อนันดา ควงภรรยา เผยน้ำตาไหล ทำตัวไม่ถูก เจอหน้าลูกครั้งแรก เปิดที่มาชื่อ ภูคิญ
อนันดา ควงภรรยา ณัฐ ณิชชา เผยโมเมนต์น้ำตาไหลเจอหน้าลูกครั้งแรก มือไม้สั่นทำตัวไม่ถูก พร้อมเปิดที่มาความหมายชื่อ ภูคิญ
กลายเป็นคุณพ่อมือใหม่แบบเต็มตัวแล้ว สำหรับพระเอกหนุ่ม อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม หลังจากที่ภรรยาสาว ณัฐ ณิชชา ธนาลงกรณ์ คลอดลูกชายคนแรก โดยตั้งชื่อว่า ดช. ภูคิญ เทนต์ เอเวอริงแฮม
ล่าสุดวันที่ 10 ก.พ. 2569 คุณพ่อมือใหม่ ควงภรรยาคนสวยมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พร้อมเก็บภาพลูกชายคนแรก ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 Zone B โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) สีลม โดยเผยถึงโมเมนต์แรกที่เจอหน้าลูกพร้อมเล่าที่มาของชื่อ ‘ภูคิญ’
เป็นยังไงบ้าง วินาทีแรกที่เห็นหน้าลูก?
อนันดา : “มันเป็นความรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันท่วมตัว ขนาดเราตั้งสติก่อนเข้าห้องผ่าคลอด คิดว่าเรานิ่งแล้วนะ และบรรยากาศในห้องผ่าคือสบายสุดๆ ทุกคนแฮปปี้ หมอคุยกัน คุยกับคุณแม่ด้วย คุยขำๆ กัน ไม่ได้คิดอะไร แต่พอโมเมนต์ที่เขาถึงเวลาที่จะเอาน้องออกมา แล้วได้ยินเสียงร้อง มันเหมือนท่วมตัวไปหมด ความรู้สึกมันพูดไม่ถูก พูดตอนนี้ก็ยังรู้สึกเลย มันทั้งความรู้สึกแฮปปี้ ปลื้มปิติ เป็นห่วง กังวล ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความรู้สึกค่อนข้างพูดไม่ถูก ครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกแบบนี้”
ตอนที่เขาเอาลูกออกมาแล้วเริ่มร้อง เป็นยังไงบ้าง?
อนันดา : “เขาจะมีผ้ากั้น เราอยู่ฝั่งคุณแม่ทางหัว มีผ้ากั้นไปทางท้อง เราไม่เห็นตอนหมอผ่าอยู่แล้ว แต่เขาจะรู้สึกได้ตอนเขาขยับตัว ณัฐเขาจะรู้สึกได้ว่ากำลังทำอะไรสักอย่าง เราพยายามไม่จินตนาการว่าคืออะไร แต่พอออกมาเรารู้ว่ามีจังหวะกำลังเอาน้องเขาออกมา เป็นจังหวะที่เร็วมาก เป็นช่วงที่เราตั้งตัวไม่ถูก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พอได้ยินเสียงร้องคือทำตัวไม่ถูกเลย มือไม้สั่น น้ำตาคลอ ร้องไห้ ทั้งแฮปปี้แล้วก็แบบทำอะไรต่อดี แล้วมีคนบอกมาทางนี้ครับคุณอนันดา เดี๋ยวมาตัดสายสะดือ ต้องอย่างนี้ มันเร็วมากจริงๆ”
อนันดา : “เราค่อยมาตั้งสติได้ตอนที่ออกมาจากห้องคลอด เจอญาติๆ เห็นหน้าทุกคน เริ่มโอเค หายใจออก ทุกคนถ่ายรูป ทุกคนแฮปปี้ แล้วเขาก็พาไปอีกห้องหนึ่งเพื่อให้น้องมาบนอก ตอนนั้นเราก็ค่อยๆ ใจเย็น แต่มันก็เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก เพราะน้องเขาก็ร้องไห้ด้วย เราไม่เคยเป็นพ่อมาก่อน เราก็แบบต้องทำไง ถูกแล้วใช่ไหม เราก็หันไปหาพยาบาล เขาบอกถูกแล้วค่ะ ทุกคนก็ยิ้มให้กำลังใจว่าคุณพ่อกำลังทำตัวถูกอยู่นะ เพราะตัวเขาเล็ก เราก็รู้สึกว่าเขาบอบบางเหลือเกิน ไม่รู้ว่าต้องจับเขายังไง ต้องอุ้มเขายังไง แต่พอได้อยู่กับเขาสักพัก ทุกอย่างก็นิ่งลง แล้วมันก็ได้โมเมนต์ที่เป็นเมจิก มันก็เกิดขึ้นตามนั้น เราก็อยู่กับเขา แล้วมันเหมือนมีคอนเน็กชั่นแค่เราสองคน ถึงแม้คนเต็มห้องไปหมดเลย”
เป็นโมเมนต์ที่ ‘นี่แหละเราเป็นพ่อสมบูรณ์แบบแล้ว’ ?
