โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระแสเงินยังไหลเข้าต่อเนื่อง อย่าหวั่นไหวในระยะสั้น

ทันหุ้น

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 23.35 น.

#ทันหุ้น-สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน วันนี้ผมนำบทวิเคราะห์จากทาง บล.หยวนต้า มาเล่าให้ฟังเช่นเคย เป็นบทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของ Fund Flow ครับ

ต่างชาติซื้อสุทธิทุกตลาดการเงินของไทย โดย YTD (5-28 ม.ค.) ซื้อสุทธิหุ้นไทย +7,801 ล้านบาท เป็นส่วนของ NVDR +18,651 ล้านบาท และสะสม Long ใน SET50 Index Futures 73,937 สัญญา คิดเป็นมูลค่าราว 13,214 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังซื้อสุทธิตราสารหนี้ 39,563 ล้านบาท

โดยเรามีข้อสังเกตเชิงบวกคือ 1. ต่างชาติซื้อหุ้นไทย 2 เดือนติดต่อกันเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี 2. NVDR ซื้อหุ้นไทยสูงสุดในรอบ 11 เดือน 3. ต่างชาติ Net Long ใน Index Futures สูงสุดในรอบ 18 เดือน

ขณะที่เงินบาทยังเคลื่อนไหวเชิงแข็งค่า แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทเป็นระยะ สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวก ต่อทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังมีโอกาสไหลเข้าตลาดการเงินไทยอย่างต่อเนื่อง

เราประเมินต่างชาติยังมีโอกาสซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยจาก 4 ปัจจัยหนุน คือ 1.แรงซื้อหุ้นเพื่อดักเงินปันผล แม้จะซื้อกลุ่มธนาคารพาณิชย์มาแล้วระดับหนึ่ง แต่ยังมีกลุ่มพลังงาน สื่อสาร และอาหารเครื่องดื่ม ที่ให้ปันผลสูง แต่ราคาหุ้นยัง Laggard 2. แรงซื้อเพื่อเก็งกำไร Election Rally จากการจัดกิจกรรมเลือกตั้ง เนื่องจาก SET Index มักปรับตัวขึ้นทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง และ Valuation ปัจจุบันอยู่ในโซนไม่แพง โดย PER2026 ยังถูกเพียง 14 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว 16.5 เท่า 3. กระแสเงินที่ไหลออกจากตลาดหุ้นอินโดนีเซีย จากการปรับเกณฑ์ Free Float ของ MSCI มีโอกาสไหลเข้าหาตลาด Emerging Market ในกลุ่มเดียวกัน เช่น ไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินเดีย, ไทย, มาเลเซีย, และฟิลิปปินส์ 4. สัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 16% (ไม่นับรวม DELTA) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปีที่ 23% จึงยังมีช่องว่างให้ต่างชาติเข้าซื้อหุ้นไทยเพื่อลดภาวะ Under owned อีกมาก

ถ้าอิงจากยอดซื้อขายของ NVDR สะสม YTD เราพบว่า ต่างชาติกลับมาซื้อกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี, ค้าปลีก, การแพทย์, ท่องเที่ยว, และอสังหาริมทรัพย์

ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แม้จะขายสุทธิออกไปบ้าง แต่ถ้าอิงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนของ FETCO พบว่า ต่างชาติยังชอบกลุ่มธนาคารพาณิชย์มากที่สุด รองลงมา คือ กลุ่มท่องเที่ยวและขนส่ง เราจึงคาดว่าแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเป็นเพียงการปรับพอร์ตระยะสั้นเท่านั้น

ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับหุ้นที่อยู่ในดัชนี MSCI Thailand ที่น่าจะได้ประโยชน์จากน้ำหนักของตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่ลดลง เราแนะนำเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์การลงทุนใน ADVANC, TRUE, PTT, GULF, CPALL, HMPRO, AOT, MINT, BDMS, SCB, KTB เป็นต้น

สุดท้ายนี้ ขอให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในทุกสินทรัพย์ลงทุนนะครับ แล้วพบกันกับบทความดีๆ จากทาง บล. หยวนต้า ในสัปดาห์หน้าครับ

ณัฐพล คำถาเครือ

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์

บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...