โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"โฆษกกองทัพเรือ" เผยยังรอข่าวลูกเรือไทย 3 คน ที่ติดค้างในห้องเครื่อง หลังเรือถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 12.29 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 12.29 น. • TOP NEWS

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ผ่านมา (12 มี.ค.69) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเรือสินค้า “มยุรี นารี” ที่มีลูกเรือไทยถูกโจมตีบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ว่า ขณะนี้ยังคงรอความคืบหน้าเกี่ยวกับลูกเรือไทย 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ สามารถช่วยเหลือลูกเรือออกมาได้แล้ว 20 คน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ติดต่อโดยตรงไปขอบคุณผู้บัญชาการทหารเรือของโอมาน สำหรับการช่วยเหลือลูกเรือชุดแรก พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการช่วยเหลือลูกเรือที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ ซึ่งฝ่ายโอมานได้ตอบรับ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ในช่วงเช้าของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่นของโอมาน กองทัพโอมานได้จัดกำลังเรือในพื้นที่ตอนเหนือเข้าพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อประเมินสถานการณ์ และเตรียมการช่วยเหลือเพิ่มเติม ขณะนี้กองทัพเรือไทยยังรอฟังผลการประเมินจากฝ่ายโอมาน หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบทันที ส่วนลูกเรือไทยทั้ง 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ เบื้องต้นได้รับแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประจำห้องเครื่อง ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงเวลาที่เกิดการโจมตี ในส่วนรายละเอียดโครงสร้างของเรือ กองทัพเรือไทยยังไม่ได้รับแบบแปลนของเรือโดยตรง แต่ทราบว่าเจ้าของเรือได้ส่งแบบแปลนไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมานแล้ว ซึ่งข้อมูลดังกล่าว คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีมปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่ โฆษกกองทัพเรือ อธิบายว่า เนื่องจากเรือยังคงลอยลำอยู่ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และคาดว่าไม่ได้เคลื่อนออกจากจุดที่ถูกโจมตีมากนัก การเข้าช่วยเหลือจึงมีแนวโน้มที่จะดำเนินการจากฝั่งโอมาน ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด โดยอาจใช้เรือเข้าเทียบเพื่อนำกำลังขึ้นไปค้นหา และช่วยเหลือลูกเรือที่เหลือ หากลูกเรือยังปลอดภัย ก็น่าจะปรากฏตัวให้เห็นได้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังถือเป็นพื้นที่เสี่ยง ทำให้ฝ่ายโอมานยังต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนเข้าปฏิบัติการ สำหรับอาวุธที่ใช้ในการโจมตีเรือครั้งนี้ โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากภาพความเสียหายที่ปรากฏยังไม่เพียงพอในการประเมินว่าเป็นอาวุธประเภทใด ซึ่งอาจเป็นการโจมตีจากภายนอกทะลุเข้าไปภายใน หรืออาจเกิดจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง จึงต้องรอข้อมูลจากลูกเรือทั้ง 20 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว เพื่อนำมาประกอบการประเมินเพิ่มเติม ส่วนประเด็นที่เรือลำดังกล่าวยังคงเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดนั้น โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่า กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ผ่านศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล และได้ออกประกาศเตือนผู้ประกอบการเดินเรือมาตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยแจ้งว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง และขอให้หลีกเลี่ยง ต่อมา ในวันที่ 2 มีนาคม ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 2 ย้ำว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย และยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว รวมทั้งเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน กรมเจ้าท่า และสมาคมเจ้าของเรือไทย เข้าหารือประเมินสถานการณ์ร่วมกัน ซึ่งในวันนั้นยังคงประเมินว่าพื้นที่มีความเสี่ยงสูง ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นในวันถัดมา อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว เป็นดุลยพินิจของนายเรือ และบริษัทเจ้าของเรือ ซึ่งทางกองทัพเรือไม่สามารถตอบแทนได้ว่ามีเหตุผลใดที่ต้องเดินเรือผ่านในช่วงเวลานั้น ทั้งนี้ กองทัพเรือ ย้ำว่า พื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ได้อยู่ในเขตอธิปไตยของไทย จึงไม่สามารถใช้กฎหมายไทย หรืออำนาจของกองทัพเรือไปบังคับได้ บทบาทของกองทัพเรือ จึงเป็นการติดตามข่าวสาร ประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือนผู้ประกอบการ ส่วนในด้านการระบุตัวผู้ก่อเหตุโจมตี ขณะนี้มีบางกองกำลังมาอ้างความรับผิดชอบ แต่กองทัพเรือยังต้องการรอข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการก่อน ส่วนแนวทางการดำเนินการ หากมีการยืนยันผู้ก่อเหตุ จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคง และกลไกทางการทูตของรัฐบาลไทย โดยย้ำว่าประเทศไทย ไม่ใช่คู่ขัดแย้งในพื้นที่ และยังคงยึดนโยบายความเป็นกลาง นอกจากนี้ การนำลูกเรือ 20 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วกลับประเทศไทย จะเป็นหน้าที่ของบริษัทเจ้าของเรือเป็นหลัก โดยมีการอำนวยความสะดวกจากกระทรวงการต่างประเทศ

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีประกันภัยของเรือสินค้าที่ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซว่า ขณะนี้กองทัพเรือยังไม่ทราบรายละเอียด ว่ามีการทำประกันประเภทใดไว้บ้าง แต่โดยปกติ เรือพาณิชย์ส่วนใหญ่มักมีการทำประกันภัยอยู่แล้ว การพิจารณาความเสียหาย หรือความรับผิดชอบจะเป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัย และคู่กรณีที่เกี่ยวข้องในการเจรจา ซึ่งอาจมีประเด็นต้องตีความว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าข่ายภาวะสงคราม หรือการก่อการร้ายหรือไม่ ซึ่งจะมีผลต่อเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัยในขั้นตอนต่อไป ขณะเดียวกัน กองทัพเรือยังพบว่า มีเรือที่เกี่ยวข้องกับไทย ซึ่งรวมถึงเรือที่จดทะเบียนในไทย หรือมีบริษัทคนไทยเป็นเจ้าของ แต่จดทะเบียนต่างประเทศ อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอีก 3 ลำ และได้ประสานไปยังเจ้าของเรือแล้ว ขอให้ชะลอการเคลื่อนตัว และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงนี้ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรือลำนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญ เนื่องจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ไม่คุ้มกับผลกระทบที่ตามมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...