โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมียนมาจับมือรัสเซียตกลงเป็นพันธมิตรทางทหาร ย้ำ"รัสเซียสนับสนุนอย่างเต็มที่"

The Better

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 10.58 น. • THE BETTER

รัฐบาลรัสเซียประกาศว่า เมียนมาและรัสเซียได้ลงนามในสนธิสัญญาความร่วมมือทางทหารระยะเวลา 5 ปี ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการสร้างพันธมิตรที่สำคัญต่อการยึดอำนาจของรัฐบาลทหารเมียนมา

กองทัพเมียนมายึดอำนาจในการรัฐประหารเมื่อปี 2021 ทำให้เกิดสงครามกลางเมือง และต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากรัสเซียและจีนเพื่อนบ้านเพื่อรักษากองกำลังของตน

การโจมตีทางอากาศโดยทหารเมียนมาซึ่งใช้เครื่องบินรบที่ผลิตโดยรัสเซีย มีส่วนในการยับยั้งความเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้น ในขณะเดียวกันเครื่องบินรบรัสเซียที่กองทัพเมียนมาใช้งานอยู่นั้นก็มักโจมตีพลเรือนด้วยซ้ำ ซึ่งในเรื่องนี้ผู้สังเกตการณ์ความขัดแย้งบางรายกล่าวว่าถือเป็นอาชญากรรมสงคราม

กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศข้อตกลงใหม่ที่มีอายุจนถึงปี 2030 หลังจากการเยือนเมียนมาของเซอร์เกย์ ชอยกู เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของเครมลินเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักข่าว TASS ของรัฐบาลรัสเซียรายงาน

สื่อของรัฐบาลเมียนมาร์ก็ยืนยันข้อตกลง "การเสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหม" ในวันอังคารเช่นกัน แต่เช่นเดียวกับฝ่ายรัสเซีย ก็ให้รายละเอียดเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว

แม้ว่าการใช้เครื่องบินรบรัสเซียของรัฐบาลทหารเมียนมาจะเป็นที่ทราบกันดี แต่ผู้สังเกตการณ์ความขัดแย้งบางรายเผยด้วยว่าเมียนมายังได้ส่งอุปกรณ์ไปยังรัสเซียเพื่อสนับสนุนความพยายามในการรุกรานยูเครนเช่นกัน

"รัสเซียสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อแนวทางของผู้นำเมียนมาในการปกป้องบูรณภาพดินแดนและเสริมสร้างอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ" ชอยกูกล่าวกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลทหาร ตามรายงานของ TASS

หลายประเทศตะวันตกมองว่าเมียนมาเป็นรัฐอันธพาลมาตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อ 5 ปีก่อน และรัสเซียก็ถูกมองว่าเป็นรัฐอันธพาลเช่นกันนับตั้งแต่เริ่มการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022

"แรงกดดันจากตะวันตกต่อรัสเซียและเมียนมาจะไม่หยุดลง" ชอยกูกล่าว

"คุณสามารถวางใจได้เลยว่ารัฐบาลมอสโกจะให้ความช่วยเหลืออย่างครอบคลุม รวมถึงในเวทีระหว่างประเทศด้วย"

คณะรัฐบาลทหารเมียนมาเพิ่งเสร็จสิ้นการเลือกตั้งที่กินเวลานานหนึ่งเดือน โดยอ้างว่าเป็นการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยและโอกาสแห่งสันติภาพหลังจาก 5 ปีของการปกครองโดยทหารและสงครามกลางเมือง

แต่กระบวนการเลือกตั้งถูกกีดขวางไม่ให้เข้าถึงพื้นที่กว้างใหญ่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในต่างประเทศในเรื่องการกีดกันอองซานซูจี ผู้นำประชาธิปไตยที่ถูกจำคุก และพรรคของเธอ ซึ่งชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2020

พรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นตัวแทนของกองทัพ ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย โดยได้ที่นั่งมากกว่า 80% ตามผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แต่เนื่องจากกลุ่มกบฏปฏิเสธการลงคะแนนเสียงว่าเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีจุดประสงค์เพื่อปรับภาพลักษณ์และเสริมสร้างอำนาจการปกครองของกองทัพ นักวิเคราะห์จึงกล่าวว่าไม่น่าจะสามารถหยุดยั้งสงครามกลางเมืองได้

Agence France-Presse

Photo - ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และผู้บัญชาการทหารสูงสุด มิน อ่อง ไหลง์ แห่งเมียนมา จับมือกันหลังพิธีลงนามข้อตกลงที่พระราชวังเครมลิน ในกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 (Photo by Pavel Bednyakov / POOL / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...