CORTINA WATCH เปิดประตูสู่โลกแห่ง Rolex บทใหม่ใจกลาง One Bangkok
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 04.08 น. • HELLO! Magazine ThailandCORTINA WATCH สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญด้วยการเปิดตัวบูติก Rolex แห่งใหม่ ณ One Bangkok แลนด์มาร์กมิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาส ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ บูติกแห่งนี้ไม่เพียงเป็น Rolex ดูเพล็กซ์แห่งแรกในประเทศไทย หากยังเป็นบูติก Rolex ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ บนพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อถ่ายทอดโลกแห่งเรือนเวลาอันเป็นสัญลักษณ์ของความเที่ยงตรงและความเป็นเลิศ
ก้าวแรกที่เข้าสู่พื้นที่แห่งนี้ ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันสง่างามจากผนังหินอ่อนสีเขียว Verde Alpi ที่โอบรับบริเวณทางเข้า ก่อนสายตาจะถูกนำขึ้นสู่ชั้นบนด้วยโคมไฟระย้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหลักบอกเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา ถ่ายทอดแสงอย่างนุ่มนวลตลอดทั้งวัน ม่านโลหะสีทองซึ่งออกแบบพิเศษโดยศิลปินชาวฝรั่งเศส Sophie Mallebranche ทอดตัวอย่างอ่อนช้อยจากชั้นบนสู่ชั้นลอย สร้างมิติของแสง เงา และการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ราวกับบทสนทนาระหว่างสถาปัตยกรรมและเวลาเอง
“ในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจาก Rolex มากว่า 20 ปี เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมืออันยาวนานนี้ผ่านการเปิดบูติกแห่งใหม่ ณ One Bangkok หมุดหมายสำคัญครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการถ่ายทอดมาตรฐานการบริการ และงานฝีมืออันเป็นเลิศ ซึ่งเป็นหัวใจของทั้ง Rolex และ Cortina Watch” นายคริส จาติกรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์ติน่า วอทช์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
ทุกองค์ประกอบของการออกแบบภายในล้วนสะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์ของ Rolex และเปล่งประกายคุณค่าของสัญลักษณ์มงกุฎอย่างชัดเจน ความเป็นเลิศ ความเที่ยงตรง และความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ถูกถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้โทนสี วัสดุ และลวดลายของการตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่ผ่านการคัดสรรอย่างประณีต
เมื่อก้าวเข้าสู่บูติก ผู้มาเยือนจะได้รับการต้อนรับด้วยผนังหินอ่อนสีเขียว Verde Alpi อันสง่างามที่บริเวณทางเข้า ก่อนจะขึ้นสู่ชั้นบนภายใต้โคมไฟระย้าที่โดดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหลักบอกเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมด้วยม่านโลหะสีทองที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดย Sophie Mallebranche (โซฟี มัลเลอบรองช์) ศิลปินชาวฝรั่งเศส ซึ่งทอดตัวลดหลั่นอย่างงดงามจากชั้นบนลงสู่ชั้นลอย สอดรับกับแสงที่ตกกระทบภายในอาคารตลอดทั้งวันได้อย่างลงตัว
การจัดแสงไฟอย่างละเมียดละไมยังช่วยขับเน้นความงดงามของเรือนเวลา Rolex ซึ่งจัดแสดงอยู่ในตู้โชว์ที่รังสรรค์อย่างประณีต บุด้วยหนังสีเบจและตกแต่งด้วยขอบบรอนซ์ ให้ความรู้สึกหรูหราและร่วมสมัย
บูติกแห่งนี้ยังนำเสนอรายละเอียดเฉพาะที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของสถานที่ได้อย่างลึกซึ้ง โดยมีผนังหินอ่อน Verde Alpi อันสง่างามเป็นหัวใจของพื้นที่ สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านโทนสี วัสดุ และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ไม้วอลนัตโทนอุ่นผสานกับหินสีเบจอ่อนอย่างกลมกลืน สร้างสมดุลระหว่างความร่วมสมัยและความงามเหนือกาลเวลา
และเพื่อเติมเต็มมิติแห่งอัตลักษณ์ท้องถิ่น ภายในบูติกยังได้รับการตกแต่งด้วยผนังปูนปั้นที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย ถ่ายทอดทัศนียภาพของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการยกย่อง การเชิดชูคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับบริบทท้องถิ่น