อิสราเอลถล่มอิหร่านระลอกใหม่ ด้านสภาสหรัฐฯ ไฟเขียว "ทรัมป์ลุยต่อ" หลังโหวตหยุดสงครามไม่สำเร็จ
กองทัพอิสราเอลประกาศเริ่มปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ในกรุงเตหะราน โดยมุ่งเป้าทำลายคลังขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และศูนย์บัญชาการของอิหร่านอย่างหนัก มีรายงานเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วเมืองหลวง ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลยืนยันว่า ผู้นำอิหร่านที่วางแผนทำลายล้างอิสราเอลถือเป็นเป้าหมายหลักในการกำจัดทิ้งอย่างไม่มีข้อกังวล
ในฝั่งวอชิงตัน ดี.ซี. วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 53 ต่อ 47 เสียง ปฏิเสธร่างกฎหมายที่จะจำกัดอำนาจประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ ในการสั่งการทางทหารกับอิหร่าน ส่งผลให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าทำสงครามต่อได้อย่างเต็มที่ แม้จะเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าสงครามครั้งนี้ขาดความชัดเจนด้านเป้าหมาย และมีแรงกดดันจากผลโพลที่ระบุว่าชาวอเมริกันกว่า 59% ไม่เห็นด้วยกับการโจมตีครั้งนี้ก็ตาม
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาแสดงความมั่นใจต่อสถานการณ์ โดยระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลัง “ทำผลงานได้ดีมาก” ในแนวหน้า พร้อมย้ำว่าอิหร่านสังหารผู้คนมาตลอด 47 ปี และนี่คือการจัดการก่อนที่สหรัฐฯ จะถูกโจมตีเสียเอง ขณะที่ทำเนียบขาวเสริมว่าภารกิจนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยทำลายเป้าหมายไปแล้วกว่า 2,000 แห่ง และทำลายระบบขีปนาวุธของอิหร่านไปเป็นจำนวนมาก
เหตุการณ์ทางทะเลที่น่าตกใจที่สุด คือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยภาพฟุตเทจขณะเรือดำน้ำจมเรือรบ ‘Iris Dena’ ของอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เรือดำน้ำสหรัฐฯ โจมตีเรือผิวน้ำ รายงานระบุว่ามีคนบนเรือราว 180 คน โดยกู้ชีพได้เพียง 32 คน และพบร่างผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 80 รายบริเวณชายฝั่งศรีลังกา
สงครามในวันที่ 6 นี้ส่งผลให้ตลาดโลกปั่นป่วนอย่างรุนแรง ตลาดหุ้นเอเชียดิ่งเหว โดยเฉพาะในกรุงโซลที่เผชิญภาวะตลาดทรุดตัวครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่ราคาทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ด้านการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นอัมพาตหลังอิหร่านขู่ควบคุมเส้นทางเดินเรือและโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงทรงตัวในระดับสูง
ท่ามกลางไฟสงคราม ประชาชนในกรุงเตหะรานให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเมืองหลวงอยู่ในสภาพ “เงียบเหงาและว่างเปล่า” พร้อมตัดพ้อว่าพวกเขา “ควรได้รับชีวิตที่ปกติสุข” มากกว่านี้ ขณะที่อิหร่านยังคงยืนหยัดสู้ต่อและประกาศสรรหาผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนที่ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิต โดยปฏิเสธข่าวการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ว่าเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น
อ้างอิง: Bloomberg