวางแผนจะเกษียณแล้ว? “นักข่าวบางคนชอบถามว่าจะแต่งงานหรือยัง คือเรารู้สึกว่าเราเด็กมาก พอวันหนึ่งเรารู้สึกว่ามีนใน UltimateTroop เป็นพี่โตแก่มาก ต้องแนะนำน้องๆ เฮ้ย บ้า เรายังเด็กอยู่เลย รู้สึกว่านี่อาจจะเป็นก้าวแรกๆ ในวงการเราเองที่เรายังอยากมีไฟ อยากสนุก อยากทำอะไรไม่ต้องแคร์ ฉะนั้นสิ้นปีนี้เราจะได้รู้กันว่าสุดท้ายแล้วตัวเราเองจะเป็นใครในวงการนี้ (หาตัวตน) คงฟีลนั้น มีนคิดว่าวิชชั่นปีนี้มีนคงเป็นแบบนั้น เป็นหมุดหมายให้กับตัวเอง ฝากแฟนๆ คนที่ติดตามเรา คนที่รู้จักเราช่วยเป็นไกด์ไลน์ให้เราแล้วกันว่าสุดท้ายแล้ว รักเราที่ตรงไหน ซื้อเราที่ตรงไหน อยากให้เราช่วยพัฒนาจุดไหนในตัวเรา”
เคยคิดย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น ความเป็นวาย? “ความเป็นวาย จริงๆ มีนเติบโตมาจากซีรีส์วาย ได้โอกาส ได้ชื่อเสียง ได้แฟนคลับมาจากซีรีส์วายเยอะมาก มีนผ่านช่วงเวลานั้นมาอย่างมีคุณภาพมากๆ แล้ว การย้อนกลับไปสำหรับมีนรู้สึกเหมือนเป็นการไปสร้างเส้นทางใหม่ทับเส้นทางเดิม ซึ่งเรารู้สึกว่าเราสำเร็จ สำหรับเรามันคือพรมแดงแล้ว เราก็เลยไม่ได้อยากจะกลับไปเปลี่ยนแปลงมันหรือว่าสร้างความท้าทายอะไรกับมัน ยกเว้นว่ามีความท้าทายที่ดีมากๆ ที่ตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะเป็นสิ่งใหม่ที่จะให้กับเราหรือให้กับวงการ เราอาจจะย้อนกลับไปทำได้”
จากที่ไม่เคยเชื่อเรื่องเลขมงคล พอเราเริ่มเปลี่ยนเส้นทางใหม่ การมูก็มา? “ใช่ เป็นปีที่เริ่มต้นปีมาด้วยการมู จากที่ปกติไม่ค่อยมู ก็ลองหลายอย่าง ดูดวง ปกติดูปีละครั้ง ปีนี้ก็เริ่มเลย สตาร์ทเลย เปลี่ยนเบอร์ ช่วยคิดหน่อยสิ จะเปลี่ยนชื่อไอจี มันเปลี่ยนยาก แต่มันเปลี่ยนได้ พอดีไปทำงานกับต่างชาติมาเยอะ ต่างชาติบอกเสิร์ชหา มีน พีรวิชญ์ ไม่เจอ กับมีคุณมีป้าวันนั้นไปซื้อไก่ย่างที่ปั๊ม เสิร์ชมีน พีรวิชญ์ในไอจีไม่เจอ ต้องไปพิมพ์ในกูเกิล หรือว่าเราจะเข้าถึงง่ายกว่านี้ดี เปลี่ยนเป็นอะไรดี ก็เลยเป็นช่วงเวลาตัดสินใจ เปลี่ยนชื่อเลยมั้ย คงไม่ ชอบชื่อนี้แล้ว หมอดูทักว่าดีครับ ปีนี้จะดี ปีหน้าจะดีสุดๆ ไปเลย เปลี่ยนชื่อไอจีหมอดูบอกว่าเปลี่ยนก็ได้ ไม่เปลี่ยนก็ได้ แปลว่าอะไรอ่ะ แปลว่าก็เปลี่ยนได้ หรือไม่เปลี่ยนก็ได้ รบกวนคอมเมนต์ใต้คลิปข่าวนี้นิดนึง”
“วาเลนไทน์นี้ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย(หัวเราะ) เราคิดว่าพอเราอยู่ด้วยกันมาสักระยะหนึ่ง แล้วเราก็สนิทกันแล้ว ความอลังการอาจจะน้อยลง เปลี่ยนเป็นความเข้าใจและใส่ใจ แล้วก็เห็นถึงดีเทลเล็กๆน้อยๆ ดรีมเขาก็ทำให้เราเห็นดีเทลอะไรหลายๆ อย่าง จากที่เราเป็นคนมองภาพกว้างเยอะ เขาเข้ามาแล้วทำให้เราเห็นดีเทล ใส่ใจ และเข้าใจรายละเอียด เราก็มักจะสนใจในรายละเอียดมากขึ้น”
“เขาชอบเซอร์ไพรส์ เราก็มีบ้าง แต่เราไม่ได้ชอบเซอร์ไพรส์สิ่งใหญ่กัน เราก็มักจะมีความเกรงใจกันนิดหน่อย เราชอบเซอร์ไพรส์อะไรที่เป็นดีเทล สิ่งนี้เคยพูดเมื่อเดือนที่แล้วนี่ว่าอยากได้ สิ่งนี้คือดีเทลที่เขาชอบอะไรอย่างนี้ ผมคิดว่าคงเป็นอาหารมื้อน่ารัก กับของที่แสดงถึงความถึงใส่ใจ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มีน พีรวิชญ์ เคลียร์ชัดสิ้นสุดสัญญา 11 ปี อดีตผจก. ไร้ปมแตกหักเรื่องเงิน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th