ดูหล่อเท่ ไม่จำเป็นต้องเป็นโพผัว ดูน่ารัก ไม่จำเป็นต้องเป็นโพเมีย เพราะ “ใครจะเป็นอะไรก็ได้เปล่าวะ” คำตอบสั้นๆ ของ ‘คุณฉิน’ จากซีรีส์ ‘ด้วงกับเธอ’ เรื่อง ‘โพ’ ในความสัมพันธ์ชายรักชาย เมื่อ ‘ด้วง’ (ว่าที่แฟน) ถูกคนเดาว่า “ไอ้ด้วงเป็นเมีย” / “หน้าหวานแบบนี้ ต้องโพขวา” แต่ ‘ฟิลเตอร์’ ที่คนติดภาพ อาจไม่เป็นตามนั้นเสมอไป
ภารกิจจีบเธอขาในซีรีส์ BL ฟีลกู๊ดที่กำลังเป็นกระแสช่วงนี้อย่าง ‘ด้วงกับเธอ Duang With You Series’ ของแมลงนักรัก ‘ด้วง’ (ตี๋ตี๋ วันพิชิต) ผู้ชายไทป์หมาบ๊องเพี้ยนๆ แต่จริงใจนะ! ที่ชอบทำท่าทางน่ารักแอ๊บแบ๊วขั้นสุด และใช้เสียงสองสามสี่ห้าอ้อนเธออย่าง ‘ฉิน’ (ป๋อ ศุภการ) หนุ่มตัวท็อปคณะดุริยางค์ เอกแจ๊ส ซึ่งมีภาพลักษณ์นิ่งๆ เท่ๆ แถมยังดุนิดๆ (ดูต่อยหนักด้วย) และคนแทบทั้งมหา’ลัย ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เขาหล่อมาก” ถึงอย่างนั้นด้วงกลับมองฉินเป็นคนที่น่ารักที่สุดในโลกมากกว่าการมองว่าเขาหล่อ ที่ก็อาจเป็นฟิลเตอร์ที่คนรอบข้างไม่ได้มองเห็นเหมือนกันสักเท่าไหร่ จนคนที่เปิดดูซีรีส์เอ็นดูในความทุ่มเทเพื่อความรักของด้วงที่น้ำหยดลงหินทุกวัน จนหินเริ่มใจสั่นแล้ว
ตัวละครด้วงถือเป็นผู้ชายที่ไม่เคอะเขินที่จะทำตัวน่ารักแบ๊วๆ ซึ่งแฟนๆ ก็บอกว่าด้วงกับตี๋ตี๋ นักแสดงผู้รับบทบาทนี้ แทบจะถอดแบบกันมาเลย เพราะตี๋ตี๋ก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบทำท่าทางน่ารักใส่แฟนๆ ด้วยคำพูดติดปากของเขา “หม่ามี๊~” จนกลายเป็นนักแสดงที่มีแม่เยอะที่สุดคนหนึ่ง ดังนั้นพอตัวละครด้วงมีเอเนอร์จี้ความน่ารักที่ทำให้บางคนมองว่าเขามีความออกสาวบางอย่างไปด้วย คนที่ไม่รู้มาก่อนว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็น ด้วงฉิน ก็อาจตีความไปตามภาพจำที่ว่า คนเป็นเมะหรือโพผัว ต้องดูมีคาแรกเตอร์ที่หล่อเท่หรือคนมองว่าดูแมนๆ เลยคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้น่าจะเป็น ฉินด้วง แต่บางคนที่รู้อยู่แล้วว่าเป็น ด้วงฉิน ก็ยังมีการแซวๆ ว่า นี่มันคาแรกเตอร์เมะออกเคะ เคะออกเมะ ซึ่งหากว่าตามความจริงแล้ว ฟิลเตอร์ในตาคนนอกที่มองเข้ามาในความสัมพันธ์ของคู่รักชาย-ชาย อาจไม่สำคัญเท่าความรักของคนสองคนในความสัมพันธ์ที่รู้จักกันดีที่สุด เพราะบางครั้งภาพการ ‘ยึดติด’ ว่าโพนั้นโพนี้ต้องมีลักษณะแบบใดตามจินตนาการของบางคน มันอาจไม่ได้เป็นไปตามนั้นเสมอไป และไม่มีอะไรตายตัวเลยสักนิด
