โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม Disneyland ถึงมีโอกาสลงที่นี่? ทำความรู้จักEECiti เมืองใหม่ 1.34 ล้านล้าน หมุดหมายสวนสนุกไทย

Thairath Money

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 04.38 น.
ภาพไฮไลต์

จากกระแส “Disneyland Thailand” กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จากถ้อยคำที่ออกมาจากภาครัฐ และการสื่อสารของสถานทูตไทยในสหรัฐฯ ที่พูดถึง “ความเป็นไปได้” อย่างจริงจัง แม้ยังไม่มีการยืนยันใด ๆ จาก Disney แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ บริบทของโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่กำลังค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ “เงื่อนไข” ที่บริษัทระดับโลกอย่าง Disney ใช้พิจารณาเลือกประเทศเข้ามาลงทุน หรือ ยอมขายลิขสิทธิ์ให้มานานหลายทศวรรษ

คำพูดของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ”รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแล EEC เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ไม่ได้พูดถึงดิสนีย์แลนด์ในฐานะสวนสนุกเพียงอย่างเดียว แต่มีการพูดถึงภาพของ Entertainment & Lifestyle Hub ที่มีทั้งคอนเสิร์ตฮอลล์ สนามกีฬามาตรฐานโลกความจุ 80,000 ที่นั่ง และพื้นที่รองรับอีเวนต์ระดับนานาชาติ โดยย้ำว่าไม่จำเป็นต้องมีกาสิโนอยู่ในนั้น

ขณะเดียวกัน ล่าสุดโพสต์ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก็สื่อสารไปในทิศทางเดียวกันว่า ไทยกำลังพยายามวางตัวเองเป็นตัวเลือกของ Disneyland แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้ความพร้อมของพื้นที่ EEC เป็นจุดขายหลัก

มองผ่านเลนส์ Disney กับเกณฑ์เลือกประเทศปักหมุด

แม้ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระดับ “แนวคิด” แต่ถ้าถอดออกจากคำพูดแล้วมองผ่านเลนส์ของ Disney จะพบว่า บริษัทนี้ไม่ได้เลือกประเทศจากความสวยงามหรือความตั้งใจของรัฐบาล หากแต่ใช้เกณฑ์วิเคราะห์แบบ Mega Project ที่ต้องคืนทุนในระยะยาว 20-30 ปี เกณฑ์สำคัญที่สุดคือฐานประชากรและกำลังซื้อในรัศมีการเดินทาง 3-4 ชั่วโมง โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเดินทางได้สะดวกด้วยสนามบินและระบบราง ที่ดินขนาดใหญ่ระดับหลักพันไร่ที่ขยายได้ในอนาคต

รวมไปถึง เสถียรภาพทางการเมืองและกฎหมายที่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และโมเดลความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นผ่านรูปแบบ Joint Venture หรือ Licensing ซึ่ง Disney ใช้ในโตเกียว ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้เมื่อเอาเกณฑ์เหล่านี้มาวางทาบกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นใน EEC ก็อาจมีความเป็นไปได้ ?

โครงสร้างพื้นฐานและสัญญาณลงทุน ที่ทำให้ EEC ถูกพูดถึงมากขึ้น

เป็นที่รับรู้พื้นที่ฝั่งตะวันออกของไทย กำลังจะมีสนามบินอู่ตะเภาในฐานะเมืองการบิน มีโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมสามสนามบิน มีมอเตอร์เวย์ ท่าเรือน้ำลึก และฐานโรงแรม ท่องเที่ยวอย่างพัทยา

ซึ่งล่าสุดทุนยักษ์ใหญ่ อย่าง แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เพิ่งประกาศเดินหน้า พัฒนาโครงการ Aquatique เมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสระดับแฟลกชิป ซึ่งหวังส่งเสริมศักยภาพของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย โดยปรากฎไฮไลท์สำคัญ คือ การนำแบรนด์โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน มาเปิดตัวครั้งแรกในพัทยา ซึ่งจะหรูหราและทันสมัยมากที่สุด 224 ห้อง มีพื้นที่รวมประมาณ 34,505 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนทำเลริมชายหาดภายในพื้นที่โครงการ Aquatique ซึ่งมีขนาดประมาณ 27-2-75 ไร่

