กฟผ. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ขณะที่กระทรวงพลังงานยันปริมาณน้ำมันสำรองหาเพิ่มได้เป็น 95 วันแล้ว
BTimes
อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ( กฟผ. ) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง กฟผ. ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากประเทศกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เบื้องต้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้เตรียมจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง LNG จากแหล่งอื่นเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงปรับเพิ่มปริมาณการผลิตและรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในและต่างประเทศ ทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน
กฟผ. เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้การบริหารจัดการเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที และส่งกระทบกับต้นทุนค่าไฟฟ้าน้อยที่สุด ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดด้วยมาตรการ 5 ป. “ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน ปลูก” เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิงต่างประเทศอีกทางหนึ่งด้วย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังจากการประชุมร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงาน โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำมันสำรองใช้ได้นานถึง 95 วัน และจะยังคงมีการจัดหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสัดส่วนสำรองน้ำมันจาก 1% เป็น 3% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สำหรับมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน จะยกเว้นให้กับ สปป.ลาว และเมียนมาเท่านั้น เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานระหว่างกัน ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการบางพื้นที่เกิดจากความกังวลของประชาชน จึงได้กำชับให้กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีการกักตุน และจะเร่งจัดส่งน้ำมันให้เพียงพอโดยเร็ว
ด้านมาตรการลดภาระค่าครองชีพ รัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาดีเซล 15 วัน (ถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569) หากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะพิจารณาเรื่องการชดเชยอีกครั้ง นอกจากนั้น มีแผนที่จะนำน้ำมันดีเซล B100 ที่ผลิตได้เองภายในประเทศมาใช้ และอาจพิจารณานำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปที่มีมาตรฐานรองลงมา เนื่องจากมีราคาถูกกว่า
ในขณะที่ภาคการผลิตไฟฟ้าได้เร่งจัดหา LNG เพิ่มเติม พร้อมเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ชีวมวล ถ่านหิน และเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ
"กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันอีกครั้งว่า ณ วันนี้ มีปริมาณน้ำมันสำรองใช้ได้รวม 95 วัน และยังคงจัดหาอย่างต่อเนื่องจากทุกแหล่งที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ ยังมีแผนสำรองหากเหตุการณ์ยืดเยื้อ ทั้งการนำ B100 มาช่วยเสริม การปรับลดสเปกน้ำมันนำเข้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งภาคไฟฟ้าก็จะจัดหา LNG และใช้เชื้อเพลิงชนิดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่มีไฟดับ และจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลด้านราคาน้ำมันอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเรามีพลังงานเพียงพอและจะบริหารจัดการอย่างสุดความสามารถในสถานการณ์ความไม่สงบในครั้งนี้ เพื่อให้ ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด" นายอรรถพล กล่าว