“ณัฐวุฒิ” เดือดกลางเวทีอุบลฯ ทวงคืนเขต 7 ลั่นแดงไม่ได้มีไว้ให้หนูกิน
“ณัฐวุฒิ” เดือดกลางเวทีอุบลฯ ทวงคืนเขต 7 ลั่นแดงไม่ได้มีไว้ให้หนูกิน ปลุกกา พท. ไล่งูเห่า บอกรู้จักคนอุบลน้อยไป อย่าคิดใช้กระสุนซื้อเสียง ขอส่ง “ตี๋เล็ก” เข้าสภาฯ กำชับอยู่ให้นาน อยู่ให้จริง อย่าย้ายพรรค
วันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่ ว่าการอำเภอศรีเมืองใหม่ จ. อุบลราชธานี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. และแคนดิเดตนายกฯ ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับนายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ หรือ ตี๋เล็ก ผู้สมัคร สส. อุบลราชธานี เขต 7 เบอร์ 5 โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ร่วมหาเสียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมฟังเต็มพื้นที่ สำหรับเขต 7 อุบลราชธานี นายเชิดศักดิ์ชนกับน.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ แชมป์เก่า ซึ่งเดิมสังกัดพรรค พท. แต่เลือกตั้งเที่ยวนี้ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พท. ขึ้นปราศรัยช่วงหนึ่งว่า เหลืออีก 3-4 วัน จะลงคะแนน ตนมาขอคะแนนพี่น้องเขต 7 กาเบอร์ 9 ให้พรรค พท. ให้ สส. พรรค พท. เข้าไปนั่งในสภา พี่น้องเขตนี้เคยให้คะแนนพรรค พท. มาก่อน ตนขอขอบคุณจริงๆ คราวนี้เอาผู้สมัคร สส. พรรค พท. มาให้อีก แต่คนละคน ตนจำได้ว่าก่อนคราวก่อนมาไม่ใช่ผู้ชาย ไม่น่าเชื่อเรื่องราวจะเปลี่ยนแปลงได้เร็วขนาดนี้ คนก่อนไปไหน ชาวบ้านบอกว่า สส. คนก่อนเขาได้จากพวกเราไปแล้ว เมื่อเขาเดินจากพวกเราไปแล้วก็เอาตี๋เล็กเข้าไปทำหน้าที่แทนเราในสภา ช่วยกาพรรค พท. ทั้งสองใบ กาให้เป็นที่ 1
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนดูข่าวทีวีวันก่อนเห็นนายกฯ หนู ก็มาแถวนี้ มาชวน สส. เขตนี้คนเก่าขึ้นไปบนเวที ตนดูในทีวีแล้วตกใจเพราะเรียก “ไอ้” เรียก “อีนี่” พี่น้อง พท. ไม่มีอย่างนั้น แต่ พท. เราเรียกตี๋เรารักของเราและจะรับตี๋เข้าสภา อยากบอกตี๋เล็กว่าพรรค พท. มีประวัติศาสตร์ ต่อสู้ร่วมกับคนอุบลฯ คนอีสาน คนเสื้อแดงมายาวนาน พท. ไม่ใช่แค่พรรคการเมืองในสนามเลือกตั้ง แต่ร่วมเป็นร่วมตายกับคนอุบลฯ ตลอดมา ดังนั้นคราวนี้ถ้าได้เข้าสภาด้วยคะแนนพรรค พท. อยู่ในยาว อยู่ให้นาน อยู่ให้จริง อย่าย้ายพรรค หรือเข้าใจหรือไม่ ต้องสั่งให้เด็ดขาด
