โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สหรัฐ” ขู่ภาษี 100% บีบผู้ผลิตชิปเกาหลีใต้-ไต้หวัน ย้ายฐานผลิตเข้าอเมริกา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ม.ค. เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 03.55 น.

รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ระบุผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากเกาหลีใต้และไต้หวันอาจเผชิญภาษีนำเข้าสูงถึง 100% หากไม่เพิ่มการลงทุนและการผลิตในสหรัฐ

วันที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 08.50 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากเกาหลีใต้และบริษัทไต้หวันที่ยังไม่ลงทุนในสหรัฐ อาจเผชิญภาษีนำเข้าสูงถึง 100% หากไม่ให้คำมั่นเพิ่มการผลิตบนแผ่นดินอเมริกา ท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เดินหน้าผลักดันให้มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น

หลังพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานแห่งใหม่ของไมครอน เทคโนโลยี ใกล้เมืองซีราคิวส์ รัฐนิวยอร์ก ลุตนิกกล่าวว่า มาตรการภาษีที่ระบุไว้ภายใต้ข้อตกลงการค้ากับไต้หวัน อาจส่งผลถึงผู้ผลิตชิปจากเกาหลีใต้ด้วยเช่นกัน

“ใครก็ตามที่ต้องการผลิตหน่วยความจำมีอยู่สองทางเลือก คือจ่ายภาษี 100% หรือมาสร้างโรงงานในอเมริกา” ลุตนิกกล่าวเมื่อวันศุกร์ เพื่อตอบคำถามผู้สื่อข่าว โดยไม่ได้ระบุชื่อบริษัทใดเป็นการเฉพาะนี่คือนโยบายอุตสาหกรรม

คำกล่าวของลุตนิกสอดคล้องกับคำเตือนเมื่อวันพฤหัสบดี หลังการลงนามข้อตกลงการค้ากับไต้หวัน ซึ่งให้สิทธิผ่อนปรนภาษีแบบกำหนดโควตาแก่บริษัทที่ให้คำมั่นลงทุนด้านการผลิตในสหรัฐ “ถ้าไม่มาสร้างในอเมริกา” ลุตนิกบอกกับ CNBC “ภาษีก็น่าจะอยู่ที่ 100%”

ในระยะนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังชะลอการเก็บภาษีกับเซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ โดยมอบหมายให้ลุตนิกและเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เจรจากับคู่ค้าเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าชิปของอเมริกา ทำเนียบขาวระบุเมื่อต้นสัปดาห์ว่า ทรัมป์อาจประกาศภาษีใหม่พร้อมโครงการชดเชยเพื่อจูงใจการผลิตในประเทศในอนาคตอันใกล้

ไมครอนแข่งขันกับซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และเอสเค ไฮนิกซ์ จากเกาหลีใต้ ในตลาดชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของโปรเซสเซอร์ศูนย์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนกระแสปัญญาประดิษฐ์ ความต้องการชิ้นส่วนดังกล่าวพุ่งสูงจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI และทั้งสามบริษัทได้เตือนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาว่าอุปทานมีจำกัด

โฆษกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวตอบคำถามว่า“รัฐมนตรีลุตนิกมุ่งมั่นฟื้นความเป็นผู้นำการผลิตของอเมริกา และจุดเริ่มต้นคืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์” ขณะที่ตัวแทนของซัมซุง เอสเค ไฮนิกซ์ และสำนักงานผู้แทนไต้หวันในกรุงวอชิงตัน ยังไม่ตอบรับคำขอแสดงความคิดเห็นในทันที

ข้อตกลงการค้ากับไต้หวันที่เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี อนุญาตให้บริษัทไต้หวันที่กำลังก่อสร้างฐานการผลิตใหม่ในสหรัฐ นำเข้าสินค้าได้ปลอดภาษีในปริมาณสูงสุด 2.5 เท่าของกำลังการผลิตปัจจุบันระหว่างการก่อสร้าง และใช้อัตราภาษีที่ต่ำกว่าสำหรับการส่งออกที่เกินโควตานั้น เมื่อโรงงานผลิตแล้วเสร็จ เพดานดังกล่าวจะลดลงเหลือ 1.5 เท่าของกำลังการผลิตปัจจุบัน

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งกำหนดภาษีสินค้าจากไต้หวันที่ 15% อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไต้หวันจะให้คำมั่นลงทุนโดยตรงในสหรัฐฯ อย่างน้อย 250,000 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง (TSMC) จะสร้างโรงงานผลิตชิปในสหรัฐฯ เพิ่มอย่างน้อย 4 แห่ง นอกเหนือจาก 6 แห่งที่วางแผนไว้แล้ว ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมราว 100,000 ล้านดอลลาร์ ตามแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้

ภายใต้ข้อตกลงกับเกาหลีใต้ที่ประกาศในเดือนกรกฎาคม สหรัฐฯ จะเก็บภาษี 15% กับสินค้าส่วนใหญ่จากประเทศดังกล่าว แต่ยกเว้นการนำเข้าชิปไว้ก่อน ข้อตกลงระหว่างวอชิงตันและโซลยังรวมถึงกองทุนการลงทุนในสหรัฐ มูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์จากเกาหลีใต้ อย่างไรก็ดี แผนเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำ และยังไม่ชัดเจนว่าซัมซุงและเอสเค ไฮนิกซ์จะยอมลงทุนเพิ่มในสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใดนอกเหนือจากที่ประกาศไว้ก่อนหน้า

ซัมซุงประกาศในปี 2567 ว่าจะลงทุนในสหรัฐฯ มากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึง 17,000 ล้านดอลลาร์สำหรับโรงงานแพ็กเกจขั้นสูงในรัฐเท็กซัสเพื่อผลิตชิป HBM ขณะที่เอสเค ไฮนิกซ์ ระบุว่าจะลงทุนเกือบ 4,000 ล้านดอลลาร์ในโรงงานแพ็กเกจขั้นสูงที่รัฐอินเดียนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุน 15,000 ล้านดอลลาร์ด้านการผลิตและวิจัยในสหรัฐ

ไมครอนให้คำมั่นเมื่อปีที่แล้วว่าจะลงทุนในสหรัฐฯ สูงสุดถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น 150,000 ล้านดอลลาร์สำหรับการผลิตในประเทศ และอีก 50,000 ล้านดอลลาร์สำหรับการวิจัยและพัฒนา โรงงานในเมืองเคลย์ รัฐนิวยอร์ก ซึ่งประกาศมากว่าสามปีแล้ว นับเป็นการลงทุนในสหรัฐครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทจากเมืองบอยซี รัฐไอดาโฮ โดยปัจจุบันไมครอนยังผลิตชิปส่วนใหญ่ในเอเชีย

หุ้นไมครอนพุ่งขึ้น 7.8% ในการซื้อขายปกติที่นิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ ทำให้เพิ่มขึ้น 27% ในเดือนนี้ และต่อยอดการปรับขึ้นรวม 239% ในปี 2025

นอกจากลุตนิกแล้ว ผู้เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ยังมี ซานเจย์ เมห์โรตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไมครอน ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แคธี โฮชูล และผู้นำเสียงข้างมากพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา ชัค ชูเมอร์ ซึ่งทนสภาพอากาศหนาวจัดในฤดูหนาวเพื่อร่วมงาน โครงการนี้ถือเป็นการลงทุนภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐนิวยอร์ก และไมครอนระบุว่าในที่สุดจะมีโรงงานผลิตชิป 4 แห่ง และสร้างงานใหม่ราว 50,000 ตำแหน่ง

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...