โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สัญญาณเตือน “ค่าครองชีพ” ที่คนทำงานต้องเตรียมรับมือเอง รัฐสั่ง WFH แบงก์-เอกชนใหญ่ พร้อมปรับโหมด

Thairath Money

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 05.47 น.
ภาพไฮไลต์

ความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงกดดันต่อ ตลาดพลังงานโลก และทำให้หลายประเทศเริ่มจับตาความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันและต้นทุนเศรษฐกิจ

โดยล่าสุด ประเทศไทยเองเริ่มส่งสัญญาณรับมือแล้ว เมื่อวานนี้ (10 มีนาคม 2569) คณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเริ่มมาตรการ Work From Home (WFH) สำหรับงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน

พร้อมสั่งงดหรือชะลอการเดินทางดูงานต่างประเทศ รวมถึงให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในอาคารราชการไว้ที่ 26–27 องศาเซลเซียส

ซึ่งมาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายหลักเพื่อลดการใช้พลังงานของประเทศ และแม้จะดูเป็นเพียงมาตรการด้านการบริหารองค์กร แต่ในมุมเศรษฐกิจ นี่คือสัญญาณว่า รัฐบาลกำลังเตรียมรับความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงาน และในอดีต ทุกครั้งที่โลกเผชิญวิกฤติพลังงาน สิ่งที่ตามมามักเป็น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น

หน่วยงานในระบบการเงินและตลาดทุนยังคงดำเนินงานตามปกติ

ด้าน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่าได้ปรับการทำงานตามมาตรการ Work From Home ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2569 โดยการกำกับดูแลและการให้บริการประชาชนยังดำเนินการได้ตามปกติ ขณะที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังคงใช้รูปแบบการทำงานแบบ Hybrid Work ทำให้ระบบซื้อขายและการดำเนินงานของตลาดทุนไม่ได้รับผลกระทบ

แบงก์-บริษัทใหญ่ พร้อมปรับตัว

Thairath Money ตรวจสอบเพิ่มเติม ถึงความพร้อมนโยบายการทำงานของหลายองค์กรเพื่อรับมือวิกฤติพลังงานรอบใหม่ โดยพบว่า ขณะนี้ ภาคธุรกิจไทยจำนวนมาก แทบไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ กับการทำงานจากบ้าน เพราะหลังวิกฤติ COVID-19 รูปแบบการทำงานได้เปลี่ยนไปอย่างถาวรแล้ว โดย Hybrid Work (การทำงานแบบสลับวันเข้าออฟฟิศ)ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ทำให้ หลายองค์กรขนาดใหญ่ได้วางระบบ Hybrid Work ไว้แล้ว

เช่น

  • ธนาคารกรุงไทย ที่มีนโยบายให้บางหน่วยงานทำงานจากบ้านได้ตามสัดส่วนที่กำหนด
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งใช้รูปแบบ Hybrid Work ตามลักษณะงานของแต่ละหน่วย
  • บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต ที่เปิดให้หน่วยงานบริหารการเข้าออฟฟิศอย่างยืดหยุ่น
  • ปตท. ซึ่งมีนโยบายให้พนักงานบางส่วนสามารถทำงานจากบ้านได้สัปดาห์ละหลายวัน

ด้าน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า พร้อมจะให้ความร่วมมือเหมือนหน่วยงานอื่นๆ คือ มีทั้งมาตรการ Work from Home, มาตรการประหยัดพลังงานในที่ทำงาน และมาตรการกรณีการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งจะปรับใช้ให้ไม่กระทบกับการทำงานในภาพรวม

ขณะที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกรายใหญ่หลายแห่ง เช่น แสนสิริ ,เอสซี แอสเสท , เดอะมอลล์ , วันแบงค็อก ต่างมีระบบการทำงานแบบไฮบริดให้กับพนักงานรองรับอยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม หลายแห่งอยู่ระหว่างประชุมและประเมินสถานการณ์รายวัน เพื่อประกาศใช้นโยบายการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์มากที่สุด

