โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ายิงหลานเขยเสียชีวิต อ้างบันดาลโทสะ ไม่พอใจทะเลาะทำร้ายหลานสาวต่อหน้า

Khaosod

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 09.46 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 09.46 น.

ตำรวจรวบน้าโหด ยิงหลานเขยเสียชีวิต อ้างไม่พอใจมานานแล้ว วันเกิดเหตุเห็นทะเลาะและทำร้ายหลานสาวต่อหน้า เลยบันดาลโทสะ

วันที่ 24 ก.พ. 2569 ร.ต.อ.เอกวีพงศ์ ขุนรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พร้อมแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งสิชล เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 12 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล

โดยในที่เกิดเหตุพบศพชายอายุ 34 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ศีรษะและลำตัวหลายแห่ง นอนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้านพักของตนเอง ขณะที่ผู้ก่อเหตุยังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว

ต่อมา พ.ต.อ.บุญเชิญ ลิ่มประจวบพงศ์ ผกก.สภ.สิชล พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป. และ พ.ต.ท.ปรุฬห์ชัย เหมกัง รอง ผกก.(สอบสวน) นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ พร้อมประสานให้พ่อของผู้ก่อเหตุช่วยเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว

กระทั่งสามารถควบคุมตัวนายวินัย อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาไว้ได้โดยละม่อม จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนลูกซอง 1 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีศักดิ์เป็นหลานเขยของผู้ต้องหา ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องปัญหาภายในครอบครัว เนื่องจากฝ่ายชายมักทะเลาะกับภรรยาซึ่งเป็นหลานสาวของมือปืนเป็นประจำ

วันเกิดเหตุได้มีการโต้เถียงกันต่อหน้า ทำให้อีกฝ่ายเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง จึงเข้าไปหยิบอาวุธปืนภายในบ้านออกมาก่อเหตุ ขณะที่ผู้ตายพยายามวิ่งหลบหนีแต่ไม่ทัน ถูกยิงจากด้านหลังจนล้มลงเสียชีวิตทันที ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะกลับเข้าไปหลบอยู่ในบ้าน

ด้านรองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างว่าก่อเหตุเพราะสะสมความไม่พอใจมานาน ประกอบกับเกิดอารมณ์ชั่ววูบ บันดาลโทสะ จากการทะเลาะต่อหน้า จึงใช้อาวุธปืนยิงหลานเขยจนเสียชีวิต และไม่ได้คิดหลบหนีไปไหน หลังควบคุมตัวได้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ายิงหลานเขยเสียชีวิต อ้างบันดาลโทสะ ไม่พอใจทะเลาะทำร้ายหลานสาวต่อหน้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...