อนันดา : “มันมีหลายโมเมนต์ ที่ผ่านมา 3 วัน มันมีเรื่องราวอยู่เยอะเหมือนกัน มีช่วงที่อุ้มแล้วรู้สึกว่าว้าวเราเป็นแดดดี้ แล้วหลังจากนั้นก็มีช่วงที่ต้องคุยกับหมอ เพราะน้องเขามีปัญหานิดหน่อย นั่นคือเหตุผลที่เราไม่ได้โพสต์อะไรทันที เพราะหลังจากที่น้องเขาคลอดมาประมาณ 4 ชั่วโมง มีเรื่องหายใจ มันเลยหลายอย่าง ต้องมานั่งฟังหมอ แล้วยังไงต่อนะ”
ณัฐ : “น้องมีสภาวะหายใจเร็ว เพราะเขาเกิดมาแล้วเหนื่อยง่ายนิดหนึ่ง ก็เลยไปตรวจ พบว่าเขาหายใจเร็วเลยต้องไปอยู่ในตู้อบ แค่นั้น ไม่ได้มีอะไรซีเรียส แต่เราเลยไม่ได้โพสต์ทันที เพราะตอนแรกณัฐยังเมายาสลบอยู่ พอฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่รู้คือลูกต้องอยู่ในตู้อบ ยังเข้าเต้าไม่ได้ จากตอนแรกที่ตกลงกันไว้ว่าพอคลอดปุ๊บ 3 ชั่วโมงจะมาเข้าเต้าเลย พอณัฐฟื้นขึ้นมาไม่ถึง 10 ชั่วโมง ณัฐลุกขึ้นไปเดินไปหาน้องเลย ถึงแผลจะยังเจ็บแต่หายเร็ว เพราะกังวล
ต้องขอบคุณทางโรงพยาบาลจริงๆ เพราะเขาทำทุกอย่างเร็วมาก ขอบคุณบีเอ็นเอชมากๆ ที่ดูแลน้องเป็นอย่างดี น้องหายไวมาก ภายใน 24 ชั่วโมงแรกเขาก็ดีแล้ว แต่ต้องรอสังเกตอาการให้ทุกอย่างโอเค ณัฐก็เลยค่อยโพสต์ เพราะอยากรอให้มั่นใจก่อน แต่ไม่ได้เป็นโรคอะไร”
อนันดา : “มันเป็นอาการของเด็กแรกเกิดที่ต้องปรับตัว ต้องไล่น้ำออกจากปอด เด็กบางคนปรับตัวยาก ทางโรงพยาบาลตรวจจับได้เร็ว เห็นว่าเขาเริ่มหายใจเร็ว เลยรีบเข้าห้อง NICU จริงๆ เขาบอกว่ามันไม่ได้เป็นภาวะที่พบยาก 20-30% ก็จะเจอ แต่เขาต้องมอนิเตอร์เพื่อใส่ออกซิเจนช่วยให้เขาปรับตัวได้ง่ายขึ้น 24 ชั่วโมงแรกเขาดีขึ้นเร็วมาก พอ 48 ชั่วโมงก็ได้ถอดสาย ตอนนี้ปกติแล้ว เป็นนอลมอลเบบี้แล้ว”
อนันดา : “แต่เราเป็นห่วงคนนี้มาก(ณัฐ) เพราะหลังผ่าคลอดต้องไปพักฟื้น เย็บแผลประมาณ 2-3 ชั่วโมง เขาคาดหวังว่าพอฟื้นตัวจะได้เจอน้อง เราก็ไม่รู้จะเล่ายังไง หมอก็บอกให้คุณแม่พักผ่อนนอนไปเถอะ แต่ในหัวเขาติดอยู่ว่าลูกอยู่ไหน เราก็แบบจะบอกยังไงดีวะ เพราะคนนี้เขาเป็นคนแอคทีฟ เราพยายามกล่อมสักพักก็เล่าให้ฟังว่า ที่รักคือเขาต้องเอาน้องไปใส่สายช่วยหายใจนะ ตอนนี้เขายังปรับตัวไม่ค่อยได้ แต่ด้วยความที่เขายังเมายาสลบอยู่ เขาจะพูดแล้วเขาจะลืมแล้วก็จะพูดใหม่ ทั้งคืนเลยจนตี 1 ตี 2 เล่าให้ฟังอยู่เรื่อยๆ
