โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาผู้บริโภค จี้ เปิดข้อมูลประกันภัย เยียวยา ‘เครนถล่ม’ รายละ 8 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 11.43 น.

สภาผู้บริโภค เร่งผู้เกี่ยวข้องเร่งเยียวยากรณีเครนถล่มซ้ำซาก แนะ คมนาคม – รฟท. เปิดเผยข้อมูลประกันภัย เยียวยารายละ 8 ล้าน ตั้งกรรมการสอบหาตัวคนผิด สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

จากกรณีเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ร่วงใส่ขบวนรถไฟที่กำลังแล่นผ่าน บริเวณบ้านถนนคด ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 และเหตุเครนถล่มซ้ำบนถนนพระราม 2 เมื่อช่วงเช้าวันนี้ สภาผู้บริโภคเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดข้อมูลประกันภัย เร่งชดเชยผู้บาดเจ็บ – เสียชีวิตโดยทันที พร้อมตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบความปลอดภัย หากพบความผิดต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อยุติอุบัติเหตุซ้ำซาก

แนะเยียวยาต้องอิงรายได้จริง

นายอดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค ระบุว่า การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต้องยึดหลักรายได้ที่แท้จริงของผู้เสียหาย โดยเรียกร้องให้บริษัทผู้รับเหมา กระทรวงคมนาคม และ รฟท. ร่วมรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนบนหลักการ “คืนสิทธิและศักยภาพในการดำรงชีวิต”โดยเสนอให้ใช้เกณฑ์รายได้เฉลี่ยต่อหัว ซึ่งตามข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2566 อยู่ที่ประมาณ 269,000 บาทต่อปี หรือราว 22,470 บาทต่อเดือน เป็นฐานในการคำนวณกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ และต้องคำนวณค่าไร้อุปการะและรายได้ในอนาคตต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 30 ปี คิดเป็นมูลค่าเบื้องต้นประมาณ 870,000 บาทต่อราย ยังไม่รวมค่าความเสียหายทางจิตใจและค่าจัดการศพ

สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุเครนถล่ม ต้องได้รับการชดเชยตามจริงทั้งค่ารักษาพยาบาล และค่าขาดความสามารถในการประกอบอาชีพ หากทุพพลภาพต้องได้รับเงินเลี้ยงชีพรายเดือนตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบขั้นต่ำที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ

“การเยียวยาความเสียหายต้องตั้งอยู่บนฐานรายได้ที่แท้จริงของผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อคืนศักยภาพในการดำรงชีวิตให้มากที่สุด ไม่ใช่การจ่ายเงินแบบเหมาจ่ายที่ไม่สะท้อนความสูญเสีย ทั้งกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ และการขาดรายได้ในอนาคต” นายอดิศักดิ์ กล่าว

เปิดเผยประกันภัย วงเงินเยียวยารายละ 8 ล้านบาท

นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค ระบุว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ประชาชนไม่เคยได้รับรู้ว่าโครงการของ รฟท. หรือบริษัทผู้รับเหมามีวงเงินประกันภัยเท่าใด และคุ้มครองบุคคลภายนอกมากน้อยเพียงใด ซึ่งแตกต่างจากกรณีรถโดยสารที่มีประกันภาคบังคับและภาคสมัครใจ โดยหากเสียชีวิตจะได้รับความคุ้มครองไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท นอกจากนี้ รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลประกันภัยทั้งหมด เพราะเป็นสิทธิของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมประกาศแผนเยียวยาและวงเงินคุ้มครองผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตโดยทันที

“เหตุอุบัติเหตุเครนถล่มที่เกิดจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สะท้อนว่าประชาชนยังต้องอยู่กับความเสี่ยงบนท้องถนนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐจึงต้องเปิดเผยข้อมูลประกันภัย กำหนดวงเงินเยียวยาที่ชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นว่าการเดินทางของประชาชนต้องปลอดภัย ไม่ใช่ต้องรอเสี่ยงโชคกับอุบัติเหตุ” นายคงศักดิ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเรื่องวงเงินเยียวยาควรเป็น “ตัวเลข 7 หลัก” นายคงศักดิ์แสดงความเห็นว่า รัฐควรประกาศให้ชัดเจนว่าตัวเลขดังกล่าวคือเท่าใด โดยสภาผู้บริโภคมีข้อเสนอและข้อมูลอ้างอิงว่า การชดเชยความเสียหายจากเหตุเครนถล่ม ทั้งที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และถนนพระราม 2 ควรมีวงเงินไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาทต่อผู้เสียชีวิต เพื่อสะท้อนความสูญเสียที่แท้จริง และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทาง

เสนอคณะกรรมการกลางตรวจสอบ

ด้าน นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำซากสะท้อนว่าบริการสาธารณะของรัฐยังขาดความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นกลาง โดยมีผู้แทนจากสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย รวมถึงสภาผู้บริโภค ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่าเข้าข่ายความผิดทางอาญา ไม่ว่าจะเป็นความประมาทจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ สภาผู้บริโภคพร้อมดำเนินคดีแทนผู้บริโภคทั้งทางอาญาและทางแพ่ง รวมถึงเรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

เครนถล่ม สะท้อนปัญหาการกำกับดูแล

นายพรพรหม โอกุชิ รองหัวหน้าฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม สภาผู้บริโภค ระบุว่า การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเข้าข่าย “อาคาร” ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงฉบับที่ 67 ซึ่งกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการติดตั้งและตรวจสอบปั้นจั่นหรือเครนในทุกขั้นตอน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าการบังคับใช้กฎหมายและการกำกับดูแลยังไม่เข้มงวดเพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอย่างถนนพระราม 2 ที่เกิดอุบัติเหตุมามากกว่า 2,000 ครั้งและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่ยังขาดมาตรการเชิงป้องกันที่มีประสิทธิภาพ หลังจากนี้ สภาผู้บริโภคจะดำเนินการเชิงรุก เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก พร้อมยืนยันจะยืนเคียงข้างผู้เสียหายในการเรียกร้องความเป็นธรรมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

“ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานความปลอดภัยที่สามารถบังคับใช้ได้ แต่ปัญหาคือการกำกับดูแลที่ยังไม่เข้มงวดเพียงพอ หน่วยงานรัฐต้องบูรณาการทำงาน ตรวจสอบอย่างโปร่งใส และยุติการปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญความเสี่ยงจากการก่อสร้างสาธารณะซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นายพรพรหม ระบุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาผู้บริโภค จี้ เปิดข้อมูลประกันภัย เยียวยา ‘เครนถล่ม’ รายละ 8 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...