โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่อาเซียน 2025 แตะ 2.27 หมื่นล้านเหรียญ Grab เบอร์ 1

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 08.44 น.
Grab Press Library/Website

เปิดรายงานตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่ในอาเซียน ปี 2025 มูลค่าสูงถึง 2.27 หมื่นล้านเหรียญ อินโดนีเซีย มูลค่าตลาดมากสุด-ไทย อัตราเติบโตมากสุด “Grab” ครองสัดส่วนตลาดเบอร์ 1 พร้อมเปิด 3 ประเด็นน่าสนใจ

ปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่ เผชิญกับเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย และการแข่งขันที่แต่ละแพลตฟอร์มต้องสู้เพื่อดึงลูกค้า และครองความเป็นเจ้าตลาด

ล่าสุด Momentum Works บริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจในสิงคโปร์ เปิดเผยรายงานตลาดแพลตฟอร์มส่งอาหาร (Food Delivery Platforms in Southeast Asia) ฉบับที่ 6 โดยระบุว่า ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมูลค่าสินค้า (Gross Merchandise Value – GMV) รวมกว่า 2.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า (YoY) และเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลัก (Double Digit) ติดต่อกันเป็นปีที่สอง จากปี 2024 ที่มีอัตราเติบโต 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน

เมื่อเจาะลึกใน 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม มีการเติบโตในระดับเลขสองหลัก โดยอินโดนีเซียยังคงเป็นตลาดที่มูลค่าใหญ่ที่สุดถึง 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ในเชิงอัตราการเติบโต ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดถึง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

เมื่อเจาะลึกลงไปในการแข่งขันของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่า Grab ครองส่วนแบ่งระดับภูมิภาค มากถึง 55% ของตลาด คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 53.8% เมื่อปี 2024 โดยแต่ละแพลตฟอร์ม มีมูลค่าตลาดในภูมิภาคอาเซียน ดังนี้

  • Grab : 55% (1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) – เพิ่มขึ้นจาก 53.8% ในปี 2024
  • ShopeeFood : 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Foodpanda : 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Gojek : 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • LINE MAN : 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Deliveroo : 0.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • อื่นๆ : < 0.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานยังระบุ 3 ประเด็นสำคัญน่าสนใจเกี่ยวกับตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่

ประเด็นแรก คือ การที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ เน้นที่ความคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้ใช้ให้กว้างขึ้น ซึ่งแม้จะทำให้มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value) ลดลงเล็กน้อย แต่การเติบโตของ GMV เร็วขึ้นจากความถี่ในการสั่งซื้อที่สูงขึ้นและฐานผู้ใช้ที่กว้างขึ้น

ประเด็นถัดมา คือ การเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มฯ โดยเพิ่มบทบาทในการสร้างและจัดการอุปสงค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบริการทานที่ร้าน (Dine-Out) การโฆษณาสินค้า หรือคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่นำเสนอผ่านแอป ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ทำให้แพลตฟอร์มสามารถรวบรวมข้อมูลอินไซต์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น และสิ่งนี้ทำให้บทบาทของแพลตฟอร์มจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “ช่องทางทำธุรกรรม” ไปสู่ “ผู้ประสานอุปสงค์” ภายในระบบนิเวศธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ในวงกว้าง

ประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องการควบรวมกิจการ ซึ่งรายงานระบุว่า แม้จะมีความซับซ้อนด้านกฎระเบียบและการเมือง แต่แนวโน้มการควบรวมกิจการในตลาดยังมีอยู่ ส่วนแง่มุมการแข่งขันไม่ได้ลดลง แต่จะมีระเบียบมากขึ้น มุ่งเน้นที่ขนาดธุรกิจ ประสิทธิภาพด้านต้นทุน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบมากกว่าการขยายตัวเชิงรุก

นอกจากนี้ ในรายงานยังมีการตั้งข้อสังเกตถึง TikTok ซึ่ง ณ วันนี้กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางอีคอมเมิร์ซที่เติบโตน่าสนใจ โดยรายงานระบุว่า TikTok มีแนวโน้มว่าจะไม่เข้ามาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีในเร็ว ๆ นี้ ไม่ใช่เพราะขาดศักยภาพ แต่เป็นผลมาจากการคำนวณบนพื้นฐานของข้อมูลว่าสิ่งใดสมเหตุสมผลที่สุดสำหรับธุรกิจของพวกเขา

นายเจียงแกน ลี ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Momentum Works ระบุว่า ตลาดฟู้ดดีลิเวอรีในอาเซียนกำลังเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในแง่บริการและจำนวนผู้ใช้งาน พร้อมชี้เป้าปี 2026 ว่าจะเป็นปีแห่งการ ‘หลอมรวมทางดิจิทัล’ (Convergence) ที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมสำคัญไม่เพียงแต่ในอาเซียน แต่จะส่งผลกระทบในวงกว้างระดับสากล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่อาเซียน 2025 แตะ 2.27 หมื่นล้านเหรียญ Grab เบอร์ 1

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...