โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เลือกตั้ง 69 : ส่องนโยบายเพื่อครอบครัว พรรคไหนโดนใจพ่อแม่?

Mood of the Motherhood

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 01.14 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 01.14 น. • Features

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่เรื่องโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะวิกฤตอัตราการเกิดต่ำและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ขยายตัวกว้างขึ้น นโยบายด้านสวัสดิการแม่และเด็กจึงไม่ได้เป็นเพียงการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสนใจ เพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตสำหรับการเตรียมความพร้อมสู่การ เลือกตั้ง 69 ที่กำลังจะถึงนี้ พรรคการเมืองแต่ละพรรคเริ่มมีนโยบายด้านการศึกษาและสวัสดิการครอบครัวอย่างเข้มข้น บางพรรคเน้นไปที่การอัดฉีดเงินสดเพื่อให้ครอบครัวตั้งตัวได้ ขณะที่บางพรรคเน้นการรื้อโครงสร้างการศึกษาใหม่ทั้งหมดเพื่อลดเวลาเรียนและคืนเวลาให้ครู เพื่อให้เด็กไทยพร้อมสำหรับโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปเร็วเหลือเกินวันนี้ M.O.M ได้รวมนโยบายด้านแม่และเด็ก รวมถึงการศึกษา ของพรรคการเมืองที่น่าสนใจ เพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับการ เลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ค่ะ1. พรรคประชาชน

• เงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า 1,200 บาทต่อเดือน: ปรับเพิ่มจาก 600 บาท โดยมีเงื่อนไขจ่ายเงินอุดหนุนต่อเนื่องเมื่อนำเด็กเข้าสู่ระบบของรัฐในการคัดกรองและติดตามพัฒนาการ เพื่อให้รัฐมีข้อมูลสุขภาพของเด็ก เช่น นำเด็กมาตรวจคัดกรองพัฒนาการหรือฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของสาธารณสุข• Baby Box (กล่องของขวัญแรกเกิด): แจกกล่องอุปกรณ์เด็กอ่อนที่ได้มาตรฐาน (ผ้าอ้อม, เสื้อผ้า, อุปกรณ์เสริมพัฒนาการ) เพื่อเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่และช่วยลดค่าใช้จ่ายก้อนแรกของครอบครัว• เรียนฟรีไม่มีบิลเพิ่ม (Free Education): ปิดช่องโหว่กฎหมายเพื่อยกเลิกค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าห้องแอร์, ค่ากิจกรรม โดยรัฐจะอุดหนุนงบประมาณส่วนนี้แทนเพื่อให้เรียนฟรี พร้อมผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ เพื่อคืนอำนาจให้โรงเรียนออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์เด็กแต่ละคน• คืนครูให้นักเรียน: ปฏิรูปงานบริหารสถานศึกษาโดยการจ้างนักการภารโรงและเจ้าหน้าที่ธุรการให้ครบทุกโรงเรียน เพื่อให้ครูมีหน้าที่เดียวคือ ‘การสอน’ และ ‘ดูแลเด็ก’ ไม่ต้องทำเอกสารหรืองานพัสดุอีกต่อไป• ลาคลอด 180 วัน: ผลักดันกฎหมายขยายวันลาคลอดให้ครอบคลุมทั้งพ่อและแม่ (รวมกัน 180 วัน) โดยได้รับค่าจ้าง เพื่อให้พ่อมีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกและแม่มีเวลาฟื้นฟูร่างกาย• สิทธิลดหย่อนภาษีสถานประกอบการ: ให้สิทธิบริษัทที่จัดตั้งห้องปั๊มนม หรือ ศูนย์เลี้ยงเด็ก ในที่ทำงาน สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1 ล้านบาท• ศูนย์เด็กเล็กวัยอ่อน (4 เดือน - 2 ปี): ตั้งเป้าสร้างศูนย์ดูแลเด็กเล็กเพิ่ม 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นรับเด็กตั้งแต่อายุ 4 เดือน เพื่อให้คุณแม่ที่ลาคลอดครบกำหนด สามารถกลับไปทำงานได้โดยมีที่ฝากลูกที่ปลอดภัย• ขยายเวลาเปิด-ปิดศูนย์เด็กเล็ก: ปรับเวลาให้สอดคล้องกับเวลาทำงานจริงของพ่อแม่ (เช่น 07.00 - 18.00 น.) ไม่ใช่ปิดตามเวลาราชการ• เครดิตเงินของขวัญแรกเกิด 3,000 บาท: พ่อแม่สามารถใช้เครดิตดังกล่าว เพื่อซื้อสินค้าสำหรับพัฒนาการและดูแลสุขภาพเด็กได้ บนบนแพลตฟอร์มที่คัดสรรสินค้าที่ได้คุณภาพและตรงตามวัตถุประสงค์• สวัสดิการผ้าอนามัยฟรีในวัยเรียน: ให้นักเรียนลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กลาง นักเรียนจะได้รับเครดิต 80 บาทต่อเดือน เพื่อใช้ในการเลือกซื้อผ้าอนามัยจากผู้ผลิตหลายรายที่ลงทะเบียนในเว็บไซต์และได้รับการรับรองมาตรฐาน2. พรรคเพื่อไทย

