ย้อนยุค 8 กลุ่มธุรกิจ แรกเริ่ม ‘ประชาชาติธุรกิจ’
การย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ มองย้อนกลับไป จะพบฉากทัศน์ทางเศรษฐกิจ-ธุรกิจที่น่าสนใจที่ประชาชาติธุรกิจได้รายงานและบันทึกไว้
ในโอกาสนี้ประชาชาติธุรกิจ จึงนำเรื่องราวเหล่านี้มารำลึก เพื่อให้เห็นถึงพัฒนาการ คุณค่า และคุณูปการอันเป็นพลังทางธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้รุดหน้า ในห้วงเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญของวาระสู่ปีที่ 50 ของประชาชาติธุรกิจ
โดยรายละเอียดจะนำเสนอโดย นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการเครือมติชน หัวข้อ “Prachachat 50 The Year of Collaboration” ในการจัดสัมมนาครั้งแรกวันที่ 18 มีนาคมนี้ ในหัวข้อ “The-Long-Game#เกมธุรกิจฆ่าไม่ตาย” ที่แกรนด์ฮอลล์ ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก (เพลินจิต)
และตลอดปีนี้ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เตรียมคอนเทนต์ที่น่าสนใจด้านต่าง ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับ “50 ปี ประชาชาติธุรกิจ” มานำเสนอทั้งรูปแบบสิ่งพิมพ์ และออนไลน์
ประเดิมด้วย “ย้อนยุค 8 กลุ่มธุรกิจ” แบ่งออกเป็น 2 ตอน
นำเสนอจัดอันดับธุรกิจไทย
“ประชาชาติธุรกิจ” ในนามหนังสือพิมพ์“เข็มทิศธุรกิจ” ปีที่ 1 ฉบับที่ 11 วันที่ 11-17 เมษายน 2520 นำเสนอรายงาน “การจัดอันดับธุรกิจในประเทศไทย” จัดทำโดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นครั้งแรก ๆ ของสื่อมวลชนไทย ของการนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าวสู่ประชาชน ซึ่งนำเสนออันดับธุรกิจไทย 100 อันดับ ผลประกอบการ พ.ศ. 2517-2518 ในกลุ่มการผลิต การค้า และบริการ
“เหตุที่มีการจัดอันดับดังกล่าวก็เพราะ บุคคลทั่วไปต้องการทราบว่า ในประเทศไทยนั้น กิจการใดมีขนาดใหญ่ที่สุด หรือกิจการใดสามารถหากำไรได้มากที่สุด การจัดอันดับขนาดธุรกิจจึงเป็นวิธีการหนึ่ง ที่จะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันทางการค้าที่มีหลักมีเกณฑ์ อันจะนำไปสู่การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ”
10 อันดับบริษัทที่มีขนาดใหญ่ เมื่อ 49 ปีก่อน พิจารณาจากยอดขาย เรียงตามลำดับได้แก่ 1.โรงกลั่นน้ำมันไทย 2.ปูนซิเมนต์ไทย 3.อีซูซุ มอเตอร์4.เทยิ่นโพลีเอสเตอร์ 5.ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม 6.เหล็กสยาม 7.ลัคกี้ เท็กซ์ (ไทย) 8.กรุงเทพอาหารสัตว์ 9.อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) 10.เจริญโภคภัณฑ์อุตสาหกรรม
เมื่อเวลาผ่านไป บทบาท สถานะของกิจการเหล่านี้ ก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อาทิ โรงกลั่นน้ำมันไทย หรือ “ไทยออยล์” กลายเป็นกิจการหนึ่งในเครือ ปตท. ส่วนเจริญโภคภัณฑ์อุตสาหกรรม ควบรวมกับกิจการในเครือ ซี.พี. เป็น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน
ธุรกิจ 8 กลุ่มจากอดีตสู่ปัจจุบัน
นั่นคือ “ภารกิจ” ที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ริเริ่มขึ้นในโลกสื่อมวลชนไทย และนำหน้าต่อไปในวาระก้าวสู่ปีที่ห้าสิบ ด้วยความตระหนักว่า ธุรกิจคือกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในแง่การสร้างงาน การกระตุ้นการลงทุน และการผลักดันนวัตกรรม โดยตลอด 5 ทศวรรษ ประกอบร่างเป็นพลังธุรกิจ 8 กลุ่มพร้อมแบบอย่างกิจการ ประกอบด้วย 1.ภาคการผลิต : เสาหลักของเศรษฐกิจและการสร้างอาชีพ 2.ธุรกิจภาคการเกษตร : รากแก้วของเศรษฐกิจชนบทและความมั่นคงทางอาหาร 3.ธุรกิจภาคบริการ : พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้แห่งยุคสมัย 4.ภาคการเงิน : เส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ
5.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ : ฐานรากที่อยู่อาศัยและเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ทรงพลัง 6.ธุรกิจพลังงาน : เสาค้ำโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงของชาติ 7.กิจการสาธารณูปโภคด้านการขนส่ง : เส้นเลือดที่เชื่อมประเทศและโลก 8.ธุรกิจสื่อสาร และเทคโนโลยี : พลังเปลี่ยนโลกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต
“การผลิต” เสาหลักเศรษฐกิจ