เขาก็จะถามว่าเป็นยังไงบ้าง น้องเป็นยังไงบ้าง เราก็เล่าใหม่ หมอก็มาเล่าใหม่ เราก็บอกเขาว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพรุ่งนี้พอคุณฟื้นตัวคุณจะได้เจอเขา หมอบอกว่าประมาณช่วงบ่ายๆ เย็นๆ น่าจะลุกได้ นี่(ณัฐ) 9 โมงเช้าลุกถอดทุกอย่างเดินไปเลย พยาบาลทุกคนตกใจว่าคุณแม่ฟิตมาก”
ณัฐ : “ณัฐถามคุณหมอว่าหมอเดินแผลฉีกไหม หมอบอกไม่ เย็บ 10 ชั้น แข็งแรงมาก แผลสวยมาก เล็กนิดเดียว ตามสบายเลยไม่เจ็บ”
หน้าตาของน้องภูคิญเหมือนใคร?
อนันดา : “หน้าเขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากวันแรกมาถึงวันที่ 4-5 มีอะไรใหม่ทุกวัน บางวันก็เหมือนพ่อ บางวันก็เหมือนแม่”
ณัฐ : “ปากเหมือนพ่อ คางกับปากเหมือนเขา จมูกทรงณัฐว่าเหมือนณัฐแต่ดั้งได้เขา ผมเขา 100% ตายังไม่รู้ แต่ตอนนี้ตาดูมาฝั่งแม่ สระอิมาก ผิวพ่อ อันนี้คือทางแม่พี่อนันดากับพ่อแม่ณัฐเขาวิเคราะห์กันมาแล้ว”
นิสัยออกมาแล้วรู้สึกว่าคล้ายใคร?
อนันดา : “ตอนนี้ก็ออกมาทางที่ดี เพราะวันแรกเข้าร้องไห้ เขาแอคทีฟมาก แต่พอเขาหายใจได้ปกติและสบายตัว กลายเป็นนิ่งไปเลย”
ณัฐ : “พยาบาลบอกเลี้ยงง่ายมาก”
การเลี้ยงลูกแล้วเอาเข้าเต้าเป็นยังไงบ้าง?
ณัฐ : “ดีค่ะ หลังจากน้องหายใจได้ดี ณัฐเพิ่งได้เข้าเต้าจริงๆ เมื่อวานเป็นวันแรก น้องเขาเข้าเต้าได้ดี ไม่ทำณัฐเจ็บเลย ทุกอย่างค่อนข้างสมูธมากๆ ณัฐกำลังปรับตัวเรื่องที่ต้องเข้าเต้าทุก 2 ชั่วโมง คำว่า 2 ชั่วโมงคือน้องไปแล้ว 1 มีเวลาว่างอีกแค่แป๊บเดียว อีก 1 ก็เข้าต่อแล้ว ตอนนี้ที่รับบรีฟจากคุณหมอ อยากให้เข้า 10-12 ครั้งต่อวัน ตอนนี้กำลังจะเป็นฟูลไทม์มัมชั่วคราว 3 เดือน ลางานแล้วเพราะพ่อต้องเลี้ยงชั่วคราว เพราะมันไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลย”
อนันดา : “ตั้งแต่คลอดมา ที่ดูดราม่าหรือยากสุดคือตอนที่ต้องนวดนมให้เปิดท่อ เราตกใจมากเขาร้องไห้แบบไม่ไหวแล้วๆ พอแล้วๆ เขาบอกเจ็บกว่าผ่าคลอดอีก”
ณัฐ : “มันเป็นกระบวนการที่นมกำลังจะมา แล้วมันขึ้นเป็นลูกกอล์ฟอยู่บนเนินอกกับรักแร้ นอนตะแคงไม่ได้เลย มันขึ้นเป็นก้อนปูดๆ โตๆ เพราะมันกำลังผลิตน้ำนมอยู่แล้วเอาออกยังไม่ได้ วันแรกที่คนมาเค้นสาหัสจริงๆ คนถามว่าคุณณัฐเก่งมากเดินได้ ณัฐบอกไม่เจ็บเลย แต่ตอนโดนเค้นนม หนูแบบ ขอฉีดยาสลบได้ไหม ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว”
