โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พี่แยม ฐปณีย์ เชิญแพทย์ จากชมรมแพทย์ชนบท ที่เคยร่วมงานกับหมอสุภัทรบุกกรุง มาเล่าเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ไขข้อสงสัยในหลายประเด็น

CatDumb

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 12.27 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 05.27 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ติดตามข่าวกรณีที่คุณหมอสุภัทร โดนไล่ออกจากราชการ เพราะเรื่องการจัดซื้อ ATK มาใช้ในโครงการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” ช่วงตรวจโควิด ในช่วงที่โควิดระบาด

ล่าสุดช่อง The Reporters โดยคุณแยม ฐาปณีย์ ได้เชิญ นายแพทย์ ดร.มานะ นิมิตรมงคล (มาในฐานะกรรมการวินิจฉัยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง) , นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ, และนายแพทย์นิธิวัชร์ แสงเรือง

ที่เป็นทีมแพทย์ชนบท ร่วมกับหมอสุภัทร ในปฏิบัติการบุกกรุง มาเล่าเรื่องราวว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แล้วมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง? ซึ่งน่าสนใจมาก เพราะนั่งฟังไป คุณหมอทั้งสามคนก็ยังไม่คิดเลยว่ามันจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง?

– เรื่อง พรบ. จัดซื้อจัดจ้าง

เรื่องแรก ดร.มานะ เปิดประเด็นมาเลย ว่าตอนโควิดเนี่ยแกรับหน้าที่เป็น คณะกรรมการวินิจฉัยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลาง ตาม พรบ. จัดซื้อจัดจ้างให้ข้อมูลว่า

“ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินจากรัฐบาล เพราะฉะนั้น กรมบัญชีกลาง ก็จะออกมาตรการ ออกหนังสือเวียน เพื่อยกเว้นกฎระเบียบ ยกเว้นการปฏิบัติตาม พรบ. จัดซื้อจัดจ้างหลาย ๆ ประการ”

“ส่วนที่ยกเว้นไปเนี่ย โดยสรุปคือ เพื่อที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน หากล่าช้าจะเสียหายต่อสาธารณะ และระบบเศรษฐกิจโดยรวม จึงให้ถือว่าทุกการจัดซื้อแต่ละครั้ง ทุกวงเงิน เป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน วงเงินเท่าไหร่ก็ได้ ให้ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง”

“การกำหนดวงเงินจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจง จะซื้อกี่หมื่น กี่แสน กี่ล้าน จะใช้วิธีเฉพาะเจาะจงเลยก็ได้ (ถ้าเป็นตามนี้) วงเงินไม่ต้องทำข้อตกลงเป็นหนังสือ กล่าวคือ เมื่อเจรจากันแล้วไม่ต้องทำสัญญากันเป็นทางการ แบบนี้ก็ยอมรับได้ รวมไปถึงเรื่องการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ที่มีประเด็นตอนนี้เนี่ย ก็จะโดนยกเว้นไปด้วย ซึ่งเป็นไปตามมาตรการฉุกเฉิน”

– ไทม์ไลน์การบุกกรุง สาเหตุว่าทำไมต้องมา?

ต่อมานายแพทย์สุวัฒน์ เล่าไทม์ไลน์ ถึงสาเหตุว่าทำไมถึงต้องบุกเข้ากรุง?

คือตอนแรกที่มันระบาดเนี่ย มันระบาดในเมืองหลวง ส่วนต่างจังหวัดจะยังไม่ค่อยมีผู้ติดเชื้อ มีเคสน้อย

พอเห็นข่าวที่ออกทีวี แพทย์ที่ประจำอยู่ในโรงพยาบาลต่างจังหวัดจึงเริ่มติดต่อสอบถามไปยังเครือข่ายแพทย์ในเมืองกรุง ว่าเกิดอะไรขึ้น? ไหวมั้ย? Chaos แค่ไหน? ผลที่ทราบก็คือ หนังหน่วงมาก

ทางเครือข่ายแพทย์ชนบท (เริ่มจากภาคใต้ก่อน) ก็เลยมีการติดต่อพูดคุยกัน ว่าจะทำยังไงกันดี? จะไปช่วยยังไง?

จึงนำไปสู่การวางแผน ทั้งวิธีการหลังบ้าน เช่น จะเก็บข้อมูลยังไง? เพราะการตรวจ มันต้องมีการยืนยันเข้าระบบ ว่าตรวจคนนี้ไปแล้วจริง ๆ รวมไปถึงวิธีการเข้าไปตรวจหน้างาน ว่าจะตั้งจุดยังไง? หรือเป็นการตรวจเชิงรุก เข้าไปตั้งเต้นท์ตามชุมชนหรือไม่? ใช้แพทย์กี่คน ฯลฯ

รวมไปถึงเรื่องการตรวจ ว่าจะใช้อะไรตรวจ? มีการพิจารณาเรื่องการใช้ RT-PCR ว่ามันต้องเข้าแล็บและใช้เวลานาน จึงมีการพิจารณาเรื่องการใช้ ATK

