โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

งัดไม้แข็ง! ยูเออีเล็ง 'อายัดทรัพย์' อิหร่าน ตัดเส้นเลือดการเงินเตหะราน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เดอะวอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานเอ็กซ์คลูซีฟอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กำลังพิจารณาอายัดทรัพย์สินอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่อยู่ในยูเออี ซึ่งอาจเป็นการตอบโต้การโจมตีของอิหร่านด้วยการ "ตัดเส้นเลือดเศรษฐกิจ" ที่สำคัญที่สุดเส้นหนึ่งของเตหะราน

หากยูเออีเดินหน้ามาตรการดังกล่าว จะทำให้อิหร่านเข้าถึงเงินตราต่างประเทศและเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศได้ยากขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ และกำลังอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางทหาร

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของยูเออีได้ "ส่งสัญญาณเตือนเป็นการส่วนตัว" ไปยังอิหร่านถึงความเป็นไปได้ของมาตรการดังกล่าว แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลยูเออีจะตัดสินใจดำเนินการเมื่อใด และจะดำเนินการหรือไม่

ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ยิงโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 1,000 ลูกโจมตีเป้าหมายในยูเออี ซึ่งมีรายงานความเสียหายในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในนครดูไบ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและแหล่งรวมมหาเศรษฐีจากทั่วโลก และยังมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ในกรุงอาบูดาบี
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของยูเออีไม่ได้ตอบคำถามการขอความเห็นในเรื่องนี้

UAE ผู้กุมอำนาจการเงินแห่งตอ.กลาง

จากข้อมูลของบรรดานักวิเคราะห์ที่ติดตามกิจกรรมของเตหะรานและกระทรวงการคลังสหรัฐ พบว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยูเออีทำหน้าที่เป็น "ศูนย์กลางทางการเงิน" สำหรับธุรกิจและบุคคลชาวอิหร่านที่ต้องการหลีกเลี่ยง "มาตรการคว่ำบาตร" ของชาติตะวันตก ทำให้อิหร่านยังสามารถส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศต่อได้ และนำรายได้ไปสนับสนุนโครงการอาวุธและเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค

ก่อนหน้านี้ ยูเออียืนยันว่าประเทศปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร และมีความมุ่งมั่นในการปกป้องความน่าเชื่อถือของระบบการเงินโลก

"หากยูเออีจำกัดกิจกรรมทางการเงินของอิหร่าน จะเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะยูเออีเป็นช่องทางที่สำคัญที่สุดสำหรับการเชื่อมโยงของอิหร่านกับเศรษฐกิจโลก” เอสฟานดียาร์ บัตมานเกลิดจ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสถาบันวิจัยด้านอิหร่าน Bourse & Bazaar กล่าว

WSJ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ของยูเออีกำลังพิจารณามาตรการหลายรูปแบบ เพื่อรื้อเครือข่ายทางการเงินที่ผิดกฎหมายของอิหร่าน ตั้งแต่การอายัดทรัพย์สินของบริษัทเงา (shadow companies) ที่ตั้งอยู่ในยูเออี ซึ่งใช้ปกปิดธุรกรรมการค้า ไปจนถึงการปราบปรามธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราท้องถิ่นที่ถูกใช้ในการเคลื่อนย้ายเงินนอกระบบธนาคาร

แหล่งข่าวระบุว่าหากยูเออีตัดสินใจดำเนินการกับ "เครือข่ายการเงินเงา" ของอิหร่าน เป้าหมายสำคัญจะรวมถึง "บัญชีที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม" หรือ IRGC ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญที่ปกป้องและค้ำจุนรัฐบาลอิหร่านด้วย

จากรายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐเมื่อเดือนมิ.ย. 2025 ระบุว่า เตหะรานได้จัดสรรน้ำมันเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งให้กับ IRGC รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ด้านความมั่นคงและกลาโหม เพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดโลก

ขณะที่แหล่งข่าวอีกสองรายที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยว่านอกจากมาตรการทางการเงินแล้ว รัฐบาลยูเออียังอาจพิจารณา "มาตรการทางทะเล" เช่น การยึดเรือของอิหร่าน โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำลายเครือข่าย"กองเรือเงา" (shadow fleet) ของอิหร่าน ซึ่งประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมันและพลังงานที่ผ่านท่าเรือและเส้นทางเดินเรือของยูเออี

จากเพื่อนบ้านสู่การเผชิญหน้า

หากตัดสินใจใช้มาตรการอายัดทรัพย์สิน เรื่องนี้จะถือเป็น"การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญ" จากแนวทางในอดีตของยูเออี ซึ่งพยายามรักษาสมดุลระหว่างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐ และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิหร่าน โดยที่ผ่านมา ยูเออีพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดที่จะใช้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือกดดันอิหร่าน

เพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ ยูเออีเปิดรับเงินทุนจากทั่วโลกมาตลอด โดยมักจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับ "แหล่งที่มาของเงินทุน" มากนัก และหลังจากที่ "รัสเซีย" ทำสงครามบุกยูเครน ยูเออีก็กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์หลักๆ โดยเปิดรับผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์ของรัสเซีย รวมถึงเงินทุนและนายธนาคารจากรัสเซีย

บรรดาชาติตะวันตกซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐ เคยพยายามกดดันยูเออีให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบกระแสเงินทุนและปราบปรามการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

ในปี 2022 คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน (FATF) ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลระบบการเงินโลกที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ได้ขึ้นบัญชียูเออีใน “บัญชีสีเทา” เนื่องจากไม่สามารถรับมือกับการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายได้มากพอ

WSJ เคยรายงานในปี 2024 ว่า ธนาคารของรัฐในดูไบได้ปิดบัญชีบางส่วนของมหาเศรษฐีรัสเซียและผู้ค้าพลังงาน หลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐกดดันให้ยูเออีปิดช่องทางของมอสโกในการเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศ หลังจากนั้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน FATF ได้ถอดยูเออีออกจากบัญชีดังกล่าว โดยระบุว่าประเทศได้ปรับปรุงมาตรการต่อต้านการฟอกเงินให้เข้มแข็งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งล่าสุดกับ "อิหร่าน" ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ยูเออีตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และอาจกระทบภาพลักษณ์ของประเทศ ที่พยายามสร้างตัวเองเป็นศูนย์กลางที่มีเสถียรภาพในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความผันผวน

ที่มา: WSJ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...