ไม่ใช่แค่ในโซเชียลฯ ที่มักมีหลายคนถามว่า “เรื่องนี้ใครโพอะไร” แต่ในซีรีส์ ก็มีการหยิบเอาประเด็นนี้มาพูดด้วยเช่นกัน ถึงอย่างนั้นก็ยังนำเสนอออกมาให้เป็นบรรยากาศการตั้งคำถามในแก๊งเพื่อนสนิทที่ไม่ได้สร้างความอึดอัดอะไรมาก เช่นใน EP.4 หลังจากที่ฉินเห็นว่าด้วงเหนื่อยกับการซ้อมเต้นแต่ก็ยังวิ่งมารับเขาจากการซ้อมบาส ฉินเลยอาสาบอกด้วงว่า “งั้นเอากุญแจรถมา เดี๋ยวขับให้” แต่ด้วงก็ตอบกลับไปว่า “ไม่อะ เธอซ้อมบาสมาเหนื่อยๆ เดี๋ยวด้วงขับให้” จน ‘เจมี่’ เพื่อนสนิทด้วงที่เห็นว่าฉินดูเท่ที่จะขับรถให้ด้วง พูดออกมาว่า “ไอ้ด้วงเป็นเมีย” เช่นเดียวกับ ‘แปะ’ เพื่อนสนิทด้วงอีกคนที่พูดขึ้นมาว่า “เอาดี คู่มึงเนี่ย ก็หล่อกับหล่อ แต่ไอ้จ๋าสาววาย มันเคยบอกกูเว้ย หน้าหวานแบบนี้ ต้องโพขวา” จนด้วงต้องค้านขึ้นมาว่า…“กูว่าฉินน่ารักกว่า!”
จะเห็นได้เลยว่า เวลาเรามีฟีลเตอร์ว่าใครน่ารักหรือดูหวานกว่า เราก็อาจตีความไปว่าเขาน่าจะเป็น ‘เคะ’ (โพเมีย / รับ) ไปก่อนแล้ว ซึ่งก็เป็นสเตริโอไทป์ที่คู่เกย์ในชีวิตจริงหลายๆ คู่ ที่หมายถึงทั้งชายรักชาย และหญิงรักหญิง ถูกมองแบบนั้นอยู่เรื่อยมา และคำตอบสั้นๆ ของฉินก็เป็นอะไรที่เรียลมากเช่นกัน เขาตอบว่า “ใครจะเป็นอะไรก็ได้เปล่าวะ” เพราะเรื่องของภาพลักษณ์ภายนอกกับโพซิชันในความสัมพันธ์ ‘มันคนละเรื่องกัน’ ไม่อาจเอาความสาว ความแมน มาตัดสินกันอย่างรวดเร็วว่าใครควรเป็นอะไร แม้ว่าจะมีหลายคู่ที่คนที่มีความ masculine จะเป็นรุก คนที่มีความ feminine จะเป็นรับ แต่เราก็ไม่สามารถเหมารวมว่าทุกคู่ต้องเป็นแบบนั้นตลอดไปอยู่ดี
การที่ฉินพูดตอบกลับเพื่อนๆ ของด้วงเรื่องโพ ทำให้ด้วงหูตั้งดีใจขึ้นมา แล้วถามกลับว่า “ถ้าเธอคิดเรื่องโพอะ แปลว่าเธอมีใจให้ด้วงใช่มะ” กลายเป็นอีกหนึ่งซีนน่ารักๆ ที่ทำให้เห็นว่าคู่นี้มีการพัฒนาความรู้สึกกันไปอีกหนึ่งขั้น และเราคงต้องลุ้นกันต่อไปว่า ด้วงจะจีบฉินติดในอีพีที่เท่าไหร่ ซึ่งหากย้อนไปตั้งแต่ EP.1 ด้วงก็เคยบอกกับเจมี่ว่า “ขนาดเขากินข้าวอยู่เขายังน่ารักเลย” แล้วเจมี่ก็คิดว่า “กูว่าตามึงอะมีปัญหา ฉินเขาอะหล่อ” ซึ่งด้วงก็ยืนยันว่า “มึงไม่ใช่กู มึงไม่รู้หรอก” ถึงจะเป็นซีนขำๆ แต่ก็เป็นการตอกย้ำว่า แม้จะมีสเตริโอไทป์บางอย่างต่อคาแรกเตอร์ของคู่รักชาย-ชาย แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องมองมันให้เป็นไปตามกรอบเสมอไปก็ได้นะ