อนันดา : “ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ใหม่หมด เมื่อเช้าเพิ่งไปดูเขาเข้าเต้า ชุดนี้เราเจออะไรมาเยอะมาก คิดว่าเห็นอะไรมาเยอะแล้ว แต่ 3-4 วันที่ผ่านมาเหมือนเจอสิ่งใหม่ๆ ทุกวัน จนแบบช่างมันเถอะ ทุกวันคงเป็นสิ่งใหม่แล้วละ มันน่าทึ่งนะ ธรรมชาติของมนุษย์มันวิเศษที่เด็กคนหนึ่งเกิดมาแล้วเขามีสัญชาตญาตของเขา เราก็ได้ลองป้อนเขา อุ้มเขา มันเป็นสิ่งใหม่หมดเลย คือตอนนี้อยากเอาเขากลับบ้าน”
ณัฐ : “เด็กคนหนึ่งเปลี่ยนโลกของพ่อแม่ไปหมดเลย ปกติณัฐจะโฟกัสกับงานในหัวตลอดเวลา ตั้งแต่มีลูกมา 5 วัน งานออกจากหัวหมดเลย เพิ่งนึกขึ้นได้เมื่อคืนต้องตามงานออฟฟิศนิดหนึ่ง มันหายไปจริงๆ ทุกอย่างโฟกัสอยู่ที่เขา โมเมนต์แรกที่รู้ว่าลูกป่วย ณัฐถามพยาบาลตลอดว่าถอดท่อปัสสาวะได้ยัง ณัฐพลิกตัวปุ๊บณัฐลุกเลย ห้อง NICU อยู่ที่ไหน มันเป็นเหมือนสัญชาตญาณจริงๆ ที่เราจะโฟกัสอยู่กับเขามากๆ”
ที่มาของชื่อ ภูคิญ?
ณัฐ : “ภู แปลว่า แผ่นดิน คิญ แปลว่า คนที่ยิ่งใหญ่ จริงๆ มันเอามารวมกันเอง ไม่ได้มีชื่อนี้จริงๆ เราคิดกันเอง เอาเสียงมาต่อกันเอง อยากได้หลายความหมาย และอยากได้รวมเลขสวย มีหลายศาสตร์ดู มีหลายชื่อส่งให้หลวงปู่เลือก 5 ชื่อ แล้วภูคิญก็เข้าวิน”
ส่วนชื่อกลางชื่อ “เทนต์” มาจากนามสกุลธนาลงกรณ์ พยายามอยากได้สั้นๆ เป็น ธนา ก็ยังไม่เพราะ เลยลองเป็น Than แล้วลองตัด A ทิ้งเป็น T-H-E-N ลองไปเสิร์ชดูมีความหมายเพราะดี ฝรั่งก็มีความหมายเหมือนกัน เป็นความหมายที่ดีเลยกลายเป็นเทนต์”
อนันดา : “ตอนนี้ชื่อเยอะอยู่ เป็น ภูคิญ เทนต์ เอเวอริงแฮม น้องเขามีชื่อจากพระด้วยคือชื่อ พุทโธ อันนี้ผมให้ญาติเลือกเอง”
ณัฐ : “หลวงปู่อาวาสที่เป็นพ่อบุญธรรมณัฐที่สกลนคร ท่านบอกชื่อจริงจะชื่ออะไรก็ชื่อไป แต่ชื่อเล่นต้องเรียกว่าน้องพุทโธ ทีนี้เรากำลังเจรจากันอยู่ เพราะพ่อเรียกคิญ ยายเรียกพุทโธ หมอพัฒนาการเด็กบอกใครอยากเรียกอะไรเรียกไปเลย เด็กจะเลือกเอง”
ออกมาน้ำหนักเท่าไหร่? ณัฐ : “2,994 กรัมค่ะ เผื่อไปแทงหวย”
คลอดตามฤกษ์ไหม?