1.ภาคการผลิต – เสาหลักของเศรษฐกิจและการสร้างอาชีพ ธุรกิจภาคการผลิตคือ แรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดของระบบเศรษฐกิจที่แท้จริง ในฐานะกลไกที่แปลงทรัพยากรของประเทศให้กลายเป็นมูลค่า สร้างอาชีพจริง รายได้จริง และความมั่นคงให้กับผู้คนในทุกระดับ
ธุรกิจภาคการผลิตไม่ได้ทำงานคนเดียว ทุกโรงงานหรือกิจการล้วนพึ่งพาซัพพลายเออร์ ผู้ขนส่ง และผู้ให้บริการนับร้อยราย การเติบโตของโรงงานหนึ่งแห่ง จึงหมายถึงการสร้างอาชีพทางอ้อมอีกหลายเท่าตัว
เมื่อภาคการผลิตขยายตัว การจ้างงานก็เติบโตตาม รายได้ที่แรงงานได้รับไม่ได้หยุดอยู่ในกระเป๋า แต่หมุนเวียนกลับสู่ชุมชน ร้านค้า และบริการต่าง ๆ สร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง ตรงกันข้าม หากภาคการผลิตสะดุดหยุดลง ผลกระทบจะลุกลามเป็นลูกโซ่ตั้งแต่การว่างงาน ความยากจน ไปจนถึงปัญหาสังคมที่แก้ยากกว่าเดิม
กิจการที่โดดเด่นของภาคการผลิตไทย อาทิ เครือซิเมนต์ไทย (SCG), กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท (Thai Summit Group) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของเอเชีย, เครือสหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในไทย ยาวนานกว่า 80 ปี, โอสถสภา ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน, คาราบาวกรุ๊ป โดดเด่นด้วยวิสัยทัศน์ “สินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก” (World Class Product, World Class Brand) โดยบริหารธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ผลิตถึงจัดจำหน่าย ฯลฯ
“เกษตร” รากแก้วของไทย
2.การเกษตร – รากแก้วของเศรษฐกิจชนบทและความมั่นคงทางอาหาร ความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย ส่งผลให้ภาคเกษตรของไทยสามารถผลิตอาหารเพื่อการบริโภคภายในประเทศ และยังเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้เข้าประเทศที่สำคัญในลำดับต้น ๆ มาอย่างยาวนาน สร้างห่วงโซ่คุณค่าต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โลจิสติกส์ บรรจุภัณฑ์ และค้าปลีก
ภาคการเกษตรยังมีความหมายต่อความมั่นคงของชาติในมิติใหม่ วิกฤต COVID-19 และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ได้พิสูจน์แล้วว่าประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารสูง มีความเปราะบางอย่างยิ่ง ภาคเกษตรที่เข้มแข็งจึงไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่คือเกราะป้องกันความมั่นคงทางอาหารที่ไม่อาจละเลยได้
กิจการที่โดดเด่น ธุรกิจภาคการเกษตร อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.) กลุ่มธุรกิจชั้นนำระดับโลกด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่ครบวงจรที่สุด, เครือเบทาโกร เป็นผู้นำธุรกิจอาหารครบวงจร (Integrated Food Chain) ที่ชูคอนเซ็ปต์ “อาหารที่ดีกว่า” (Better Food) ผ่านห่วงโซ่การผลิตมาตรฐานสากล, กลุ่มมิตรผล ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดในไทย และอันดับต้น ๆ ของโลก ต่อยอดจากน้ำตาลสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น พลังงานชีวมวล, วัสดุทดแทนไม้, ปุ๋ย และเคมีชีวภาพ
ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) ผู้นำธุรกิจยางธรรมชาติครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลก มีความโดดเด่นด้านกำลังการผลิตยางคุณภาพสูงที่ครอบคลุม (ยางแท่ง, ยางแผ่น, น้ำยางข้น) มีส่วนแบ่งตลาดโลกราว 10-12%, ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ที่มีแบรนด์ชั้นนำมากมาย (เช่น John West, Chicken of the Sea ฯลฯ
“ภาคบริการ” ร่วมขับเคลื่อน
3.ธุรกิจภาคบริการ – พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้แห่งยุคสมัย ธุรกิจภาคบริการได้ก้าวขึ้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุคสมัย ครอบคลุมตั้งแต่กิจการค้าปลีก การท่องเที่ยว ไปจนถึงบริการสุขภาพ ไปรษณีย์ ล้วนเป็นกลไกที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจในทุกมิติ
ภาคบริการไม่ได้แค่ “ขายเวลาและความสะดวก” แต่คือการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในระดับที่ลึกกว่าสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว สุขภาพ การศึกษา บทบาทแท้จริงของภาคบริการจึงคือ การเชื่อมโยงคนเข้าหากัน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของคนไทย
