คนชลกินข้าว! "ไอซ์" ยอมรับ นับถือ "ธรรมนัส" มากกว่า "สุชาติ" หลังประกาศหนุนนับคะแนนใหม่
"ไอซ์" ยอมรับ นับถือ "ธรรมนัส" มากกว่า "สุชาติ" หลังประกาศหนุนนับคะแนนใหม่ ลั่น อย่ามั่นใจมากเกินไปคนชลบุรีกินข้าวไม่ได้กินหญ้า
นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เขต 1 ว่า อยากทำให้มั่นใจว่าหีบบัตรเลือกตั้งยังอยู่ในสายตาของประชาชน อยากมาแสดงออกว่าเราอยู่เคียงข้างประชาชนไม่ได้มีแค่ประชาชนสู้อยู่ฝ่ายเดียว ทุกพื้นที่ ๆ มีปัญหาหรือนับคะแนนใหม่พรรคประชาชนก็ได้ส่งตัวแทนและตั้งทีมวอร์รูมเพื่อไปดูแลในทุกพื้นที่แล้ว หลายพื้นที่มีความกังวลว่าเราเป็นแกนนำในการจัดตั้งอะไรหรือไม่ แต่ดูจากพื้นที่ชลบุรีเห็นชัดเจนแล้วว่าประชาชนมาก่อนพวกเรา เราแค่อยากมาให้กำลังใจประชาชน ขอบคุณพี่น้องชาวชลบุรี ที่ยืนยันให้เห็นว่าทุกคนรักและหวงแหนความถูกต้องและความเป็นธรรมมากแค่ไหนใครมาดูถูก ก็พร้อมที่จะยืนยันปกป้องศักดิ์ศรีของคนชลบุรี เพราะมีคนชลบุรีทำให้ตอนนี้มันกระจายไปในหลายพื้นที่ทำให้ประชาชนในจังหวัดอื่นกล้าที่จะออกไปเฝ้าหน่วยเลือกตั้ง และขอโอกาสนับคะแนนใหม่มากขึ้น
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึงบ้านใหญ่ชลบุรีหรือไม่โดยเฉพาะเขต 1 นางสาวรักชนก กล่าวว่า มั่นใจว่านับใหม่อย่างไรคะแนนอาจจะแตกต่างจากเดิมแต่คงไม่เปลี่ยนผลเลือกตั้งค่าโปร่งใสตรงไปตรงมาตรวจสอบได้ก็กล้า ๆ หน่อยประกาศเลยว่าเห็นด้วยกับการนับใหม่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม ยังกล้าประกาศทั้งที่เป็นคนเฉดสีคล้าย ๆ กัน ประชาชนมีทัศนะคติต่อร.อ.ธรรมนัสกับนายสุชาติไม่ต่างกัน
" เรียกว่าการประกาศครั้งนี้ ทำให้ดิฉันรู้สึกนับถือคุณธรรมนัสมากกว่าคุณสุชาติ ที่กลับมาด้อยค่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่าเป็นแค่เด็กที่ต้องการอมยิ้มและออกมาร้องเรียน ซึ่งดิฉันต้องฝากกลับไปว่าท่านอย่ามั่นใจมากเกินไปเชื่อว่าคนชลบุรีและผู้ประกันตนเขากินข้าวไม่ได้กินหญ้า เขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร " นางสาวรักชนกกล่าว
“ไอซ์” ตั้งคำถามเห็นหรือยังทำไมต้องฮั้ว สว. หลัง “ป.ป.ช.” ส่งศาลฎีกาฯ ฟัน 44 สส. ยัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ถามกลับ “สุชาติ” ขาดประชุม 138 ครั้งทำอะไรได้บ้าง ลั่น ปชน. พร้อมตรวจสอบองคาพยพสีน้ำเงิน
นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติส่งคดี 44 สส.ไปยังศาลฎีกา ว่า ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ทุกคนเห็นหรือยังว่าทำไม เขาถึงต้องฮั้ว สว. เห็นกกต. ที่ทำงานในการเลือกตั้งครั้งนี้แล้วหรือยัง การทำงานของ ป.ป.ช. หรือยัง มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อยู่ดี ๆ จะมีการส่งศาลฎีกาหลังการเลือกตั้งแบบนี้
" ดิฉันเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนกินข้าวต่อให้ท่าน ไม่เลือกพวกเราไม่สนับสนุนพวกเราท่านยังรู้เลย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราบ้าง แต่ท่านอาจจะแค่ไม่ชอบหน้าพวกเราเกลียดพวกเรา กลัวพวกเราเลยที่ไม่อยากจะยืนอยู่ข้างความเป็นธรรม แต่ดิฉันอยากจะบอกว่านี่คือเหตุผลที่เขาต้องฮั้ว สว. เพราะสามารถเสนอชื่อคนไปนั่งองค์กรอิสระได้ " นางสาวรักชนก กล่าว
นางสาวรักชนก ยังกล่าวว่า เห็นแล้วหรือยังว่า ทำไมเขาถึงต้องฮั้ว สว. แล้วองค์กรอิสระมีปัญหาอย่างไรพอไม่ยึดโยงกับประชาชนการทำงานของ กกต. วันนี้คนไม่เชียร์พรรคประชาชนยังด่าเลย เราไม่จำเป็นต้องสุภาพกับ กกต. คนที่ทำงานไม่ยึดโยงกับประชาชนไม่ยึดโยงผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งไม่จำเป็นต้องสุภาพกว่าเขามากก็ได้
นางสาวรักชนก กล่าวอีกว่า ถ้า 44 คนเกิดอะไรขึ้นมา ต้องตั้งสติทุกคนว่า 44 สส. ลงชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามขอบเขตการทำงานที่เราเสนอตัวมาเป็น สส. ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่ไปงานบวชงานศพงานแต่ง แบบนี้เรียกว่าเป็นของแถม แต่หน้าที่หลักคือ มาประชุมสภาเสนอแก้ไขกฎหมายอภิปรายปัญหาของประชาชน 44 คนนี้แค่ทำตาม Job Description ที่เขียนเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญว่าสส. มีหน้าที่อะไรดังนั้น จึงตั้งคำถามว่าพวกเขาทำผิดอะไรในเมื่อเราทำตามสิ่งที่กฎหมายบอกให้เราทำและเป็นหน้าที่ของเรา
