ตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่อาเซียน 2025 แตะ 2.27 หมื่นล้านเหรียญ Grab เบอร์ 1
เปิดรายงานตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่ในอาเซียน ปี 2025 มูลค่าสูงถึง 2.27 หมื่นล้านเหรียญ อินโดนีเซีย มูลค่าตลาดมากสุด-ไทย อัตราเติบโตมากสุด “Grab” ครองสัดส่วนตลาดเบอร์ 1 พร้อมเปิด 3 ประเด็นน่าสนใจ
ปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่ เผชิญกับเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย และการแข่งขันที่แต่ละแพลตฟอร์มต้องสู้เพื่อดึงลูกค้า และครองความเป็นเจ้าตลาด
ล่าสุด Momentum Works บริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจในสิงคโปร์ เปิดเผยรายงานตลาดแพลตฟอร์มส่งอาหาร (Food Delivery Platforms in Southeast Asia) ฉบับที่ 6 โดยระบุว่า ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมูลค่าสินค้า (Gross Merchandise Value – GMV) รวมกว่า 2.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า (YoY) และเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลัก (Double Digit) ติดต่อกันเป็นปีที่สอง จากปี 2024 ที่มีอัตราเติบโต 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เมื่อเจาะลึกใน 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม มีการเติบโตในระดับเลขสองหลัก โดยอินโดนีเซียยังคงเป็นตลาดที่มูลค่าใหญ่ที่สุดถึง 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ในเชิงอัตราการเติบโต ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดถึง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)
เมื่อเจาะลึกลงไปในการแข่งขันของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่า Grab ครองส่วนแบ่งระดับภูมิภาค มากถึง 55% ของตลาด คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 53.8% เมื่อปี 2024 โดยแต่ละแพลตฟอร์ม มีมูลค่าตลาดในภูมิภาคอาเซียน ดังนี้
- Grab : 55% (1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) – เพิ่มขึ้นจาก 53.8% ในปี 2024
- ShopeeFood : 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Foodpanda : 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Gojek : 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- LINE MAN : 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Deliveroo : 0.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- อื่นๆ : < 0.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานยังระบุ 3 ประเด็นสำคัญน่าสนใจเกี่ยวกับตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่
ประเด็นแรก คือ การที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ เน้นที่ความคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้ใช้ให้กว้างขึ้น ซึ่งแม้จะทำให้มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value) ลดลงเล็กน้อย แต่การเติบโตของ GMV เร็วขึ้นจากความถี่ในการสั่งซื้อที่สูงขึ้นและฐานผู้ใช้ที่กว้างขึ้น
ประเด็นถัดมา คือ การเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มฯ โดยเพิ่มบทบาทในการสร้างและจัดการอุปสงค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบริการทานที่ร้าน (Dine-Out) การโฆษณาสินค้า หรือคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่นำเสนอผ่านแอป ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ทำให้แพลตฟอร์มสามารถรวบรวมข้อมูลอินไซต์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น และสิ่งนี้ทำให้บทบาทของแพลตฟอร์มจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “ช่องทางทำธุรกรรม” ไปสู่ “ผู้ประสานอุปสงค์” ภายในระบบนิเวศธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ในวงกว้าง
ประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องการควบรวมกิจการ ซึ่งรายงานระบุว่า แม้จะมีความซับซ้อนด้านกฎระเบียบและการเมือง แต่แนวโน้มการควบรวมกิจการในตลาดยังมีอยู่ ส่วนแง่มุมการแข่งขันไม่ได้ลดลง แต่จะมีระเบียบมากขึ้น มุ่งเน้นที่ขนาดธุรกิจ ประสิทธิภาพด้านต้นทุน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบมากกว่าการขยายตัวเชิงรุก
นอกจากนี้ ในรายงานยังมีการตั้งข้อสังเกตถึง TikTok ซึ่ง ณ วันนี้กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางอีคอมเมิร์ซที่เติบโตน่าสนใจ โดยรายงานระบุว่า TikTok มีแนวโน้มว่าจะไม่เข้ามาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีในเร็ว ๆ นี้ ไม่ใช่เพราะขาดศักยภาพ แต่เป็นผลมาจากการคำนวณบนพื้นฐานของข้อมูลว่าสิ่งใดสมเหตุสมผลที่สุดสำหรับธุรกิจของพวกเขา
นายเจียงแกน ลี ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Momentum Works ระบุว่า ตลาดฟู้ดดีลิเวอรีในอาเซียนกำลังเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในแง่บริการและจำนวนผู้ใช้งาน พร้อมชี้เป้าปี 2026 ว่าจะเป็นปีแห่งการ ‘หลอมรวมทางดิจิทัล’ (Convergence) ที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมสำคัญไม่เพียงแต่ในอาเซียน แต่จะส่งผลกระทบในวงกว้างระดับสากล
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่อาเซียน 2025 แตะ 2.27 หมื่นล้านเหรียญ Grab เบอร์ 1
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net