โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 11 เดือน เฉลี่ย 153.98 ล้านลิตร/วัน ลดลง 0.5%

The Bangkok Insight

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

กรมธุรกิจพลังงาน รายงานสถานการณ์ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 11 เดือน เฉลี่ย 153.98 ล้านลิตร/วัน ลดลง 0.5%

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดี กรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงเดือนม.ค.-พ.ย. 2568 มีปริมาณอยู่ที่ 153.98 ล้านลิตร/วัน ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) มีปริมาณการใช้ลดลงสูงสุดที่ 16.4% ตามด้วยก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ลดลง 2.2% และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลดลง 2.8% ขณะที่น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น 7.8% การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 4.5% และกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น 0.9% โดยมีรายละเอียดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ดังนี้

ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

ปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เฉลี่ยอยู่ที่ 31.56 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 0.9% โดยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.55 ล้านลิตร/วัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 0.37 บาท/ลิตร (ส่วนต่างราคาเฉลี่ยเดือน ม.ค.-พ.ย. 2568) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ส่วนต่างราคาเฉลี่ยเดือน ม.ค.-พ.ย. 2567 อยู่ที่ 0.83 บาท/ลิตร) จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 สูงขึ้นจากปีก่อน ขณะที่การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 น้ำมันเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 85 มีปริมาณการใช้ที่ลดลงมาอยู่ที่ 6.51 ล้านลิตร/วัน 5.05 ล้านลิตร/วัน 0.38 ล้านลิตร/วัน และ 0.06 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ

ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เฉลี่ยอยู่ที่ 64.80 ล้านลิตร/วัน ลดลง 2.8% โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ลดลงมาอยู่ที่ 64.79 ล้านลิตร/วัน และดีเซลหมุนเร็วบี 20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.01 ล้านลิตร/วัน โดยมีปัจจัยจากเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สามของปี 2568 ที่ขยายตัว 1.2% แต่ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสที่สองของปี 2568 เป็นผลมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจการค้าโลก และหนี้สินภาคเอกชนที่ยังอยู่ในระดับสูงซึ่งเป็นข้อจำกัดของการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน รวมทั้งการลดลงของผลผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเฉลี่ย 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2568) ที่ลดลง 1.08% จากปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราว เช่น การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น การปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อย้ายฐานการผลิตยานยนต์จากภาคกลางไปยังภาคตะวันออกเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

ปริมาณการใช้ Jet A1 เฉลี่ยอยู่ที่ 16.95 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 7.8% ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินเฉลี่ย 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2568) ที่มีการขยายตัว 5.63% จากปีก่อนหน้า ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" ของรัฐบาลที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารภายในประเทศขยายตัว 1.1% โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ตามลำดับ นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลังเริ่มมีปริมาณการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินไทยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากลและเตรียมความพร้อมสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ปริมาณการใช้ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 17.99 ล้านกก./วัน ลดลง 2.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ภาคปิโตรเคมี ที่ลดลงมาอยู่ที่ 7.77 ล้านกก./วัน และภาคขนส่งลดลงมาอยู่ที่ 2.25 ล้านกก./วัน สอดคล้องกับปริมาณรถจดทะเบียนสะสมที่ใช้เชื้อเพลิง LPG ซึ่งลดลง 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การใช้ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.90 ล้านกก./วัน และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.07 ล้านกก./วัน

ปริมาณการใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 2.33 ล้านกก./วัน ลดลง 16.4% โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสมที่ลดลง 11.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงเมื่อพิจารณาจำนวนสถานีบริการ NGV ในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีสถานีบริการปิดตัวลง 16 แห่ง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง

ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

ปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยอยู่ที่ 1,012,138 บาร์เรล/วัน ลดลง 2.5% คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 75,160 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการลดลงของการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน และ LPG) มาอยู่ที่ 36,276 บาร์เรล/วัน ลดลง 35.5% คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 2,010 ล้านบาท/เดือนขณะที่น้ำมันดิบมีการนำเข้าอยู่ที่ 975,862 บาร์เรล/วัน ลดลง 0.6% คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 73,150 ล้านบาท/เดือน

ปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 145,780 บาร์เรล/วัน ลดลง 21.7% โดยเป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 11,908 ล้านบาท/เดือน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...