โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'พีดับบลิวซี' เตือนองค์กรไทยเร่งวางกรอบกำกับดูแล 'AI Agent'

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พีดับบลิวซี ประเทศไทย (PwC) รายงานว่า แม้องค์กรไทยจะเดินหน้าใช้ AI ในวงกว้างเพื่อเพิ่มศักยภาพ และตอบสนองต่อการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

ทว่าส่วนใหญ่ยังขาดกรอบการกำกับดูแลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยงและการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ ผู้บริหารต้องเร่งพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่รัดกุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเสริมความโปร่งใสในยุค AI Agents ที่กำลังเปลี่ยนโฉมโลกธุรกิจ

พันธ์ศักดิ์ เสตเสถียร หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชีด้านการบริหารความเสี่ยง บริษัท พีดับบลิวซี ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันองค์กรไทยมีความกระตือรือร้นในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สอดคล้องกับ รายงานผลสำรวจความหวังและความกังวลของกำลังแรงงานไทย ประจำปี 2568 ซึ่งระบุว่า แรงงานไทยใช้ AI ในการทำงานประจำวันเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 24% ในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี หลายองค์กรยังคงประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง และขาดกรอบการกำกับดูแลระดับองค์กรที่ครอบคลุมการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI)

นอกจากนี้ หลายองค์กรยังมองว่า AI เป็นเพียงเรื่องของฝ่ายไอที (IT department) มากกว่ายุทธศาสตร์ขององค์กร รวมถึงละเลยเรื่องคุณภาพข้อมูลและทักษะ AI ของบุคลากร ซึ่งล้วนส่งผลต่อความยั่งยืนและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว

เมื่อ AI เริ่มตัดสินใจและทำงานที่เคยเป็นบทบาทของมนุษย์ได้ การมีกรอบกำกับดูแลที่เข้มแข็งและบุคลากรที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีจึงกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ องค์กรต่าง ๆ ควรต้องกำหนดแนวทางการกำกับดูแลและการใช้งาน AI ให้ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่า AI สามารถทำงานภายใต้หลักความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และยึดมั่นมาตรฐาน ที่สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในระยะยาว

เตรียมพร้อมสู่ยุค AI อัตโนมัติ

ขณะที่อุตสาหกรรมธนาคาร ประกันภัย และค้าปลีก เป็นผู้นำในการนำหลักการ Responsible AI มาใช้มากขึ้น ธุรกิจไทยโดยรวมยังคงต้องเร่งพัฒนากรอบการกำกับดูแลและแนวทางการใช้งาน AI ให้ทันต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น

ข้อมูลจากรายงานผลสำรวจ 2025 Responsible AI Survey ของพีดับบลิวซีพบว่า องค์กรที่มีการกำกับดูแล AI ที่เข้มแข็งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้

โดย 58% ของผู้ตอบแบบสำรวจรายงานว่าได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน (return on investment: ROI) และประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้น

ขณะที่ 55% กล่าวว่าประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมในองค์กรดีขึ้น และ 51% กล่าวว่าการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบช่วยเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องข้อมูล ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าที่ยั่งยืนผ่านการกำกับดูแล AI ที่รัดกุม

ขณะนี้กำลังเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ AI agent ที่สามารถคิด วิเคราะห์ วางแผน และลงมือทำได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการดำเนินธุรกิจและสังคมในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้ องค์กรไทยจำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้ด้านความเสี่ยง

รวมถึงใช้แนวทาง Responsible AI ในทุกมิติ ทั้งด้านนโยบาย การทดสอบผลลัพธ์ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล ตลอดจนการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับการเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า AI มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อยุค ‘AI agent’

ข้อมูลจากรายงานของพีดับบลิวซี ยังระบุด้วยว่า 87% ของผู้นำองค์กรทั่วโลกคาดว่า AI agent จะเข้ามาพลิกโฉมโครงสร้างการกำกับดูแลภายในปีข้างหน้า

องค์กรไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนากรอบการกำกับดูแล AI ให้แข็งแกร่ง พร้อมเตรียมบุคลากรให้มีบทบาท ‘human-in-the-loop’ เพื่อให้มีการกำกับ ตรวจสอบ หรือช่วยตัดสินใจในประเด็นต่าง ๆ ที่สำคัญอย่างเหมาะสม

ตลอดจนดำเนินมาตรการจัดการความเสี่ยงใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบาย ข้อบังคับทางกฎหมาย และมาตรฐานต่าง ๆ ทั้งยังสามารถตรวจสอบและทบทวนผลลัพธ์ของ AI ได้อย่างต่อเนื่อง

เราอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของยุค AI agent แต่หลายองค์กรในไทยยังไม่ได้ประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะเมื่อระบบเหล่านี้เริ่มมีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้เอง ดังนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องทำ คือ การมีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน พร้อมทั้งให้บุคลากรที่เชี่ยวชาญเข้ามามีบทบาทในขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้การทำงานของ AI มีความโปร่งใส สอดคล้องกับกฎระเบียบและมาตรฐาน ตลอดจนสามารถตรวจสอบหรือปรับแก้ได้ตามความเหมาะสมในแต่ละเหตุการณ์ หรือช่วงเวลา

ต้องเริ่มจากการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง

แม้ว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจได้ แต่พันธ์ศักดิ์ ย้ำว่า ความเร็วในการนำ AI มาใช้ต้องควบคู่กับมาตรการป้องกันและการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง โดยองค์กรไทยควรดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  • จัดทำกรอบการกำกับดูแล AI ให้แล้วเสร็จก่อนใช้งานจริง พร้อมทั้งทบทวน framework ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
  • จัดประเภทกรณีการใช้งาน AI ตามระดับความเสี่ยง และอนุมัติการใช้งานล่วงหน้า (pre-approved) สำหรับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ
  • เสริมสร้างความสามารถของบุคลากรผ่านโครงการพัฒนาและการยกระดับทักษะ พร้อมกำหนดบทบาทและมีกรอบความรับผิดชอบอย่างชัดเจน

เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็วในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน องค์กรไทยจำเป็นต้องออกแบบนโยบายและกรอบการกำกับดูแลให้ชัดเจนว่า AI ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพ ไม่ใช่เพื่อลดจำนวนพนักงาน โดยการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะและยกระดับความรู้ของบุคลากรจะช่วยให้พนักงานทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...