โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สีหศักดิ์’ โต้ข่าวสหรัฐขอใช้ ‘อู่ตะเภา’ ประสานอิหร่านดูแลความปลอดภัยคนไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 18.18 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 11.13 น. • เดลินิวส์
‘สีหศักดิ์’ ยันสหรัฐไม่ได้ขอตั้งฐานทัพทหารที่อู่ตะเภา เผยประสานทูตอิหร่านดูแลความปลอดภัยคนไทยที่อพยพจากอิหร่าน ย้ำไทยมีจุดยืนชัดต้องการเห็นสันติภาพ-ใช้การเจรจาทางการทูตแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. เวลา 16.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ว่ากรณีที่นายฌอน เค. โอนีล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หารือคุยกับนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐได้ขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารในการสู้รบกับอิหร่าน ว่า ตนยืนยันว่าสหรัฐไม่ได้นำเรื่องนี้มาพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี แต่ได้พูดคุยกันถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างกัน การส่งเสริมความร่วมมือในการป้องกันประเทศ การอัปเดตสถานการณ์ และเรื่องที่ไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐเกี่ยวกับภาษีนำเข้า ทั้งนี้ ในการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาสำหรับการให้เครื่องบินแวะเติมเชื้อเพลิงนั้น มีเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งไทยมีการทำความร่วมมือนี้กับหลายประเทศ และเราไม่มีนโยบายให้ประเทศใดนำสนามบินของเราใช้เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอีกประเทศหนึ่งที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดี

เมื่อถามว่าตั้งแต่เกิดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นายสีหศักดิ์ได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยบ้างหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ได้หารือกันแล้ว โดยสิ่งที่เราเป็นห่วงที่สุดคือ การนำคนไทยในอิหร่านอพยพออกมาทั้งหมด ซึ่งหากคนไหนพร้อม เราจะนำออกมา ส่วนจะอพยพเมื่อไหร่นั้น เรามีแผนอยู่แล้ว แต่ตนขอไม่เปิดเผย อย่างไรก็ตาม ตนได้ประสานงานผ่านทางทูตอิหร่านฯ เพื่อขอให้รัฐบาลอิหร่านรับรองเรื่องความปลอดภัยของคนไทย รวมทั้งเราได้ประสานงานเรื่องนี้กับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลด้วย โดยแจ้งรายละเอียดว่ามีแผนการอพยพคนไทยอย่างไร เพราะนี่ถือเป็นเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งเส้นทางการอพยพของคนไทยควรจะปลอดภัยจากการสู้รบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ทูตอิหร่าน ระบุว่าอยากเห็นไทยเป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดสันติภาพทั้งสองฝ่ายนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราอยากเห็นสันติภาพอยู่แล้ว แต่กรณีที่มีอดีตข้าราชการของกระทรวงฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศบอกว่าประเทศไทยไม่มีจุดยืนนั้น ตนขอยืนยันว่าจุดยืนของเราอันดับแรก คือความปลอดภัยของคนไทย และไทยไม่ใช่คู่กรณีในความขัดแย้งนี้ อีกทั้งไทยต้องการเห็นสันติภาพ การเจรจาทางการทูต รวมถึงต้องมีการแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งสิ่งที่เราแถลงไปนี้มีความชัดเจน มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลคนไทยแสนคนในแถบตะวันออกกลาง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...