“จีน” เริ่มจ่ายดอกเบี้ยหยวนดิจิทัล ดันสู่ CBDC รายแรกของโลกที่ให้ผลตอบแทน
"จีน" เริ่มจ่ายดอกเบี้ยหยวนดิจิทัล ดันสู่ CBDC รายแรกของโลกที่ให้ผลตอบแทน หวังขยายบทบาท e-CNY ในธุรกรรมข้ามพรมแดน ลดการพึ่งพาดอลลาร์
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00.53 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า People's Bank of China (PBOC) เริ่มเสนอการจ่ายดอกเบี้ยให้กับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือหยวนดิจิทัล (e-CNY) เพื่อกระตุ้นการใช้งานในฐานะทางเลือกแทนดอลลาร์สหรัฐสำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดน
สื่อทางการจีนรายงานว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ e-CNY กลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) รายแรกของโลกที่ให้ดอกเบี้ย ขณะที่เงินยูโรดิจิทัลซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาโดย European Central Bank และอาจเปิดตัวได้เร็วสุดในปี 2572 นั้น ยังไม่มีแผนจ่ายดอกเบี้ย
หยวนดิจิทัลเป็นผลผลิตจากหน่วยงานวิจัยที่ PBOC จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2557 โดยเริ่มต้นมุ่งเน้นการใช้งานภายในประเทศ บุคคลและภาคธุรกิจสามารถเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัล และแปลงเงินหยวนเป็น e-CNY ได้ การทดสอบนำร่องที่ให้ประชาชนเข้าร่วมเริ่มต้นในเมืองเซินเจิ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2563 และขยายต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายน 2568 ครอบคลุม 26 ภูมิภาค
สื่อจีนระบุว่าภายในสิ้นปี 2568 มีมูลค่าธุรกรรมสะสมผ่าน e-CNY รวม 19.5 ล้านล้านหยวน หรือราว 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ โดยจำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลเพิ่มเป็น 230 ล้านบัญชีสำหรับบุคคล และ 19 ล้านบัญชีสำหรับภาคธุรกิจ
ภายใต้กฎใหม่ กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ผ่านการยืนยันตัวตนจะได้รับดอกเบี้ยในอัตรา 0.05% ต่อปี เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์พื้นฐานของธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยเริ่มคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม และจะเริ่มจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายไตรมาสตั้งแต่เดือนมีนาคม ผ่านธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ เช่น Industrial and Commercial Bank of China และ China Construction Bank
จีนยังมุ่งใช้หยวนดิจิทัลเพื่อขยายธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยเริ่มทดสอบนำร่องกับประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2567 เช่น ซาอุดีอาระเบีย และไทย ธุรกิจในประเทศเหล่านี้สามารถโอนเงินด้านการค้าและการเงินด้วย e-CNY ผ่านธนาคารพาณิชย์และ PBOC โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการจัดการข้อมูลธุรกรรมและยอดคงเหลือ
ปัจจุบันระบบโอนเงินข้ามประเทศส่วนใหญ่ยังอาศัย SWIFT ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายวันจนถึงราวหนึ่งสัปดาห์ แต่ PBOC ระบุว่า ระบบ e-CNY ที่กำลังทดสอบสามารถลดเวลาการทำธุรกรรมเหลือเพียงไม่กี่วินาที และลดค่าธรรมเนียมได้สูงสุดถึง 50%
แม้ดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นสกุลเงินหลักในธุรกรรมข้ามพรมแดน แต่จีนหวังว่าหยวนดิจิทัลจะช่วยลดการพึ่งพาดอลลาร์และเพิ่มบทบาทสากลของเงินหยวน อย่างไรก็ดีการควบคุมเงินทุนที่เข้มงวดของจีนยังเป็นอุปสรรคต่อการขยายการใช้งานในวงกว้าง
ภายในประเทศ การยอมรับ e-CNY ยังเติบโตค่อนข้างช้า แม้ว่าการชำระเงินแบบไร้เงินสดจะคิดเป็นมากกว่า 80% ของการใช้จ่ายภาคครัวเรือน แต่ตลาดถูกครองโดยแพลตฟอร์มเอกชนอย่าง WeChat Pay และ Alipay ซึ่งรวมกันมีส่วนแบ่งตลาดราว 80% และผูกกับบัญชีธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยอยู่แล้ว ทำให้หยวนดิจิทัลแบบมีดอกเบี้ยแตกต่างจากบริการเดิมไม่มากนัก
ขณะนี้ยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปิดตัว e-CNY อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีนช่วงปี 2569–2573 ระบุเพียงว่าจะเดินหน้าพัฒนาหยวนดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ให้รายละเอียดเชิงปฏิบัติชัดเจน
อ้างอิง : asia.nikkei.com