ครม. ไฟเขียว “วีซ่าเสรี” จ่อรื้อเกณฑ์ Long Stay ดึงต่างชาติสูงวัยกระตุ้นเศรษฐกิจปี 69
ยกระดับมาตรการตรวจลงตรา 93 ประเทศ พำนักได้ 60 วัน หวังปั๊มรายได้ท่องเที่ยวและดึงเม็ดเงินกลุ่มพำนักระยะยาว ผนวกระบบ TDAC ดิจิทัลแทนใบ ตม.6 พร้อมขยาย e-Visa ครอบคลุมสถานทูตไทย 94 แห่งทั่วโลก เตรียมคลอดเกณฑ์ใหม่วีซ่ากลุ่มผู้สูงอายุ ระยะกลางปี 69 มุ่งสร้างไทยเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตบั้นปลายระดับโลก
10 กุมภาพันธ์ 2569– คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบรายงานความคืบหน้ามาตรการและแนวทางการตรวจลงตรา (Visa Policy) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจตามข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศ โดยเป็นการปรับปรุงโครงสร้างการเข้าเมืองครั้งใหญ่ผ่านแผนปฏิบัติการ 3 ระยะ เพื่อลดอุปสรรคด้านการเดินทางและดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงกลุ่มคนทำงานทางไกล (Remote Workers) เข้าสู่ประเทศไทย
สัมฤทธิผลมาตรการระยะสั้น: ขยายฐาน ผ.60 และเปิดตัว DTV
น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดถึงมาตรการที่ดำเนินการแล้วเสร็จในระยะสั้น โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การกำหนดรายชื่อ 93 ประเทศและดินแดน ให้ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราพำนักในไทยได้ไม่เกิน 60 วัน (ผ.60) เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการท่องเที่ยวและการติดต่อธุรกิจระยะสั้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เปิดตัววีซ่าประเภทใหม่ Destination Thailand Visa (DTV) เพื่อรองรับกลุ่ม Digital Nomad และคนทำงานทางไกล รวมถึงวีซ่า Non-Immigrant ED Plus สำหรับนักศึกษาต่างชาติ เพื่ออนุญาตให้พำนักและทำงานต่อในไทยได้หลังจบการศึกษา ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ปฏิรูประบบจัดการ: ลดรหัสวีซ่าและก้าวสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ในมิติของการบริหารจัดการ กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการปรับลดรหัสกำกับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant) จากเดิมที่มีความซับซ้อนถึง 17 รหัส เหลือเพียง 7 รหัส เพื่อความคล่องตัวในการตรวจสอบและอนุมัติ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ ได้ขยายบริการ e-Visa ครอบคลุมสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั้ง 94 แห่งทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องเดินทางมาที่สถานทูต
“สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้พัฒนาระบบ ตม.6 ออนไลน์ (Thailand Digital Arrival Card: TDAC) ขึ้นแทนระบบ ETA และได้เริ่มใช้งานระบบ TDAC ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 68 เป็นต้นมา เพื่อรองรับการเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์” น.ส.อัยรินทร์ ระบุถึงความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ยุทธศาสตร์ระยะกลาง-ยาว: รื้อเกณฑ์ Long Stay รับสังคมสูงวัยโลก
สำหรับมาตรการที่อยู่ระหว่างดำเนินการและถูกจับตาในเชิงธุรกิจมากที่สุด คือการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไข วีซ่าพำนักระยะยาว (Long Stay) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลเล็งเห็นโอกาสจากกลุ่ม Silver Economy ทั่วโลกที่มองหาจุดหมายปลายทางในการใช้ชีวิตบั้นปลายที่มีค่าครองชีพคุ้มค่าและมีบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน
การปรับเกณฑ์ครั้งนี้คาดว่าจะครอบคลุมถึงการปรับปรุงข้อกำหนดด้านเงินฝากในบัญชี หรือประกันสุขภาพ เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและจูงใจนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้เลือกประเทศไทยเป็นที่พำนักถาวรมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และบริการสุขภาพในไทย
“มาตรการระยะกลางที่สำคัญคือ การปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราวพำนักระยะยาว (Long Stay) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ประสงค์ใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจและสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป” น.ส.อัยรินทร์ กล่าวเสริม
มาตรการส่งเสริมวีซ่าเสรี 93 ประเทศ ผสานกับการนำระบบ TDAC มาใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 ถือเป็นการลดต้นทุนการทำธุรกรรม (Transaction Cost) ของนักท่องเที่ยวอย่างมหาศาล ขณะที่การขยายสิทธิ Visa on Arrival (VoA) ระยะที่ 2 อีก 8 ประเทศ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ (Emerging Markets) ซึ่งคาดว่าจะช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตได้ท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก
สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายวีซ่าปี 2568-2569:
- ผ.60: 93 ประเทศพำนักได้ 60 วัน (ดำเนินการแล้ว)
- Digital Infrastructure: ใช้ระบบ TDAC แทนใบ ตม.6 (ดำเนินการแล้ว)
- e-Visa Global: ครอบคลุม 94 แห่งทั่วโลก (ดำเนินการแล้ว)
- Efficiency: ลดรหัสวีซ่าจาก 17 เหลือ 7 รหัส (ดำเนินการแล้ว)
- Upcoming Highlight: รื้อเกณฑ์วีซ่าสูงวัย Long Stay (อยู่ระหว่างดำเนินการ)
- New Markets: เพิ่มสิทธิ VoA อีก 8 ประเทศในระยะที่ 2 (อยู่ระหว่างดำเนินการ)