โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” เริ่มจ่ายดอกเบี้ยหยวนดิจิทัล ดันสู่ CBDC รายแรกของโลกที่ให้ผลตอบแทน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 03.38 น.

"จีน" เริ่มจ่ายดอกเบี้ยหยวนดิจิทัล ดันสู่ CBDC รายแรกของโลกที่ให้ผลตอบแทน หวังขยายบทบาท e-CNY ในธุรกรรมข้ามพรมแดน ลดการพึ่งพาดอลลาร์

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00.53 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า People's Bank of China (PBOC) เริ่มเสนอการจ่ายดอกเบี้ยให้กับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือหยวนดิจิทัล (e-CNY) เพื่อกระตุ้นการใช้งานในฐานะทางเลือกแทนดอลลาร์สหรัฐสำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดน

สื่อทางการจีนรายงานว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ e-CNY กลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) รายแรกของโลกที่ให้ดอกเบี้ย ขณะที่เงินยูโรดิจิทัลซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาโดย European Central Bank และอาจเปิดตัวได้เร็วสุดในปี 2572 นั้น ยังไม่มีแผนจ่ายดอกเบี้ย

หยวนดิจิทัลเป็นผลผลิตจากหน่วยงานวิจัยที่ PBOC จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2557 โดยเริ่มต้นมุ่งเน้นการใช้งานภายในประเทศ บุคคลและภาคธุรกิจสามารถเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัล และแปลงเงินหยวนเป็น e-CNY ได้ การทดสอบนำร่องที่ให้ประชาชนเข้าร่วมเริ่มต้นในเมืองเซินเจิ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2563 และขยายต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายน 2568 ครอบคลุม 26 ภูมิภาค

สื่อจีนระบุว่าภายในสิ้นปี 2568 มีมูลค่าธุรกรรมสะสมผ่าน e-CNY รวม 19.5 ล้านล้านหยวน หรือราว 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ โดยจำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลเพิ่มเป็น 230 ล้านบัญชีสำหรับบุคคล และ 19 ล้านบัญชีสำหรับภาคธุรกิจ

ภายใต้กฎใหม่ กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ผ่านการยืนยันตัวตนจะได้รับดอกเบี้ยในอัตรา 0.05% ต่อปี เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์พื้นฐานของธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยเริ่มคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม และจะเริ่มจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายไตรมาสตั้งแต่เดือนมีนาคม ผ่านธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ เช่น Industrial and Commercial Bank of China และ China Construction Bank

จีนยังมุ่งใช้หยวนดิจิทัลเพื่อขยายธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยเริ่มทดสอบนำร่องกับประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2567 เช่น ซาอุดีอาระเบีย และไทย ธุรกิจในประเทศเหล่านี้สามารถโอนเงินด้านการค้าและการเงินด้วย e-CNY ผ่านธนาคารพาณิชย์และ PBOC โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการจัดการข้อมูลธุรกรรมและยอดคงเหลือ

ปัจจุบันระบบโอนเงินข้ามประเทศส่วนใหญ่ยังอาศัย SWIFT ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายวันจนถึงราวหนึ่งสัปดาห์ แต่ PBOC ระบุว่า ระบบ e-CNY ที่กำลังทดสอบสามารถลดเวลาการทำธุรกรรมเหลือเพียงไม่กี่วินาที และลดค่าธรรมเนียมได้สูงสุดถึง 50%

แม้ดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นสกุลเงินหลักในธุรกรรมข้ามพรมแดน แต่จีนหวังว่าหยวนดิจิทัลจะช่วยลดการพึ่งพาดอลลาร์และเพิ่มบทบาทสากลของเงินหยวน อย่างไรก็ดีการควบคุมเงินทุนที่เข้มงวดของจีนยังเป็นอุปสรรคต่อการขยายการใช้งานในวงกว้าง

ภายในประเทศ การยอมรับ e-CNY ยังเติบโตค่อนข้างช้า แม้ว่าการชำระเงินแบบไร้เงินสดจะคิดเป็นมากกว่า 80% ของการใช้จ่ายภาคครัวเรือน แต่ตลาดถูกครองโดยแพลตฟอร์มเอกชนอย่าง WeChat Pay และ Alipay ซึ่งรวมกันมีส่วนแบ่งตลาดราว 80% และผูกกับบัญชีธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยอยู่แล้ว ทำให้หยวนดิจิทัลแบบมีดอกเบี้ยแตกต่างจากบริการเดิมไม่มากนัก

ขณะนี้ยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปิดตัว e-CNY อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีนช่วงปี 2569–2573 ระบุเพียงว่าจะเดินหน้าพัฒนาหยวนดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ให้รายละเอียดเชิงปฏิบัติชัดเจน

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...