จึงอาจกล่าวได้ว่า WFH รอบนี้ไม่ใช่การปรับตัวฉุกเฉินเหมือนช่วงโควิด แต่เป็นการปรับระดับการใช้พลังงานของระบบเศรษฐกิจ

How-to บริหารเงิน "ฉบับ WFH" ไม่ให้กระเป๋ารั่วกลางวิกฤติ

อย่างไรก็ดี แต่สำหรับคนทำงาน WFH อาจเปลี่ยน “โครงสร้างค่าใช้จ่าย” เพราะแม้การทำงานจากบ้านจะดูเหมือนช่วยประหยัดเงิน แต่ประสบการณ์ในช่วงโควิดพบว่า ค่าใช้จ่ายของหลายครัวเรือนกลับเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ข้อมูลจากSCB Asset Management ระบุว่า ค่าใช้จ่ายช่วง WFH มักแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มสำคัญ

1. ค่าใช้จ่ายที่ลดลง เงินที่ควรเปลี่ยนเป็นเงินออม

การทำงานจากบ้านช่วยลดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง เช่น

  • ค่าเดินทาง
  • ค่าที่จอดรถ
  • ค่าเสื้อผ้าทำงาน
  • ค่าใช้จ่ายสังสรรค์หลังเลิกงาน

เงินส่วนนี้อาจดูเล็กน้อยในแต่ละวัน แต่เมื่อรวมกันตลอดเดือน อาจกลายเป็นเงินก้อนที่ควรเก็บเป็น เงินสำรองฉุกเฉิน

2. ค่าใช้จ่ายจำเป็น งบเพื่อทำงานให้มีประสิทธิภาพ

แม้อยู่บ้าน ค่าใช้จ่ายพื้นฐานยังคงอยู่ เช่น

  • ค่าอาหาร
  • ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าอุปกรณ์ทำงาน

หลายคนพบว่าการทำอาหารเองสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการสั่งอาหารออนไลน์เป็นประจำ ขณะที่การลงทุนกับโต๊ะทำงาน เก้าอี้ หรือจอคอมพิวเตอร์ อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว

3. ค่าใช้จ่ายที่ต้องระวัง

ตัวการเงินรั่วในยุค WFH สิ่งที่ทำให้เงินไหลออกโดยไม่รู้ตัวมักเป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ เช่น

  • ค่าไฟจากการเปิดแอร์ทั้งวัน
  • ค่าสั่งอาหารออนไลน์
  • ค่าบริการออนไลน์หรือ Subscription

โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนของไทย ค่าไฟฟ้าอาจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากไม่มีการวางแผนรายจ่ายล่วงหน้า

บทเรียนจากวิกฤติพลังงาน

ท้ายที่สุดแล้ว ในประเด็นนี้ คนทำงานต้องเตรียมตัวมากกว่าเรื่องสถานที่ทำงาน เพราะแม้ มาตรการ Work From Home ในครั้งนี้อาจเป็นเพียงการลดการใช้พลังงานในระยะสั้น แต่บทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า เมื่อโลกเผชิญความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม โรคระบาด หรือวิกฤติพลังงาน สิ่งที่ได้รับผลกระทบเร็วที่สุดมักเป็น ค่าครองชีพของประชาชน

ดังนั้น สำหรับคนทำงาน การเตรียมตัวที่สำคัญคือ

  • เปลี่ยนเงินที่ประหยัดได้จาก WFH เป็นเงินออม
  • ระวังค่าใช้จ่ายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในบ้าน
  • และเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือน

เพราะในโลกที่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การวางแผนการเงิน อาจสำคัญกว่าการรู้ว่าเราจะทำงานจากที่ไหน

ที่มา : ThaiGOV, KTB, MTL, BAY, PTT, SCBAM

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สัญญาณเตือน “ค่าครองชีพ” ที่คนทำงานต้องเตรียมรับมือเอง รัฐสั่ง WFH แบงก์-เอกชนใหญ่ พร้อมปรับโหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...