โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดประวัติ ‘เควิน วอร์ช’ ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ กับความท้าทายที่รออยู่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 13.19 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 08.15 น.
REUTERS

เปิดประวัติ ‘เควิน วอร์ช’ ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ กับความท้าทายที่รออยู่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เพิ่งเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช ให้เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนต่อไปต่อจากนายเจอโรม พาวเวลล์ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ โดยทรัมป์บอกว่าวอร์ชเป็นแคนดิเดต “สายกลาง” และหวังว่าวอร์ชจะช่วยให้เศรษฐกิจของสหรัฐเติบโตขึ้นตามที่ทรัมป์เคยให้คำมั่นกับอเมริกันชนเอาไว้ นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะมาทำความรู้จักกับประธานเฟดคนต่อไปที่จะเป็นผู้นำธนาคารกลางที่มีความสำคัญมากที่สุดในโลก

เควิน วอร์ช เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน ปี 1970 ปัจจุบันอายุ 55 ปี เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในคณะศิลปศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในส่วนชีวิตส่วนตัว วอร์ชแต่งงานกับเจน ลอเดอร์ บุตรสาวของโรนัลด์ ลอเดอร์ ทายาทของผู้ก่อตั้งเอสเต ลอเดอร์ บริษัทเครื่องสำอางมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

วอร์ชเป็นผู้ว่าการเฟดที่มีอายุน้อยที่สุดในวัย 35 ปี และดำรงตำแหน่งดังกล่าวระหว่างปี 2006 – 2011 รวมถึงเคยเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และเคยทำงานเป็นนายธนาคารด้านการลงทุนของสถาบันการเงินระดับโลกอย่างมอร์แกน สแตนลีย์ ตัวเขาเองเคยทำงานอย่างใกล้ชิดกับเบน เบอร์นันเก ประธานเฟดในขณะนั้นในการแก้ไขวิกฤตทางการเงินในปี 2008-2009 โดยเบอร์นันเกระบุว่าวอร์ชเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาที่ใกล้ชิดที่สุด พร้อมกับชื่นชมวอร์ชว่ามีความเข้าใจในเรื่องการเมืองและตลาดการเงินอย่างมาก แถมยังรู้จักคนมากมายในวอลล์สตรีทถือเป็นคุณสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้

นอกจากนั้น วอร์ชยังเคยทำงานเป็นนักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์จากสถาบันฮูเวอร์ สถาบันคลังสมองสายอนุรักษ์นิยมของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเป็นอาจารย์สอนที่ Stanford Graduate School of Business

อย่างไรก็ตาม วอร์ชก็เคยวางนโยบายผิดพลาดในเรื่องการเงินเช่นกัน อาทิ เคยเข้าใจผิดในเรื่องความท้าทายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ ท่ามกลางปัญหาการผิดนัดชำระหนี้จำนองและการปลดพนักงานจนนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ และเขาเคยอยากให้ธนาคารเฟดคงอัตราดอกเบี้ยให้สูงต่อไปขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืดและเสี่ยงที่จะล้ม

วอร์ชมักออกมาวิจารณ์ธนาคารเฟดในช่วงที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนประธานเฟดและโจมตีพาวเวลล์จากการมีส่วนร่วมในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางสังคม ซึ่งวอร์ชบอกว่าเรื่องเหล่านี้อยู่นอกเหนือขอบเขตของเฟด และวิจารณ์นโยบายของเฟดว่าไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน

วอร์ชเองเคยมีชื่อเข้าชิงเก้าอี้ประธานเฟดมาแล้วในปี 2017 แต่ทรัมป์หันไปเลือกพาวเวลล์ให้ดำรงตำแหน่งแทน อย่างไรก็ตาม หากวอร์ชขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานเฟดคนต่อไปก็จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่จะถาโถมเข้ามา อาทิ แรงกดดันจากทรัมป์ที่ต้องการให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ย เขาจะต้องได้รับความเชื่อมั่นภายในคณะกรรมการเฟดมากพอที่จะยอมโหวตสนับสนุนการเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย รากูรัม ราชัน นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโกและอดีตหัวหน้าธนาคารกลางอินเดียให้ความเห็นว่า หากประธานเฟดโอนอ่อนตามคำเรียกร้องจากทำเนียบขาวมากเกินไปก็จะสูญเสียการสนับสนุนจากบรรดาคณะกรรมการเฟด และจะไม่สามารถสร้างฉันทามติได้ แถมในตอนนี้ บรรดาคณะกรรมการเฟดยังมีจุดยืนที่ไม่ต้องการลดอัตราดอกเบี้ย โดยมีคะแนนโหวตมากถึง 10 ต่อ 2 เสียงให้คงระดับอัตราดอกเบี้ยต่อไปในการโหวตเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว

อย่างไรก็ดี หากวอร์ชยอมทำตามทรัมป์ก็มีความเสี่ยงที่จะเพิ่มอิทธิพลของทำเนียบขาวที่มีต่อเฟดเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีการตั้งคำถามถึงความเป็นกลางและอิสระในการดำเนินนโยบายของวอร์ชที่ถูกทรัมป์เสนอชื่อขึ้นมาท่ามกลางแรงกดดันจากทรัมป์ที่อยากเห็นการลดอัตราดอกเบี้ย ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะไม่ถามวอร์ชว่าจะยอมลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่เพราะมองว่าการถามเช่นนั้นจะดู “ไม่เหมาะสม” แต่คำกล่าวก่อนหน้านี้ของทรัมป์ก็ทำให้เกิดการตั้งคำถามอยู่ดีเพราะทรัมป์บอกว่า ใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับเขาจะไม่มีวันได้เป็นประธานเฟด

นอกจากนั้น พาวเวลล์อาจดำรงตำแหน่งอยู่ในบอร์ดผู้ว่าการเฟดต่อไปจนกว่าจะหมดวาระในเดือนมกราคมปี 2028 แม้จะพ้นจากตำแหน่งประธานเฟดไปแล้ว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้วอร์ชเจอกับสถานการณ์ที่ไม่เคยมีประธานเฟดคนใดเจอมาก่อนในรอบ 80 ปีนั่นก็คือมีอดีตประธานเฟดนั่งอยู่ในบอร์ดผู้ว่าการเพื่อมาคานอำนาจกับประธานเฟดคนใหม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ ‘เควิน วอร์ช’ ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ กับความท้าทายที่รออยู่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...