ถึงอย่างนั้นก็ต้องไม่ลืมว่า แม้ในซีรีส์จะฉายภาพบทสนทนาของคนที่สนิทกันและสบายใจต่อกันที่จะพูดกันถึงเรื่องนี้ แต่ใช่ว่า การถามถึงโพซิชันต่อคนเป็นเกย์ใน ‘ชีวิตจริง’ จะเป็นสิ่งที่ทุกคนจะไม่รู้สึกอึดอัด เพราะบางคนถูกถามเยอะๆ ถูกตัดสินมากๆ หรือถูกเข้าใจผิดมากๆ ก็อาจรู้สึกไม่สบายใจก็ได้เช่นกัน ดังนั้น บางครั้ง เราก็ไม่จำเป็นต้องรู้ ‘โพ’ ของคนอื่นตลอดเวลาก็ได้ เพราะนั่นเป็นเรื่องของคนสองคนมากกว่า เว้นเสียแต่ว่าเขาเต็มใจหรือสบายใจที่จะพูดให้ฟัง นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
นอกจากนี้ใน EP.4 ยังมีการใส่ฉาก come out ของด้วงกับ ‘ฟูนัน’ พี่ชายแท้ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งด้วงไม่ได้รู้สึกว่าต้องกลัว หรือประหม่าในการพูดออกมาว่าชอบผู้ชาย เขาพูดออกมาเหมือนแจ้งให้ทราบเฉยๆ โดยฟูนันพูดกับเขาว่า “สายกูบอกว่ามึงตามจีบสาวอยู่” แล้วด้วงตอบกลับทันทีว่า “ก็ถูกแต่ไม่ใช่สาว ใจสั่งมา ชายก็ได้ หญิงไม่เกี่ยง” ซึ่งก็เป็นการสะท้อนถึงยุคสมัยปัจจุบันมากขึ้น ที่ความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องปกติ และมีหลายครอบครัวที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยพร้อมจะเข้าใจ
‘ด้วงกับเธอ’ ถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์อารมณ์ดีที่เรียกเสียงหัวเราะและชวนเขินไปพร้อมๆ กัน แถมนักแสดงแต่ละคนก็เล่นออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใครอยากติดตามความรักของ ‘ด้วง’ หนุ่มมัณฑนศิลป์กับ ‘ฉิน’ ตัวท็อปดุริยางค์ ดูได้เลยทุกวันเสาร์ที่ช่องวัน 31 หรือดูเวอร์ชัน UNCUT บน iQIYI
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘เยจี’ แห่งวง ‘ITZY’ ตอบกลับคนที่เข้ามาคอมเมนต์กลางไลฟ์ให้เธอ “เลิกกินขนมสักที” ซึ่งอาจเป็นเส้นบางๆ ระหว่างความเป็นห่วงสุขภาพกับการกดดันให้ไอดอลหญิงหุ่นเป๊ะมากเกินไป?
- เพื่อนกัน 3 คน ทำไมความสัมพันธ์แบบ Trio ถึงทั้งกลมกล่อมและเปราะบางในเวลาเดียวกัน กับโครงสร้างสามเหลี่ยมของมิตรภาพ ที่ต้องระวังไม่ให้ใครกลายเป็นส่วนเกิน
- ตั๊ก-เกวลี จุติปัญญา วิศวกรหญิงผู้ลุกขึ้นสู้กับการคุกคาม และปกป้อง ‘นักเรียนไทยในอังกฤษ’
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com