ทรัมป์งัดภาษี 25% ใส่ชิป AI อ้างความมั่นคงแห่งชาติ
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศกำหนด “ภาษีนำเข้าในอัตรา 25%” กับชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) บางประเภท อาทิ ชิปประมวลผล AI รุ่น H200 ของ Nvidia และ เซมิคอนดักเตอร์รุ่น MI325X ของ AMD ภายใต้คำสั่งด้านความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ที่ทำเนียบขาวเผยแพร่
คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการสอบสวนเป็นเวลานาน 9 เดือน ภายใต้มาตรา Section 232 ของกฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 โดยมาตรการนี้มุ่งเป้าไปที่เซมิคอนดักเตอร์ระดับไฮเอนด์จำนวนหนึ่งที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สมรรถนะที่กำหนด รวมถึงอุปกรณ์ที่มีชิปเหล่านี้เป็นส่วนประกอบ
“ปัจจุบัน สหรัฐอผลิตชิปที่ประเทศต้องใช้ได้ครบวงจร ‘เพียงประมาณ 10%’ เท่านั้น ทำให้ต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศอย่างหนัก” คำประกาศระบุ พร้อมเสริมว่า การพึ่งพาดังกล่าวถือเป็น “ความเสี่ยงสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ”
ทำเนียบขาว ระบุ ในเอกสารข้อเท็จจริงว่า มาตรการภาษีครั้งนี้จะถูกกำหนดให้มีขอบเขตจำกัด และ จะไม่ครอบคลุมชิปและอุปกรณ์ต่อเนื่องที่นำเข้าเพื่อใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ในสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ใช้ชิป AI รายใหญ่ รวมถึงสตาร์ตอัป, การใช้งานของผู้บริโภคที่ไม่ใช่ดาต้าเซ็นเตอร์, การใช้งานด้านอุตสาหกรรมพลเรือนที่ไม่เกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ และการใช้งานของภาครัฐสหรัฐ
ทั้งนี้ คำประกาศระบุว่า รัฐมนตรีพาณิชย์ฮาวเวิร์ด ลัตนิก มีอำนาจดุลพินิจในวงกว้างในการพิจารณาออกข้อยกเว้นเพิ่มเติมในอนาคต
เมื่อเดือนธันวาคม ทรัมป์กล่าวว่า จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับเซมิคอนดักเตอร์จากจีน เพื่อตอบโต้การเดินหน้าอย่าง “ไม่สมเหตุสมผล” ของปักกิ่งในการมุ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมชิป แต่ได้เลื่อนการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2027
ทรัมป์ เคยประกาศเมื่อปีที่แล้วว่า เขาจะอนุญาตให้ Nvidia ขายชิป H200 ให้กับจีนได้ โดยแลกกับการที่รัฐบาลสหรัฐจะได้รับ “ส่วนแบ่ง” จากยอดขายของชิปดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตั้งคำถามว่า ข้อตกลงลักษณะนี้อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐ ซึ่งห้ามการจัดเก็บภาษีจากการส่งออกหรือไม่
สัปดาห์นี้ รัฐบาลทรัมป์กำหนดกติกาใหม่ว่า ชิปที่ผลิตในไต้หวันและจะส่งไปขายให้จีน ต้องถูกส่งเข้าอเมริกาก่อน เพื่อให้ห้องแล็บอิสระในสหรัฐตรวจสอบชิป และทันทีที่ชิปเข้ามาในสหรัฐ ก็จะถูกเก็บภาษีนำเข้า 25% ตามมาตรการภาษีที่ทรัมป์เพิ่งประกาศ
อ้างอิง: reuters