" ดิฉันตั้งคำถามกลับไปดีกว่าคุณสุชาติ ชมกลิ่นที่อาจจะได้เป็นรัฐมนตรีเร็ว ๆ นี้การประชุมทั้งหมดมีคนทำสถิติเอาไว้ 183 ครั้ง คุณสุชาติขาดไป 138 ครั้ง เราทำอะไรกับคนแบบนี้ได้ไหม ดิฉันไม่ได้บอกว่าเป็นคนแบบไหนให้ประชาชนถามเอาเอง กับ สส. พรรคประชาชนที่ใน 44 คนนี้มาประชุมครบไม่เคยขาด มารับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างตรงไปตรงมามันสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ทุกคนกลับถูกกฎหมายเล่นงานแบบนี้ " นางสาวรักชนกกล่าว
นางสาวรักชนก ยังกล่าวว่า ถามใจประชาชนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ตอบแบบไม่ต้องเกรงใจใคร เอาสำนึกในใจ ที่อยู่ดี ๆ เรื่องนี้จะมาขยับเอาหลังจากการเลือกตั้งจบ ให้ถามมโนธรรมสำนึกในใจของตัวเอง ต่อให้จะไม่ชอบพรรคประชาชน แต่สิ่งที่พวกเราเจอแบบนี้มันเป็นธรรมหรือไม่ สิ่งที่ประเทศนี้ควรจะเป็นคือการมานำเสนอกับประชาชนว่า ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเสนออะไรฝ่ายเสรีนิยมเสนออะไรและมาแข่งกันเอาใจประชาชนว่าใครจะได้รับการสนับสนุนมากกว่า ถ้าคนนั้นจะต้องตายจากชีวิตการเมือง ควรเป็นประชาชนที่ประหารชีวิตพวกเขาไม่ใช่อำนาจนอกระบบ ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. หรือ กกต.
เมื่อถามว่าจะมีผลในอนาคตหรือไม่เพราะนายณัฐพงษ์อาจต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้าน นางสาวรักชนก กล่าวว่า คิดว่าทีมบริหารเตรียมไว้หมดแล้วเหลือแค่จะประกาศเมื่อไหร่ แต่ขอพูดว่าองคาพยพสีส้มเราไม่กลัว ในวันที่ตัดสิทธิ์ยุบพรรคอนาคตใหม่ และทีมบริหารเขาคิดว่าพวกเราจะลุกขึ้นมาไม่ได้แต่เราสามารถพลิกฟื้นขึ้นมาได้ แม้รอบนี้เราจะไม่ชนะการเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลงแต่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงในหัวใจของประชาชนได้เกิดขึ้นแล้ว ในการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะมีคนมาร่วมองคาพยพนี้มากขึ้นกว่าเดิม
" ประเทศนี้ไม่ได้ขาดคนเก่ง คนเก่งมีเยอะมาก แต่ทุกคนทิ้งประเทศนี้ไปหมดแล้วเพราะทุกคนหมดใจจะใฝ่ฝันมันเป็นประเทศที่ระบบอุปถัมภ์หยั่งรากลึก จนเราไม่สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่เรามีไต่ระดับทางสังคมได้ ขอให้ทุกท่านมาร่วมกันทำให้องคาพยพนี้เข้มแข็งและทวงประเทศนี้คืนจากทุกสิ่งทุกอย่างที่พยายามขัดขวางกาลเวลา วันนี้รักชนกหายไป รังสิมันต์หายไป วิโรจน์หายไป ท่านไม่ต้องตกใจวันหน้าจะมีคนที่เก่งกว่าเราพร้อมกว่าเรา ทำงานได้ดีกว่าเรามาร่วมองคาพยพนี้ วันนึงอาจจะเป็นท่านก็ได้ " นางสาวรักชนก กล่าว
ส่วนพรรคประชาชนต้องเป็นฝ่ายค้าน 3 สมัยติด จะส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรคหรือไม่ นางสาวรักชนก กล่าวว่า คงเป็นงานหนักของพวกเราที่ต้องนำเสนอให้ตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด การไม่ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ก็มีข้อดีคือทำให้เรากลับมาสังคายนา หรือปฏิรูประบบภายในของพรรคทำให้เราไปปรับปรุงแก้ไข ทำให้เราย่อลงเพื่อออกตัวในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เอาให้เห็นกันไปเลยว่าองคาพยพสีน้ำเงิน จะนำพาประเทศไปสู่ทิศทางไหน เรามีหน้าที่ตรวจสอบและตีแผ่ให้ประชาชนรับทราบ
เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่รอบนี้ได้เข้าสภาแบบหวุดหวิด เนื่องด้วยคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไม่เป็นไปตามเป้า นางสาวรักชนก กล่าวว่า ประชาชนไม่มีเจ้าของรอบที่แล้วสนับสนุนเรารอบนี้สนับสนุนพรรคอื่นก็เป็นสิทธิ์เพราะเป็นสังคมประชาธิปไตยเรามีหน้าที่กลับมาทำการบ้านว่าทำอย่างไรรอบหน้าถึงจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนกลับมาหรือเพิ่มมากขึ้น