การท่องเที่ยว – อุตสาหกรรมที่ไม่มีเพดาน สามารถสร้างรายได้มหาศาลและต่อเนื่องได้ เพียงแค่บริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้ดี โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และธุรกิจทัวร์ คือห่วงโซ่การสร้างงานที่กว้างที่สุดในภาคบริการ
ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ – จุดเชื่อมต่อสุดท้ายระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่ทรงพลังที่สุดในระบบเศรษฐกิจ เพราะทุกสินค้าไม่ว่าจะผลิตมาดีแค่ไหน หากไม่มีช่องทางค้าปลีกที่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่อาจถึงมือผู้บริโภคได้ ค้าปลีกสมัยใหม่เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่จ้างงานมากที่สุด
บริการสุขภาพและการศึกษา – ไทยมีศักยภาพสูงในการเป็น Medical Hub และ Education Hub ของอาเซียน
กิจการที่โดดเด่นของภาคบริการไทย อาทิ เครือดุสิตธานี แบรนด์โรงแรมระดับลักเซอรี่ของไทยที่มีอายุยาวนานกว่า 75 ปี, กลุ่มสยามพิวรรธน์ ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกระดับโลก เจ้าของโครงการไอคอนสยาม, สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่, ซีพี ออลล์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ, ซีเจมอลล์ ที่โดดเด่นในฐานะ “ซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน” ที่ผสมผสานแนวคิด “ครบ ถูก คุ้ม” ไว้ในที่เดียว
กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ผู้นำบริการทางการแพทย์เอกชนอันดับ 1 ของไทย และชั้นนำระดับโลก โดดเด่นด้วยเครือข่ายโรงพยาบาลครอบคลุมทั่วประเทศ, ไปรษณีย์ไทย (ปณท) โดดเด่นด้วยเครือข่ายขนส่งครอบคลุมทั่วไทยกว่า 50,000 จุด รวมถึงพื้นที่ห่างไกล บุรุษไปรษณีย์กว่า 20,000 คน เป็นหน่วยงานรัฐที่กำลังปรับตัวสู่ Digital & Tech Post ที่เข้าใจ Lifestyle คนรุ่นใหม่
“การเงิน” เส้นเลือดใหญ่ทั้งระบบ
4.ภาคการเงิน – เส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ ธนาคารและสถาบันการเงินคือกลไกที่เปลี่ยนเงินออมของประชาชนให้กลายเป็นทุนสำหรับผู้ประกอบการ การปล่อยสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ SMEs เกิดขึ้นได้ ครอบครัวมีบ้าน และเกษตรกรมีทุนหมุนเวียน สถาบันการเงินที่แข็งแกร่งจึงเท่ากับการเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมสามารถสร้างอนาคตได้อย่างเท่าเทียม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ – เวทีระดมทุนและสร้างความมั่งคั่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ คือกลไกที่เชื่อมโยงเงินออมของประชาชนเข้ากับการเติบโตของภาคธุรกิจ บริษัทที่เข้าจดทะเบียนสามารถระดมทุนได้โดยตรงจากประชาชน ขณะที่นักลงทุนก็มีโอกาสสร้างความมั่งคั่งระยะยาวควบคู่ไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯยังเป็น เครื่องวัดความเชื่อมั่นที่นักลงทุนต่างชาติใช้ประเมินสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศก่อนตัดสินใจ
กิจการที่โดดเด่นภาคการเงินไทย อาทิ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย, ธนาคารกสิกรไทย ผู้นำดิจิทัลแบงกิ้งด้วยแอป K PLUS ที่มีผู้ใช้งานสูงสุดในไทย
ธนาคารออมสิน โดดเด่นในฐานะ “ธนาคารเพื่อสังคม” (Social Bank) ที่เป็นสถาบันการเงินของรัฐ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมวินัยทางการเงินมายาวนานกว่า 100 ปี,
ไทยประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่ดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 80 ปี ชูจุดแข็งแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจ (Trusted Brand) และความเข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง มุ่งเน้นการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ชีวิต (Life Solution) ผ่านเครือข่ายตัวแทนมืออาชีพและพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ฯลฯ
เหล่านี้คือ 4 ใน 8 ธุรกิจพลังขับเคลื่อนประเทศไทย ที่ “ประชาชาติธุรกิจ” นำเสนอ เชื่อมโยงภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนเข้าหากัน ตลอด 5 ทศวรรษ
“ย้อนยุค 8 กลุ่มธุรกิจ” ตอนที่ 2 จะนำเสนออีก 4 ธุรกิจที่เหลือ และเตรียมพบเรื่องราวต่าง ๆ ในวาระ 50 ปี ประชาชาติธุรกิจ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนยุค 8 กลุ่มธุรกิจ แรกเริ่ม ‘ประชาชาติธุรกิจ’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net