เรียกว่าเตรียมการกันเป็นอย่างดี มีการเชิญผู้บริหารจาก สปสช. มาร่วมประชุมผ่าน Zoom ด้วย

พอประชุมวางแผนกันเสร็จ ก็ตัดสินใจเข้ากรุงกัน ปฏิบัติการมีทั้งหมด 3 ครั้ง และประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี

– เรื่อง ATK

เรื่อง ATK นายแพทย์สุวัฒน์ให้ข้อมูลไว้ว่า ต้องใช้แบบที่แม่นยำ และไว จึงต้องกำหนดว่าเป็นเกรดการแพทย์ มีการทดสอบในห้องทดลอง และมีการเอาไปใช้งานในพื้นที่จริงมาแล้วหลักแสน หลักล้านชุด และให้ผลที่แม่นยำ คลาดเคลื่อนน้อยที่สุด ซึ่งตอนนั้นมีอยู่ 2 เจ้า คือ Standard Q และ Abbott

ส่วนยี่ห้อที่บอกว่าราคา 70 บาท เนี่ยมันเป็นแบบ Home Use ซึ่งเสี่ยงที่จะให้ผลบวกลวง หรือ ผลลบลวงสูง หมายถึงว่า บางทีตรวจแล้วเป็นบวก แต่คนคนนั้นอาจไม่ติดจริง ๆ พอให้เขาไปอยู่รวมกับคนที่ติด จากที่ไม่ติด ก็จะติดไปด้วย

ซึ่งมันเสี่ยงทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก จึงจำเป็นต้องซื้อของเกรดการแพทย์มาใช้

– เรื่องการสั่ง ATK สั่งเป็นล็อต เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? พอหมด ก็สั่งใหม่

ส่วนเรื่องการสั่ง ATK แพทย์สุวัฒน์บอกว่า ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่าจะต้องใช้ตรวจเท่าไหร่ จึงได้มีการพูดคุยกันว่าจะสั่งเท่าไหร่ดี? ก็คุยกันว่าเริ่มจากจัดซื้อจัดจ้างซักที่นึงก่อนละกัน เอาตามที่ ผอ. โรงพยาบาลมีอำนาจ คือไม่เกิน 2 ล้านบาท

หมอสุภัทรในฐานะประธานชมรม ก็เลยอาสาว่าเอาของโรงพยาบาลผมก่อนก็แล้วกัน ตกลงกันเสร็จ หมอสุภัทรก็ไปหาต่อรองซื้อกับบริษัท ใช้เวลาราว ๆ 2 วัน เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน สรุปได้มาในราคา 230 บาท

ขณะที่ราคาตามท้องตลาด (ณ ตอนนั้น) ยี่ห้อเดียวกันที่ซื้อเนี่ย ราคา 300-350 ขึ้นไปทั้งนั้น บางพื้นที่ที่ขาดแคลนจริง ๆ 400-500 ยังซื้อไม่ได้เลย

จึงได้มีการจัดซื้อมาก่อน 8,000 ชุด แต่พอลงไปหน้างาน ก็พบว่ามันไม่พอ จึงได้มีการสั่งซื้อเพิ่มอีกตามมาภายหลัง โดยแบ่งกันไปในหลาย ๆ โรงพยาบาล

ทางแพทย์สุวัฒน์ยังบอกเลยว่าต้องขอบคุณบริษัทที่เขายอมขาย นอกจากราคาจะถูกกว่าท้องตลาดแล้ว ยังยอมรับในเครดิตเทอมด้วย

เพราะการจัดซื้อโดยหน่วยงานรัฐเนี่ย ไม่ได้หมายความว่าจะเอาเงินไปจ่ายแล้วได้ของมา แต่มันต้องไปทำสัญญาแปะไว้ก่อน คือเอาของมาก่อน เงินเอาไปจ่ายทีหลัง เพราะต้องทำเรื่องเบิกจ่าย

– เรื่องหนังสือเชิญ ทราบว่าการไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่สำหรับข้าราชการ ต้องมีหนังสือเชิญ ถ้าไม่เช่นนั้นจะผิดระเบียบ ทาง สปสช. ก็เลยออกเอกสารเชิญมา โดยให้เหตุผลว่าด้วยความจำเป็น

พอเห็นว่าครั้งแรกมันได้ผล ครั้งที่สอง และครั้งที่สาม ทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นคนออกหนังสือเชิญเอง เอาการเชิญครั้งแรกมาใส่เป็นสาเหตุเลยเสียด้วยซ้ำ

– ตอนนั้นนายกฯ (ลุงตู่) รมว. (อนุทิน) ยังเอ่ยปากชมทีมแพทย์ชนบท ท่าน รมว. เองยังลงพื้นที่ให้กำลังใจถึงจุดตรวจด้วย!!

จริง ๆ มีอีกหลายประเด็นนะที่มีการพูดคุยกัน สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากฟังเรื่องราวแบบเต็ม ๆ ก็ตามไปดูในยูทูบของ The Reporters TV ได้เลยนะ

รับชมคลิปไลฟ์ได้ที่นี่นะครับ

#เหมียวหง่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...