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า นายกฯ หนู ก็อธิบายว่า สส. ที่ไปอยู่กับท่านตัดสินใจเด็ดขาด ท่านชื่นชมก็เรื่องของท่าน อยากบอกนายกฯ หนู ว่าตัดสินใจเด็ดขาดกับท่าน แต่ไม่ชัดเจนกับพวกตน เพื่อนของตน นายจุลพันธ์ และนายภูมิธรรม ผู้หลักผู้ใหญ่เสาหลักของพรรคหลายต่อหลายคนถามแล้วถามอีกว่าจะอยู่หรือไป ก็ไม่ชัดเจนสักครั้ง วันนี้ก็เลยต้องมาบอกพี่น้องชาวอุบลฯ ว่าชัดแล้วว่าเป็นแบบนี้ และชัดแล้วว่าพรรค พท. เป็นตี๋เล็ก มองไปข้างหน้าพรรค พท. จะเป็นที่ 1 จัดตั้งรัฐบาล จะมีนายกฯ ชื่อยศชนัน ไม่มีหรอกที่พรรค พท. ได้ที่ 1 แล้วจะยกมือให้คนอื่น นี่แดงไม่ใช่ส้ม แดงไม่ได้มีไว้ให้หนูกิน
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เขตนี้ผู้สมัครขยัน ขาดคะแนนอีกไม่มากก็จะเข้าไปเป็นผู้แทน ถ้าคราวนี้ตี๋เล็กได้เข้าสภาในนามของพรรค พท. ดูมีโง้วเฮงดี เพราะ สส. ต้องมีผลงานประชาชนสัมผัสได้ ไม่เหมือนกับคนบางคนได้มีโอกาสย้ายพรรคไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล พ่อก็จะย้ายไปอยู่อีกพรรคร่วมรัฐบาล แต่คนบางคน เช่น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ อยู่ดีๆ เขาก็ปลดออกจากตำแหน่งจากผู้นำรัฐบาล กลายเป็นพรรคฝ่ายค้าน คนพรรค พท. แม้จะโดนขนาดนี้ แม้จะสาหัสขนาดนี้ แต่เราไม่ยอมแพ้โชคชะตา เราเดินเข้าหาประชาชนและเชื่อมั่นในพลังในคะแนนของพี่น้องประชาชนตลอดมา เอาตี๋เล็กเข้าสภา เห็นขยันแบบนี้ไม่มีอะไรต้องห่วง
ทั้งนี้ ตนกังวลอยู่อย่างเดียว เพราะมาอุบลฯ มีคนพูดเข้าหูซึ่งใหญ่โตมาก เขาบอกไม่มีปัญหา ใครมาหาเสียงก็ไม่สนใจเตรียมกระสุนไว้เป็นคันรถ เขาแจกกันอย่างเดียว แจก จ่าย เขาเชื่อว่าจะซื้อคะแนนคนอุบลฯ ได้ ตนว่าเขารู้จักคนอุบลฯ น้อยไป คิดว่ากระสุนของเขาจะกำหนดชีวิตคนอุบลฯ ตนจะพิสูจน์ให้ดู
“พรรค พท. คือบ้านของผม ผมเกิดที่นี่ โตที่นี่ สู้ที่นี่ เคียงข้างพี่น้องประชาชนที่นี่ตลอดมา ให้มันรู้ว่าคนที่ยืนอยู่พรรคเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่เคยเปลี่ยนไป จะยืนไม่ได้บนเวทีการเมืองไทย เสื้อตัวนี้แม้ไม่ใช่ตัวเดิมที่เคยใส่ แต่ยังเป็นสีเดิม ยังเป็นสีเดียวกับหัวใจ ยังเป็นเสียงเดียวกับพรรค พท. ตลอดเวลา ผมเห็นพี่น้องหลายคน ใส่เสื้อแดงตัวเก่าที่สู้กันมาแล้วเกือบ 20 ปี เสื้อแดงที่ท่านใส่เก่าพอๆ กับที่ผมมี เรายังมีหัวใจดวงเดียวกันเสมอ วันที่ 8 กุมภาฯ จะทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่า คนที่มีหัวใจสีแดงยังเดินเคียงข้างกับพรรคไปข้างหน้า ผมตั้งใจทุ่มเทเพราะเชื่อมั่นในพรรคการเมืองนี้ เชื่อมั่นในพี่น้อง และเชื่อมั่นการหาเสียงครั้งนี้ พรรคที่พูดนโยบายมากที่สุดคือพรรค พท. และมีความเป็นไปได้สูงสุดคือพรรค พท.” นายณัฐวุฒิ กล่าว