โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สวนทุเรียน เมืองตราด อ่วม พายุฤดูร้อนถล่ม ต้นทุเรียนโค่น เสียหายกว่าล้านบาท

Khaosod

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สวนทุเรียน เมืองตราด อ่วม พายุฤดูร้อนถล่ม ต้นทุเรียนโค่น เสียหายกว่าล้านบาท ชาวสวนโอด เตรียมจะตัดขายแล้ว ไม่เคยเจอพายุที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน

วันที่ 6 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มสวนทุเรียนในพื้นที่ต.เขาสมิง จ.ตราด อย่างหนัก ส่งผลให้ทุเรียนใกล้เก็บเกี่ยวร่วงหล่นเสียหายราว 10,000 ลูก และต้นโค่นล้ม ถึงแม้จะมีการโยงลูกและค้ำต้นป้องกันไว้แล้วแต่ก็ต้านทานความแรงของลมไม่อยู่ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่าล้านบาท ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อประสานความช่วยเหลือ

ส่วนพื้นที่หมู่ 2 ต.ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด สวนทุเรียนได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยนายเชิดชาย แช่มช้อย อายุ 46 ปี เกษตรกรในพื้นที่ เล่าว่า ลมพายุมาด้วยกัน 2 ช่วง ช่วงแรกยังไม่หนักเท่าไหร่ แต่ช่วงที่สองลมแรงมากจนต้นเกือบโค่น ซึ่งตนเองไม่เคยเจอพายุที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อนจนถึงขั้นทำอะไรไม่ถูก

นายเชิดชาย บอกความรู้สึกว่า พอลงมาเห็นทุเรียนร่วงก็ขาอ่อนเหมือนกัน ใจมันยังตกใจอยู่ ขาสั่นอยู่เลย ประเมินคร่าวๆ เกือบ 1,000 ลูก ทั้งฉีกทั้งร่วง ทั้งที่เป็นพันธุ์กระดุมที่เตรียมจะตัดขายได้ในวันที่ 20 มี.ค.นี้แล้ว ส่วนหมอนทองก็เสียหายเยอะ แม้จะพยายามเต้าลูก (ผูกเชือก) ไว้บ้างแต่ก็เอาไม่อยู่เพราะลมแรงมากจนต้นเหวี่ยงไปมา

ด้าน นายบุญยง ยุเจริญ อายุ 72 ปี ชาวสวนอีกรายที่ได้รับความเสียหายหนักจนต้นทุเรียนโค่นล้ม 6 ต้น เปิดเผยว่า ลูกสาวโทรมาบอกว่าทุเรียนที่สวนโค่นจึงรีบมาดู และพบว่าความเสียหายครั้งนี้ตีมูลค่าไม่ได้เลย เพราะทุเรียนกำลังจะโตเต็มที่และมีกำหนดตัดช่วงปลายเดือนเมษายน

นายบุญยง บอกต่อว่า ทุเรียนที่ร่วงตอนนี้ต้องทิ้งอย่างเดียว ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะเนื้อยังไม่ได้ จะเอาไปทำไอศกรีมหรือทอดก็ยังไม่ได้ ต้องทิ้งอย่างเดียว ส่วนต้นที่โค่นก็ต้องตัดไปขายไม้ ตั้งแต่ทำสวนมาครั้งนี้ถือว่าใหญ่ที่สุด ซึ่งคาดว่ามาจากสภาพแวดล้อมและดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไป แม้จะมีการใช้เหล็กค้ำและใช้ลวดโยงไว้แล้วแต่มันก็ทนความแรงของลมไม่ไหว

ขณะที่ นางอำพา หงส์เงิน อายุ 60 ปี ระบุว่า พายุมาช่วงประมาณบ่ายสอง โดยมา 2 ระลอกเช่นกัน ซึ่งระลอกที่สองมีความรุนแรงมาก ซึ่งตนเองได้ป้องกันด้วยการเต้าลูกทุเรียนไว้ตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ทำได้เพียงครึ่งวันพายุก็มาถึงก่อนทำให้ทำไม่ทัน ส่งผลให้ทุเรียนพันธุ์หมอนทองร่วงไปประมาณ 500 ลูก น้ำหนักรวมน่าจะตันกว่าๆ มูลค่าความเสียหายราว 100,000 - 200,000 บาท ซึ่งทุเรียนชุดนี้เป็นรุ่นแรกที่ตั้งเป้าว่าจะเก็บเกี่ยวได้ไม่เกินช่วงสงกรานต์นี้

ทางด้าน นายอภิชาติ รัตนวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ทุ่งนนทรี ได้สรุปภาพรวมความเสียหายในพื้นที่ว่า มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 7 หลัง(หลังคาเสียหาย) รวมถึงโรงรถและรถยนต์ ส่วนพื้นที่เกษตรมีสวนทุเรียนได้รับความเสียหายกว่า 10 แห่ง ต้นทุเรียนโค่นประมาณ 10 ต้น และมีลูกทุเรียนร่วงหล่นเสียหายรวมแล้วประมาณ 5,000 ถึงเกือบ 10,000 ลูก ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 กล่าวต่อว่า พายุปีนี้แรงมาก มา 3 ลูกติดกัน ลมมาเป็นช่วงๆ จึงอยากฝากเตือนชาวสวนที่ยังไม่โดนพายุ ให้รีบเตรียมความพร้อมทั้งการค้ำต้นให้มั่นคง การโยงกิ่ง และการเต้าลูกทุเรียน เพื่อลดภาวะความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากพายุลูกต่อไป

วันเดียวกันที่ต.หนองบอน อ.บ่อไร่มจ.ตราด เวลา16.00 น .เกิดฝนตกมีพายุลมแรงในพื้นที่ และมีฝนตก และลมแรง ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านรับความเสียหายในพื้นที่ ม ที่ 4 และ ม 3 ต หนองบอน โดยเฉพาะ ม 4 บ้านเสือดาว

มีบ้านเรือนเสียหายหลายหลังคาเรือนและสวนทุเรียนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะลูกทุเรียนน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ได้โดนลมและร่วงเป็นจำนวนมาก และมีโกดังที่เพิ่งสร้างเสร็จ ใหม่ๆใน ม.ที่3 ต.หนองนอน เป็นโกดังขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 100 เมตรความเสียหายอยู่ประมาณ 2 แสนกว่าบาท ที่เป็นด้านหน้าของโกดังได้หักลงทั้งหมด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สวนทุเรียน เมืองตราด อ่วม พายุฤดูร้อนถล่ม ต้นทุเรียนโค่น เสียหายกว่าล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...