ปี 2568 ผลิตรถได้ 1.4 ล้านคัน ตั้งเป้าปีนี้ 1.5 ล้านคัน ปัจจัยบวกเพียบ
ส่องยอดผลิต ปี 2568 พุ่ง 1,455,569 คัน ดันยอดขายพุ่งตาม ส่วนปี 2569 ตั้งเป้าที่ 1.5 ล้านคัน ปัจจัยบวกทั้งอัตราดอกเบี้ยลง OPEC ลดราคาน้ำมันดิบ ผู้ผลิต EV ในประเทศไทยส่งออกทะลัก
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนธันวาคม 2568 มีทั้งสิ้น 113,855 คัน ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ 12.57% แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ที่ 8.56%
เนื่องจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการสนับสนุน ส่งผลให้ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าได้ถึง 10,714 คัน เพิ่มขึ้น 794.32% เพื่อส่งออกและขายในประเทศ และส่งผลให้ผลิตเพื่อส่งออก 86,194 คัน เพิ่มขึ้น 28.26% มีสัดส่วนถึง 75.71% ผลิตเพื่อขายในประเทศแค่ 27,661 คัน ลดลง 26.58% มีสัดส่วนเพียง 24.29%
ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 หรือทั้งปี 2558 อยู่ที่ 1,455,569 คัน ลดลงเพียง 0.91% แต่มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1,450,000 คัน
ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนธันวาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 75,121 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ 47.17% และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ที่ 39.07% เป็นเดือนแรกในรอบ 33 เดือนที่มียอดขายรถยนต์ 75,121 คัน สอดคล้องกับยอดจองรถยนต์ 75,246 คันในงานมหกรรมยานยนต์เดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายที่ต้องจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 รถยนต์นั่งจึงเพิ่มขึ้น 21.4% และรถยนต์ SUV เพิ่มขึ้น 106.3% รถ PPV ยังคงขายเพิ่มขึ้น 21.5% เพราะปีนี้มีผู้ผลิตรายใหม่เพิ่มขึ้นมา
แต่รถกระบะยังคงมียอดขายทรงตัวที่ระดับต่ำที่ 14,965 คัน เพิ่มขึ้นเพียง 3.9% จากการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงและเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงต่ำ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนพฤศจิกายน 2568 ยังคงลดลง 4.24% การใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 55,49 แสดงถึงการจ้างงานยังคงชะลอตัว นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาประเทศไทย 32,974,321 คน ลดลง 7.23% ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอ
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 51,962 คัน เท่ากับ 69.17% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 60.85%
สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้น 3.05% เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 950,000 คัน เท่ากับ 63.33% ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 550,000 คัน เท่ากับ 36.67% ของยอดการผลิตทั้งหมด มีแรงสนับสนุนจากศาลสูงสหรัฐอเมริกาตัดสินว่าภาษีศุลกากรประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ขัดรัฐธรรมนูญ
ธนาคารกลางสหรัฐลดอัตราดอกเบี้ยลง OPEC ลดราคาน้ำมันดิบลง บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เพราะรอคำวินิจฉัยของศาลสูงของสหรัฐอเมริกาเรื่องภาษีศุลกากรของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ภาวะเศรษฐกิจการค้าโลกจึงยังไม่ชัดเจน
ส่วนปัจจัยลบ คือมาตรการการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอนของประเทศคู่ค้า มาตรการ Euro 6 และมาตรการ ADAS รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจากประเทศจีนเข้ามาแข่งขันในประเทศคู่ค้าความขัดแย้งระหว่างประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้งชายแดนประเทศไทย ความแปรปรวนสภาพอากาศ สงครามการค้า การขาดแคลนชิ้นส่วนจากความเข้มงวดส่งออกแร่หายาก
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวน 550,000 คัน ปีที่แล้วที่ผลิตได้ 499,339 คัน เพิ่มขึ้น 10.15%ปัจจัยบวกมีการเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ตามระบอบประชาธิปไตย มีการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง (FDI) มากขึ้นจากผู้ได้รับการอนุมัตส่งเสริมการลงทุนกว่าหนึ่งล้านล้านบาท รัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงฮันนีมูน ลดภาระค่าครองชีพประชาชนลง เพิ่มอำนาจซื้อประชาชน ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงการขัดแย้งชายแดนกัมพูชาสงบลง เปิดชายแดนค้าขายได้
ปัจจัยลบการตั้งรัฐบาลช้า การใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ไม่ทันใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 การส่งออกชะลอตัวลงจากภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ผู้ส่งออกโดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าเกษตร การท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอัตราการเกิดอยู่ในอัตราต่ำ จำนวนประชากรลดลง ส่งผลให้รายได้ที่เกี่ยวกับเด็กลดลง เช่น โรงเรียนอนุบาล และประถมศึกษา อาหาร ฯลฯ
ความขัดแย้งระหว่างชายแดน ข่าวมิจฉาชีพในชายแดนไทยอาจส่งผลให้การท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลงเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยสถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการให้สินเชื่อจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงมากกว่า 80% ของ GDP ส่งผลกระทบต่อการขายรถยนต์ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงลดลง การใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการจ้างงาน คนงานมีรายได้ลดลง อำนาจซื้อลดลง เศรษฐกิจเติบโตในอัตราต่ำ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปี 2568 ผลิตรถได้ 1.4 ล้านคัน ตั้งเป้าปีนี้ 1.5 ล้านคัน ปัจจัยบวกเพียบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net