โครงการ Aquatique ยังประกอบด้วย

  • โครงการรีเทลริมชายหาดระดับเวิลด์คลาส ด้วยพื้นที่ให้เช่ามากกว่า 110,000 ตารางเมตร พัฒนาในรูปแบบจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่ผสานการท่องเที่ยว การพักผ่อน และการใช้ชีวิตเชิงประสบการณ์ตลอดแนวชายหาดของเมืองพัทยา
  • แหล่งความบันเทิงขนาดใหญ่ระดับสากล ประกอบด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการโดยพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 สกพอ. และบริษัทอู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ก็เพิ่งลงนามข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุน เพื่อเริ่มเดินหน้าโครงการเมืองการบินอย่างเป็นทางการ โดย UTA ยอมสละเงื่อนไขบางส่วนที่ผูกกับโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้การพัฒนาเริ่มต้นได้ก่อน นี่คือสัญญาณที่นักลงทุนต่างชาติมักมองว่า “โครงสร้างพื้นฐานเริ่มขยับจริง ไม่ใช่แผนบนกระดาษ”

ทำไมชื่อ EECiti จึงถูกจับตา หาก Disney มองหาอาเซียน

จุดที่หลายฝ่ายเริ่มจับตามองมากที่สุด ว่าอาจเป็นที่ตั้งของ ดิสนีย์แลนด์ในไทย คือพื้นที่ที่เรียกว่า EEC Capital City หรือ EECiti บางละมุง ชลบุรี เมืองใหม่บนพื้นที่เกือบ 15,000 ไร่ มูลค่าโครงการราว 1.34 ล้านล้านบาท ที่ถูกวางบทบาทให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจและเมืองอัจฉริยะในอนาคต

โดยผังเมืองระยะที่หนึ่งได้จัดสรรพื้นที่สำหรับย่านบริการ ท่องเที่ยว กีฬา โลจิสติกส์ และที่อยู่อาศัยแบบผสมผสานไว้ชัดเจน สิ่งนี้ทำให้ EECiti ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นในบทวิเคราะห์ เพราะคุณสมบัติสำคัญของ Disneyland คือ ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถขยายได้ และต้องอยู่ในเมืองที่ถูกออกแบบใหม่ ไม่ใช่เมืองเก่า

โครงการ EECiti นี้ ตามเป้าหมายถูกวางให้เป็น “ศูนย์กลางธุรกิจแห่งอนาคต” หรือ Capital City ของ EEC โดยมีเป้าหมายใหญ่ คือ ก้าวสู่เมืองน่าอยู่อันดับ 1 ใน 10 ของโลกภายในปี 2580

พร้อมเปิดทางให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ผ่านรูปแบบ PPP (Public Private Partnership) รวมมูลค่ากว่า 74,465 ล้านบาท ภายในปี 2569 ซึ่งคาดจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ EEC

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องไม่มองข้ามคือ Disney จะไม่เปิดสวนสนุกในที่ที่จะไปแย่งลูกค้าของสาขาเดิม ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ถูกวางเพื่อรองรับตลาดจีนเป็นหลัก ขณะที่หากมีสาขาในไทยจริง ฐานตลาดจะเป็นคนละกลุ่ม คืออาเซียน อินเดียตอนใต้ ตะวันออกกลาง และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก นี่คือความแตกต่างเชิงภูมิศาสตร์ที่ทำให้ไทย “อาจ” ไม่ทับซ้อนกับสาขาเดิมของ Disney เท่าที่หลายคนกังวล

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่า Disneyland Thailand จะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ทำให้เห็นว่า เหตุใดชื่อของ EEC และโดยเฉพาะ EECiti จึงถูกหยิบมาพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่เพราะการประชาสัมพันธ์ของรัฐ หากแต่เพราะองค์ประกอบหลายอย่างที่ Disney ใช้ตัดสินใจลงทุนในอดีต กำลังค่อย ๆ ปรากฏอยู่ในพื้นที่นี้พร้อมกันอย่างมีนัยสำคัญ

คำถามจึงไม่ใช่ว่าไทยจะมีดิสนีย์แลนด์หรือไม่ในเร็ววัน แต่คือ หาก Disney มองหา “ฐานที่มั่นใหม่” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่แบบใดในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงเงื่อนไขของเขามากที่สุดในเวลานี้ และคำตอบที่หลายฝ่ายเริ่มชี้ไปตรงกัน ก็คือ พื้นที่เมืองใหม่ที่กำลังถูกสร้างขึ้นใน EEC นั่นเอง แม้ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นการศึกษา แต่ความเป็นไปได้ที่ถูกพูดถึงในวันนี้ ดูเหมือนจะมีข้อเท็จจริงรองรับมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต

ที่มา : eeco.or.th , UTA

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม Disneyland ถึงมีโอกาสลงที่นี่? ทำความรู้จักEECiti เมืองใหม่ 1.34 ล้านล้าน หมุดหมายสวนสนุกไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...