• ดูแลสุขภาพจิตถ้วนหน้า: ขยายสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ครอบคลุมการดูแลสุขภาพจิต โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้าหลังคลอดของคุณแม่• จัดให้มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน: เพื่อดูแลเด็กที่เผชิญภาวะเครียดหรือโดนกลั่นแกล้ง• Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้): ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาทั่วประเทศ โดยลดวิชาการที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มวิชาชีพที่ตลาดต้องการ (เช่น Coding, AI, Creative Content) เป้าหมายคือให้เด็กจบ ม.6 หรืออาชีวะ มีทักษะที่พร้อมทำงานทันทีหากไม่ต้องการต่อมหาวิทยาลัย• ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank): เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กและคนทำงานสะสมประสบการณ์หรือการอบรมสั้นๆ มาตีค่าเป็นหน่วยกิตเก็บไว้ในระบบดิจิทัล เมื่อสะสมครบสามารถนำมาแลกเป็นวุฒิการศึกษาได้โดยไม่ต้องนั่งเรียนในห้องเรียนตามเวลาปกติ• Thailand Zero Dropout: ใช้ฐานข้อมูล Big Data ติดตามเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากความยากจน โดยมีเงินอุดหนุนแบบเจาะจงรายบุคคลเพื่อให้กลับมาเรียนจนจบภาคบังคับ• ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก 24 ชั่วโมง: ยกระดับศูนย์เด็กเล็กในนิคมอุตสาหกรรมและเขตเมือง ให้เปิดบริการรองรับพ่อแม่ที่ทำงานเป็นกะ หรือทำงานนอกเวลา เพื่อให้แม่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเลี้ยงดูลูก3. พรรคภูมิใจไทย

• Anywhere Anytime (เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา): ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับโลก ให้เด็กไทยเข้าถึงติวเตอร์เก่งๆ หรือหลักสูตรชั้นนำได้ฟรีผ่านออนไลน์ เพื่อลดช่องว่างระหว่างโรงเรียนในเมืองและต่างจังหวัด• เรียนทำงาน (Learning & Working): เรียนอาชีวะแบบมีรายได้ระหว่างเรียนจากการฝึกงานจริงในบริษัท และจบมามีงานทำทันที• ปฏิรูป กยศ. เป็นทุนการศึกษา: ลดดอกเบี้ย กยศ. เหลือ 0% และไม่มีผู้ค้ำประกัน เพื่อให้การศึกษาไม่สร้างภาระหนี้4. พรรคประชาธิปัตย์

• English for All (ครูต่างชาติถึงห้องเรียน): นำครูเจ้าของภาษา (Native Speaker) กระจายสู่โรงเรียนระดับตำบล เพื่อให้เด็กไทยกล้าพูดภาษาอังกฤษและเข้าถึงโอกาสในระดับสากลได้ตั้งแต่วัยเยาว์• เงินอุดหนุนแม่ตั้งครรภ์ 5,000 บาท: ให้เงินสนับสนุนแม่ตั้งครรภ์รายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 12 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าแม่ได้รับโภชนาการที่ดีส่งผลต่อพัฒนาการสมองของลูกในครรภ์• กองทุนออมเงินเพื่อเด็ก: รัฐจะสมทบเงินออมให้เด็กทุกคนตั้งแต่วันแรกที่เกิด โดยมีเงื่อนไขให้ถอนได้เมื่ออายุ 18 ปี เพื่อเป็นทุนตั้งตัวในการเรียนต่อหรือประกอบอาชีพ5. พรรคพลังประชารัฐ

• มารดาประชารัฐ 2569: มอบเงินช่วยเหลือค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร (Lum sum) และให้เงินรายเดือนเพิ่มขึ้นจากเดิม เพื่อกระตุ้นให้อัตราการเกิดของประชากรไทยเพิ่มสูงขึ้น• นมโรงเรียนและอาหารกลางวันถึง ม.6: ขยายสวัสดิการอาหารกลางวันและนมโรงเรียนซึ่งเดิมมีแค่ระดับประถม ให้ครอบคลุมไปถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้เด็กโตได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน• โรงเรียนชุมชนอัจฉริยะ: ยกระดับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลด้วยอุปกรณ์ VR และ AI เพื่อให้เด็กได้เห็นประสบการณ์เสมือนจริงในห้องเรียน6. พรรคไทยสร้างไทย

• ลดเวลาเรียน 3 ปี: พรรคเสนอให้ตัดเนื้อหาที่ล้าสมัยออก และยุบรวมชั้นเรียนบางช่วงชั้น ทำให้เด็กจบปริญญาตรีได้ตั้งแต่อายุ 18-19 ปี เพื่อลดภาระการเลี้ยงดูของพ่อแม่และให้คนรุ่นใหม่เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวได้เร็วขึ้น• บำนาญแม่และเด็ก: มองว่าการเลี้ยงลูกคือ ‘งาน’ ชนิดหนึ่ง รัฐควรให้ค่าตอบแทนแม่ที่ลาออกมาเลี้ยงลูกในช่วงขวบปีแรกในอัตราที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ• คูปองเลี้ยงลูก 2,000 บาท/เดือน: ให้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ยาวไปจนถึง 6 ปี ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าตรวจครรภ์และค่าเลี้ยงดู7. พรรคกล้าธรรม

• Digital Platform for All: ระบบเรียนออนไลน์มาตรฐานเดียวกับโรงเรียนชั้นนำ ให้เด็กเข้าถึงโอกาสเท่ากันทั่วประเทศ• อัปเกรดศูนย์เด็กเล็กคุณภาพเท่าเอกชน: พัฒนาศูนย์เด็กเล็กชุมชนให้ทันสมัย ปลอดภัย และมีผู้เชี่ยวชาญดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ• การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning): สะสมหน่วยกิตผ่าน Credit Bank เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้แม้อยู่ในวัยทำงานอ่านบทความ เลือกตั้งคืออะไร ? : สอนลูกให้เข้าใจความหมายของการ ‘เลือกตั้ง’ และหน้าที่ ‘พลเมือง’อ้างอิงelection69.peoplesparty.or.theef.or.thelection.ptp.or.thelection.bhumjaithaidemocrat.or.ththaisangthai.orgeef.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...