ณัฐ : “มีๆ แต่จริงๆ ฤกษ์เขาไม่ใช่ วันนี้เลย เป็นฤกษ์ด่วนที่หากันแบบ 3-4 วันสุดท้ายเพราะเขาจะมาแล้ว ตอนอยู่ในห้องผ่าตัด หมอบอกปากมดลูกเปิด 2 เซนติเมตรแล้ว ถ้าไม่คลอดตอนนั้น คืนนั้นก็คลอดอยู่ดี เป็นฤกษ์หมอด้วย หมอบอกให้เป็นช่วง 5-6-7 เราก็เลยเลือก 5”
จองโรงเรียนหรือยัง?
ณัฐ : “เรียบร้อยแล้วค่ะ”
อนันดา : “ณัฐเขาเป็นคนละเอียด ถ้าเขามีอะไรที่ข้องใจ คือจะเข้าโรงเรียนไหน เขาก็จะขอดูไว้เป็นข้อมูล ผมก็จะเป็นสายชิลแบบถึงเวลาลูกอยากเรียนก็ค่อยส่งเรียน”
ณัฐ : “ณัฐก็คิดเลี้ยงแบบเขา อย่างเรื่องโรงเรียน เรื่องการศึกษาสำคัญ ถ้าโรงเรียนที่ณัฐอยากให้เข้าอาจต้องมีการจอง หรือมีข้อมูลก่อนว่าต้องสมัครยังไง คือพวกนี้เตรียมการ”
อนันดามีอะไรจะขอบคุณภรรยาบ้างที่มีลูกให้เรา?
อนันดา : “มีแต่คนทักว่า ธัมโม จะมาเมื่อไหร่ (หัวเราะ) เดี๋ยวๆ ใจเย็นแป๊บหนึ่ง ขอพุทโธก่อนนะ”
ณัฐ : “พุทโธพอแล้วค่ะ”
อนันดา : “แต่ถ้าจะขอบคุณจริงๆ คือทั้งกระบวนการตั้งแต่ท้องจนถึงวันนี้ ทุกอย่างสมูธมาก เขาเป็นคุณแม่ที่จัดการตัวเองได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตคู่ ชีวิตส่วนตัว หรือการงาน เขาทำได้ดีมาก ตอนแรกทุกคนเป็นห่วง เพราะณัฐเขาเป็นคนมนุษย์ใจๆ ทำได้ทุกอย่าง ลุยได้ทุกอย่าง แต่บางทีอารมณ์ค่อนข้างแรงด้วย กลายเป็นว่าช่วงท้องเป็นช่วงที่ตั้งแต่คบกันมาเขา นิ่งและแฮปปี้ที่สุด หัวเราะเยอะที่สุด ทำให้ช่วงเวลาที่ท้องที่เราห่วงกันมากว่าเขาจะไม่สบายตัว จะสวิง กลายเป็นแทบไม่มีเลย เป็นเมมโมรี่ดีๆ ทั้งนั้นเลยที่มองกลับไป ต้องขอบคุณและภูมิใจในตัวเขาที่ผ่านทั้งหมดนี้ได้แบบสวยงามครับ”
ณัฐ : “พี่อนันดาเขาก็ดูแลดีจริงๆ เขาซัพพอร์ตตลอด ไม่ได้ทำให้ณัฐรู้สึกเครียดอะไรเลย แล้วณัฐก็ได้ทีมซัพพอร์ตที่ดีจากโรงพยาบาลด้วย ตั้งแต่หมอโภชนาการอาหารที่มาช่วยดูณัฐตั้งแต่ตั้งครรภ์ เพื่อให้น้องได้รับโปรตีนครบ สารอาหารครบ วิตามินครบ ทุกกระบวนการเลย ขอบคุณบีเอ็นเอชมากๆ ที่ดูแลณัฐ อนันดา และภูคิญ เป็นอย่างดีนะคะ”
3 เดือนหลังจากนี้ อนันดาจะไม่รับงานเพื่อดูแลภรรยา?
อนันดา : “ยังครับ เดือนหน้าก็โดนส่งกลับไปทำงานแล้ว น่าจะเมษายนมั้ง ไม่ทันทีหรอก อย่างน้อยประมาณ 2 เดือน แล้วค่อยว่ากัน แต่จริงๆ ผมเบรกงานมา 6-7 เดือนแล้ว เบรกมายาวพอสมควร เดี๋ยวคงต้องกลับไปทำงาน แต่ไม่ต้องห่วง มีคนพร้อมช่วยกันเลี้ยงเป็นกองทัพเลยตอนนี้”.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนันดา ควงภรรยา เผยน้ำตาไหล ทำตัวไม่ถูก เจอหน้าลูกครั้งแรก เปิดที่มาชื่อ ภูคิญ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th